หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ศึกษาหุ้นเบื้องต้น  (อ่าน 37 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 18 ส.ค. 21, 09:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

1. มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 3-5 ปี
บริษัทที่ดีที่ควรลงทุนควรมียอดขายหรือรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 3-5 ปี เพื่อบ่งชี้ว่าบริษัท xo ยังคงเติบโตและไม่ถึงจุดอิ่มตัว ซึ่งคาดการณ์ได้ว่าในอนาคตบริษัทจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ผู้ลงทุนสามารถมั่นใจได้ว่าปีหน้ามีโอกาสทำกำไรสูง

2. บริหารธุรกิจดี กำไรสม่ำเสมอ
บริษัท ที่ดีในการลงทุนควรมีกำไร จากกำไรขั้นต้นสู่กำไรสุทธิซึ่งเป็นกำไรสุดท้ายที่บริษัทจะได้รับ และมีกำไรสม่ำเสมอมากกว่า 3 ปี ซึ่งกำไรควรมาจากการขายสินค้าและบริการหลักของบริษัท เพราะจะดีต่อบริษัทในระยะยาวเพราะเป็นรายได้ประจำ หลีกเลี่ยงการลงทุนในบริษัทที่ขาดทุนอย่างต่อเนื่อง เพราะราคาจะขึ้นยาก และอาจจะไม่เหลือเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นด้วย แต่ในบางกรณี บริษัทลงทุนเงินจนขาดทุน แต่จะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทในระยะยาว ซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป

3. ธุรกิจมีจุดแข็งมีความสามารถในการแข่งขัน
การลงทุนระยะยาวจำเป็นต้องเห็นภาพอนาคตของการเติบโตของบริษัท ต้องคำนึงถึงปัจจัยที่มีผลต่อการเติบโต จุดแข็ง และความสามารถในการแข่งขันของบริษัทด้วย บริษัทที่คุณเลือกลงทุนต้องมีความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่งและทำให้ผลิตภัณฑ์ของตนเป็นที่ต้องการของตลาดได้ เพื่อให้ได้ส่วนแบ่งการตลาดจำนวนมาก บริษัทดังกล่าวอาจไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทที่ดีที่สุดในตลาด แต่จำเป็นต้องมีจุดแข็งเพื่อแข่งขันอย่างยั่งยืน หรือถ้าเป็นธุรกิจใหม่หรือมีคู่แข่งน้อยรายได้ก็จะดีขึ้น เพราะมันหมายถึงการได้เปรียบในการแข่งขันมากขึ้น

4. อัตราส่วนหนี้สินต่อต้นทุนไม่สูง
บริษัทที่จะลงทุนควรมีสภาพคล่องที่ดี มีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอ และไม่ควรมีหนี้สินระยะยาวมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาในการชำระคืนและทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยสูงขึ้น เนื่องจากหนี้ระยะยาวจะส่งผลให้ “อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน” (D/E Ratio) สูงเกินไป อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนคือการวัดอัตราส่วนระหว่างหนี้สินทั้งหมดที่บริษัทมี กับส่วนของเจ้าของซึ่งเป็นการลงทุนและกำไรสะสมของบริษัท หากมูลค่ามากกว่า 1 แสดงว่าบริษัทดำเนินการเกี่ยวกับการกู้ยืมมากกว่าเงินทุนจากเจ้าของซึ่งอาจมีความเสี่ยง เพราะหากมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นสูง เมื่อขาดสภาพคล่องหรือไม่สามารถชำระหนี้ได้ ปัญหาจะเกิดขึ้นทันทีและอาจเป็นปัญหาต่อเนื่อง หากบริษัทไม่มีผลกำไรและยังมีหนี้สูงอยู่ อาจทำให้ขาดทุนสะสมและต้องปิดตัวลงในที่สุด

5. กำไรสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กำไรสะสมคือส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งหมดที่เกินกว่าเงินลงทุนที่ผู้ถือหุ้นใส่เข้าไปในบริษัท กำไรสะสมจะเกิดขึ้นจากการดำเนินงานเพื่อผลกำไรของบริษัท ซึ่งเป็นกำไรที่เหลืออยู่ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทเป็นต้นมา หุ้นพื้นฐานที่ดีต้องเพิ่มกำไรสะสมอย่างต่อเนื่อง เพราะกำไรสะสมเป็นส่วนหนึ่งที่บริษัทสามารถลงทุนเพื่อขยายธุรกิจได้ และเงินจำนวนนี้สามารถนำไปใช้จ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้เช่นกัน

6. ผู้บริหารโปร่งใส มีธรรมาภิบาลที่ดี
ก่อนเลือกลงทุนในบริษัทใด ผู้ลงทุนต้องศึกษาประวัติผู้บริหารของบริษัทนั้นก่อนตัดสินใจ บริษัทที่ควรลงทุนต้องมีผู้บริหารที่บริหารจัดการด้วยความโปร่งใส เปิดเผย ไม่มีส่วนได้เสีย และสามารถตรวจสอบได้ ฝ่ายบริหารต้องสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้ดี เพราะต้นทุนส่งผลโดยตรงต่อกำไร

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม