หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ข้อควรรู้ระวังภัยเมื่อเกิดเหตุ “เรือล่ม”  (อ่าน 1 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 26 ธ.ค. 22, 16:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

เป็นความไม่มั่นใจสำหรับใครหลายคน เมื่อมีความจำเป็นต้องโดยสารทางน้ำโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางข้ามทะเลที่อาจต้องประสบกับปัญหาคลื่นลมแรงโดยไม่คาดคิด จนอาจส่งผลร้ายแรงจนถึงขั้นเรืออัปปาง (เปิดไทม์ไลน์ เหตุเรือหลวงสุโขทัยล่มกลางทะเล https://www.thaipost.net/general-news/286987/) การมีทักษะและความรู้พื้นฐานเบื้องต้นจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกคนที่โดยสารทางเรือ

ประเภทของเรือโดยสาร
ศูนย์ควบคุมการจราจรและความปลอดภัยทางทะเล กรมเจ้าท่า ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า เรือโดยสารสามารถแบ่งได้ตามลักษณะของเรือได้ง่าย ๆ 3 ประเภท ได้แก่

1.เรือโดยสารธรรมดา สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ประมาณ 100 คน มีทั้งแบบ 1 ชั้นและ 2 ชั้น ใช้ความเร็วปานกลางประมาณ 10-15 นอต

2.เรือสปีดโบ๊ต ขนาดเล็ก บรรทุกผู้โดยสารได้ประมาณ 10-30 คน และเรือสปีดโบ๊ตขนาดใหญ่ บรรทุกผู้โดยสารได้ประมาณ 40 คน ใช้ความเร็วสูง 35-40 นอต จึงเป็นที่นิยมในการใช้ข้ามเกาะ แต่มีราคาค่อนข้างสูง

3.เรือเฟอรี่ สามารถบรรทุกรถและสิ่งของได้ ใช้ความเร็วไม่มาก ประมาณ 10 นอต แต่มีขนาดใหญ่และต้องอาศัยท่าเรือแบบพิเศษ เนื่องจากต้องมีการนำรถขึ้นเรือด้วย สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ประมาณ 300 คน และรถยนต์ประมาณ 30-40 คัน แล้วแต่ขนาดและน้ำหนักของรถ

สาเหตุของเรือล่ม

เรือล่มนั้นสามารถเกิดอุบัติเหตุได้จากการมีน้ำเข้าเรือและมีสาเหตุได้หลายลักษณะด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น

•เรือรั่วหรือทะลุ เป็นเรื่องของการดูแลตรวจสอบสภาพเรือก่อนออกทะเล บางครั้งไม่ดูแลและซ่อมบำรุงให้ดี แต่เป็นการซ่อมแบบชั่วคราว อาจเกิดรอยรั่วระหว่างทาง ทำให้น้ำเข้าเรือจนล่มได้
•เรือชนก้อนหินจากคลื่นลมแรง แต่มีโอกาสเกิดน้อย
•เรือชนกัน ซึ่งส่วนมากมักเป็นอุบัติเหตุเรือสปีดโบ๊ตชอบแข่งขันกันเพื่อแย่งผู้โดยสาร ซึ่งอาจทำให้ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บและกระเด็นตกน้ำจนถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งแตกต่างจากเรือล่มปกติทั่วไปที่มีเวลาเตรียมตัวสละเรือ ลงน้ำ และรอความช่วยเหลือ

เสื้อชูชีพต้องพร้อม เรือชูชีพต้องมี ใช้อย่างไร?

สำหรับอุปกรณ์การช่วยเหลือบนเรือโดยสารขนาดใหญ่ นอกจากเสื้อชูชีพแล้ว ยังต้องมีอุปกรณ์ดังนี้

1.เรือแพชูชีพลักษณะเป็นแคปซูล เมื่อโยนลงไปในน้ำจึงจะกางออก ทำให้ผู้โดยสารยังไม่สามารถนั่งได้เมื่ออยู่บนเรือ ต้องกระโดดลงไปในน้ำก่อนแล้วจึงค่อยปีนขึ้น

2.หากอยู่รวมกันที่จุดรวมพลแล้วกระโดดลงไปในน้ำในจุดใกล้เรือแพชูชีพก็จะง่ายต่อการช่วยเหลือ แต่หากแยกย้ายกันไปกระโดดลงน้ำแล้ว จะไม่สามารถว่ายน้ำมาขึ้นเรือแพชูชีพได้ เนื่องจากกระแสน้ำและกระแสคลื่นลมแรงมาก อาจถูกพัดพาออกไปไกล และตกหล่นจากความช่วยเหลือ

3.เรือแพชูชีพขนาดใหญ่สามารถรองรับคนได้ประมาณ 40-50 คน มีความสูงจากน้ำทะเลประมาณ 50 เซนติเมตร เด็ก ผู้หญิง และคนชราปีนขึ้นเองยากจึงต้องมีคนเรือมาช่วยดึงขึ้น

4.เมื่อลงเรือไปแล้วต้องเกาะเชือกกันไว้เป็นกลุ่มเพื่อง่ายต่อการช่วยเหลือ

สำหรับอุปกรณ์การช่วยเหลือ ใบอนุญาตเรือจะระบุว่าจำนวนผู้โดยสารที่เรือบรรทุกได้ 300 คน ต้องมีเสื้อชูชีพและเรือแพรองรับผู้โดยสารได้ไม่น้อยว่า 300 คน และควรมีการซ้อมใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือต่าง ๆ เช่น ซ้อมใช้เรือแพ ซ้อมการรวมพล การสวมเสื้อชูชีพ การรู้จักสัญญาณต่าง ๆ เช่น สัญญาณสละเรือ

ปกป้องชีวิตจากเหตุเรือล่ม

การประเมินสถานการณ์ขณะประสบเหตุว่าเรือจะล่มหรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่ตัดสินใจยากสำหรับกัปตันเรือ เพราะโดยปกติแล้วการอยู่บนเรือใหญ่จะช่วยรักษาความปลอดภัยได้มากกว่าไปลอยตัวอยู่ในน้ำทะเลและถูกคลื่นลมซัด กัปตันจึงต้องพยายามปกป้องผู้โดยสารปลอดภัยด้วยการให้อยู่บนเรือใหญ่ก่อน แต่ถึงที่สุดแล้วถ้าเรือจะต้องล่ม กัปตันต้องเป็นผู้ตัดสินใจ โดยลูกเรือและผู้โดยสารต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะหากเรือล่มและจมน้ำลงไปพร้อมกับเรือจะยิ่งมีโอกาสรอดชีวิตน้อยมาก จึงควรปฏิบัติดังนี้

1.หากเรือเอียงแล้วไม่ควรจะอยู่ด้านในของเรือ ควรออกมายืนในพื้นที่โล่งเตรียมพร้อมสละเรือได้ทุกเมื่อ ไม่เช่นนั้นอาจถูกบล็อกให้ขังอยู่ภายในเรือและเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เสียชีวิต

2.เจ้าของเรือต้องมีหน้าที่ดูแลเรือให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย คนประจำเรือต้องมีความรู้ในเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะสถานการณ์วิกฤติ เพราะการช่วยเหลือผู้โดยสารนั้น คนเรือมีส่วนสำคัญอย่างมาก

3.ผู้โดยสารควรเชื่อฟังไม่โวยวายหรือทะเลาะวิวาทกัน

4.ก่อนกระโดดน้ำต้องสวมเสื้อชูชีพไม่ว่าจะว่ายน้ำเป็นหรือไม่เป็น เพราะอาจไม่ทราบได้ว่า เมื่อกระโดดลงไปในทะเลแล้วจะต้องลอยอยู่ในน้ำนานแค่ไหน หรือบางครั้งกระโดดลงไปแล้วได้รับบาดเจ็บจะยังคงลอยตัวอยู่ได้

5.เจ้าของเรือ ควรเลือกกัปตันเรือที่มีความรู้และประสบการณ์มากพอสมควร เพราะหากกัปตันเรืออายุน้อย ประสบการณ์น้อย หากเกิดความผิดพลาดขึ้นมาอาจจะได้รับความเสียหาย

6.ผู้โดยสาร เมื่อลงเรือโดยสารแล้วต้องรู้จักสังเกตหาทางหนีทีไล่ ส่วนใหญ่จะมีป้ายทางออกแสดงอยู่ตามทางเดิน และควรมองหาว่ามีเสื้อชูชีพอยู่ที่บริเวณใด สนใจคำแนะนำสวมใส่เสื้อชูชีพที่ถูกต้อง เพราะหากจำเป็นต้องกระโดดลงน้ำจากที่สูงเสื้ออาจหลุดจากตัวได้ และการลอยตัวอยู่ในน้ำนาน ๆ จะทำให้หมดแรงหรือเป็นตะคริวได้

ปลอดภัยยิ่งกว่าด้วยประกันภัยการเดินทาง (TA) ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลระยะสั้นที่มีจุดมุ่งหมายที่จะให้ความคุ้มครองอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างการเดินทางของผู้เอาประกันภัยซึ่งอยู่ระหว่างการท่องเที่ยว ตลอด 24 ชั่วโมง สนใจรายละเอียด คลิก https://www.smk.co.th/productpadetail/3 หรือ โทร.1596 Line : smkinsurance และสามารถติดตามเนื้อหาสาระดีๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://smkinsurance.blogspot.com/

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม