หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เมื่อต้องรีไฟแนนซ์บ้าน ประกันอัคคีภัยทำอย่างไร?  (อ่าน 9 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 31 ต.ค. 22, 15:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ปัญหากังวลใจของคนมีบ้านที่นอกจากจะต้องแบกรับภาระค่าผ่อนชำระในแต่ละเดือนแล้ว กลับยิ่งต้องปวดหัวกับภาระของดอกเบี้ยบ้านที่บางครั้งมีมากกว่าเงินต้น จนต้องตัดสินใจรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อลดภาระดอกเบี้ยบ้าน (แบงค์ไหน? ช่วยพักชำระหนี้ผ่อนบ้าน ในวิกฤติโควิด https://www.smk.co.th/newsdetail/1569) แต่ก็ยังต้องกังวลใจกับประกันอัคคีภัยที่ยังมีภาระผูกพันอยู่กับธนาคารเดิม ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป? ต้องปิดประกันเดิมเปิดประกันใหม่? หรือสามารถเปลี่ยนชื่อผู้รับผลประโยชน์ได้เลย

ประกันอัคคีภัย คืออะไร?

การประกันอัคคีภัย คือ การให้ความคุ้มครองทรัพย์สินต่างๆ ของผู้เอาประกันภัย ไม่ว่าจะเป็น สังหาริมทรัพย์ หรือ อสังหาริมทรัพย์ ทั้งทรัพย์สินที่มีรูปร่าง และไม่มีรูปร่าง ที่อาจเกิดความสูญเสียหรือเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้เป็นหลัก สามารถให้บริการประกันอัคคีภัยได้ทุกประเภท เช่น การประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยและภัยพิบัติ, การประกันภัยอัคคีภัยสำหรับสิ่งปลูกสร้างตัวอาคาร, การประกันอัคคีภัยสำหรับเฟอร์นิเจอร์ สต๊อกสินค้า และเครื่องจักร หรือสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดย่อม โดยมีขอบเขตความคุ้มครองภายใต้กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยมาตรฐาน คือ

•ความเสียหายจากเพลิงไหม้ ฟ้าผ่า และการระเบิดของแก๊สที่ใช้สำหรับสำหรับทำแสงสว่าง หรือใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยเท่านั้น เช่นแก๊สหุงต้ม (ไม่ใช่เพื่อการค้าหรือเชิงพาณิชย์หรืออุตสาหกรรม
•ความเสียหายจากน้ำหรือสารเคมีที่ใช้ในการดับเพลิง
•ความเสียหายอันเกิดจากเจ้าหน้าที่ ดับเพลิง เช่น การพังบ้านหรือการกระทำใดๆเพื่อการดับเพลิงและป้องกันไม่ให้ไฟขยายตัวและลุกลาม
•ความเสียหายจากควัน เขม่า เกรียม อันเนื่องมาจากการเกิดอัคคีภัย

จำเป็นต้องทำประกันอัคคีภัยบ้าน เมื่อกู้ซื้อบ้านกับธนาคาร

ผู้ที่ขอกู้ซื้อบ้านกับธนาคารทุกคนจะถูกบังคับให้ทำประกันอัคคีภัยบ้านตามกฎหมาย เพื่อใช้เป็นหลักประกันให้กับธนาคารในกรณีที่บ้านเกิดความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ จึงเป็นเหตุผลที่ผู้กู้ซื้อบ้านจะถูกบังคับให้ทำประกันอัคคีภัยพร้อมกับการซื้อบ้านทุกครั้งโดยปฏิเสธไม่ได้ และจำเป็นต้องต่อประกันอัคคีภัยในระหว่างการผ่อนบ้านจนกว่าจะหมดสัญญาการกู้ซื้อบ้านด้วย

ไม่จำเป็นต้องทำประกันอัคคีภัย เมื่อซื้อบ้านเงินสด

กฎหมายไม่ได้บังคับให้ผู้ที่ซื้อบ้านด้วยเงินสดต้องทำประกันอัคคีภัยบ้าน ผู้ซื้อบ้านเงินสดจึงไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อประกันเพิ่ม แต่ทั้งนี้ เจ้าของบ้านก็ควรทำประกันไว้ด้วยเพื่อความอุ่นใจ เพราะอาจเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นได้โดยไม่คาดคิด หรืออาจมีไฟลุกลามมาจากบ้านข้าง ๆ หากมีประกันติดบ้านไว้ เงินสินไหมทดแทนก็จะช่วยบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ เจ้าของบ้านทุกหลังจึงควรทำประกันอัคคีภัยไว้ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้จากเหตุไม่คาดคิด

รีไฟแนนซ์บ้าน ต้องทำอย่างไรกับประกันอัคคีภัย?

การประกันอัคคีภัยที่เจ้าของบ้านทำไว้กับธนาคารเดิมเพื่อคุ้มครองความเสียหายของทรัพย์สินที่เป็นตัวบ้านและเฟอร์นิเจอร์ในบ้านนั้น เฉพาะตัวบ้านเท่านั้นที่เป็นกรรมสิทธิ์ของธนาคาร ในกรมธรรม์ประกันภัยจึงมีการกำหนดให้ธนาคารเป็นผู้รับผลประโยชน์จากการเอาประกันภัย เมื่อมีการรีไฟแนนซ์กับธนาคารแห่งใหม่ จะมีการปิดยอดเงินกู้กับธนาคารแห่งเดิม ก็สามารถโอนความคุ้มครองจากกรมธรรม์เดิมที่ระบุชื่อผู้รับประโยชน์เป็นชื่อธนาคารเก่าไปเป็นชื่อธนาคารแห่งใหม่ได้

โดยที่ตัวบ้านและชื่อผู้เอาประกันภัยยังคงเป็นข้อมูลเดิม หากแต่ให้มีการเปลี่ยนชื่อผู้รับผลประโยชน์จากชื่อธนาคารเก่ามาเป็นธนาคารใหม่ โดยส่วนใหญ่ทางธนาคารแห่งใหม่จะเป็นผู้ประสานดำเนินการให้ แต่ก็อาจมีบางธนาคารไม่มีสัญญากับบริษัทประกันภัยที่เจ้าของบ้านได้ทำไว้ เจ้าของบ้านก็สามารถดำเนินการได้เอง โดยขอหนังสือรับรองจากธนาคารแห่งใหม่และนำกรมธรรม์ไปติดต่อกับบริษัทประกันภัยเพื่อออกสลักหลังแก้ไขชื่อผู้รับประโยชน์จากชื่อธนาคารเก่าเป็นชื่อธนาคารแห่งใหม่ที่รีไฟแนนซ์ไป

ทำประกันอัคคีภัยบ้านกับใคร?

ตามปกติแล้ว เมื่อมีการตกลงทำสัญญากู้ซื้อบ้าน ธนาคารเจ้าของสัญญาจะเป็นผู้เสนอประกันอัคคีภัยบ้านจากบริษัทในเครือหรือพันธมิตรของตนเอง และให้ผู้ซื้อทำสัญญาพร้อมกันในคราวเดียว แต่หากรู้สึกว่าประกันบ้านที่ธนาคารเสนอมีเงื่อนไขที่ไม่ดีพอ ผู้ซื้อก็สามารถเลือกทำประกันกับบริษัทอื่นได้ แต่ธนาคารเจ้าของสัญญาจะต้องเป็นผู้รับผลประโยชน์จากประกันนั้น ธนาคารเจ้าของสัญญาจึงจะยอมรับได้
ควรเลือกประกันอัคคีภัยบ้านอย่างไร

ตามกฎหมายประกันอัคคีภัยบ้าน หากมีความเสียหายที่อยู่ในความคุ้มครองของประกันประเภทนี้ ผู้ซื้อจะได้รับสินไหมทดแทนตามมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินมูลค่าของที่อยู่อาศัยและทุนประกัน ดังนั้น ผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องทำประกันเกินมูลค่าบ้านแต่อย่างใด เช่น บ้านราคา 3 ล้านบาท แต่เลือกทุนประกัน 5 ล้านบาท หากเกิดความเสียหายทั้งหมด ก็จะได้รับสินไหมทดแทนสูงสุดเพียง 3 ล้านบาทเท่านั้น

ประกันอัคคีภัยถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยคุ้มครองความเสียหายของบ้านรวมถึงทรัพย์สินในบ้านเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ และยังเป็นประกันวินาศภัยที่คุ้มค่า ด้วยเบี้ยประกันอัคคีภัยบ้านเพียงล้านละหลักพันเท่านั้น แม้ในบางเงื่อนไขหากไม่ได้ถูกบังคับให้ทำประกันตามข้อกำหนดของธนาคาร ก็ยังจำเป็นจะต้องทำประกันอัคคีภัยไว้เพื่อความอุ่นใจ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันจนบ้านและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย

ประกันอัคคีภัย ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินของผู้เอาประกันภัย ทั้งสังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์ ทั้งทรัพย์สินที่มีรูปร่าง และไม่มีรูปร่าง ที่เกิดความสูญเสียหรือเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้เป็นหลัก สนใจรายละเอียด คลิก https://www.smk.co.th/others/ประกันอัคคีภัย หรือ หรือ โทร.1596 Line : @smkinsurance พร้อมติดตามอ่านข้อมูลและเนื้อหาสาระดีดีเพิ่มเติมได้ที่ https://smkinsurance.blogspot.com

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม