หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: สาวบริสุทธิกับสาวไม่บริสุทธิต่างกันยังไง  (อ่าน 104793 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« ตอบ #270 เมื่อ: 25 ก.ค. 08, 11:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
*น้ำพริกกับผักเคียง ช่วยเลี่ยงได้หลายโรค*
พูดถึง “น้ำพริก” คนไทยต้องรู้จักเป็นอย่างดี
แม้ว่าแต่ละภาคอาจจะเรียกชื่อแตกต่างกันไปบ้าง เช่น ภาคใต้เรียก “น้ำชุบ”
ภาคอีสาน มี “ป่น” “แจ่ว” แต่ไม่ว่าจะเรียกชื่อต่างกันแค่ไหน
ส่วนประกอบหลักๆของน้ำพริกมีคล้ายคลึงกัน
แถมยังต้องกินกับผักเคียงหลากหลายชนิดที่มีคุณประโยชน์ทางโภชนาการและป้องกันโรคภัยต่างๆได้ด้วย
สมุนไพรที่อยู่ในถ้วยน้ำพริกนั้น ประกอบด้วยพริก กระเทียมและหอมแดง
ซึ่งแต่ละอย่างก็มีสรรพคุณป้องกันได้หลายแบบ
เอกสารเผยแพร่ของศูนย์ประสานงานการแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก
โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ให้ข้อมูลสมุนไพรแต่ละตัวไว้ว่า
พริก มีรสชาติเผ็ดร้อน ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้
ทำให้เจริญอาหาร ขับลม แก้หวัด แก้ภูมิแพ้
งานวิจัยพบว่าในพริกมีสารแคปไซซิน ที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด
รวมทั้งฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง
กระเทียม มีสาร “อัลลิซิน” กลิ่นฉุน มีฤทธิ์ช่วยลดความดันโลหิต
ช่วยไม่ให้เลือดจับตัวเป็นลิ่มหรืออุดตันตามผนังหลอดเลือด
ลดการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด
หอมแดง มีสาร “เคอร์ซิทิน” ช่วยทำความสะอาดเส้นเลือด
ป้องกันไม่ให้หลอดเลือดอุดตัน
นอกจากนี้ สมุนไพรที่เป็นเครื่องเคียงกินกับน้ำพริก เช่น สายบัว
บัวบก ผักกระเฉด ผักกูด ผักหนามยังมีสารประกอบที่ฝรั่งเรียกว่า
“ไฟโตเคมีคอลล์” มีฤทธิ์ในการป้องกันโรคร้ายต่างๆเช่น คลอโรฟิลล์
ฟลาโวนอยด์ แคโรทีนอยด์
เมื่ออยู่ในผักจะออกฤทธิ์ช่วยกันเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง
เพิ่มภูมิคุ้มกันและต่อต้านอนุมูลอิสระ
ในผักยังมีเส้นใยอาหาร หรือที่เรียกว่าไฟเบอร์นั้น
ก็ยังมีประโยชน์อีกนั่นคือเส้นใยอาหารที่ละลายน้ำจะช่วยคุมระดับไขมันและระดับน้ำตาลในเลือด
ส่วนเส้นใยที่ไม่ละลายน้ำจะช่วยทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น
ลดโอกาสเสี่ยงการเป็นริดสีดวงทวาร และมะเร็งลำไส้ใหญ่

ทั้งหมดที่ว่ามาแสดงว่าสมุนไพรในหนึ่งถ้วยน้ำพริกนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพเหลือหลาย
นอกจากความแซบอันเป็นที่รู้กันโดยทั่วไป
แล้วอย่างนี้จะทิ้งน้ำพริกไปหาอาหารฝรั่งกันได้ลงคอเชียวหรือ.
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #271 เมื่อ: 31 ก.ค. 08, 10:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
*กันไว้ดีกว่า..แก้!*
“ราชวิถี” ปฏิบัติการคัดกรอง “เบาหวาน” เข้าจอประสาทตา
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ในจำนวนคนไทย 64 ล้านคน
มีคนที่เป็นเบาหวานถึงประมาณ 4 ล้านคน!!
ข้อมูลจาก กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า “เบาหวาน”
เป็นสาเหตุสำคัญในการสูญเสียสุขภาวะ เป็นอันดับ 5 ในเพศชาย และอันดับ 3
ในเพศหญิง
นพ.ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมการแพทย์ให้รายละเอียดว่า
เบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง
ที่พบบ่อยในประเทศไทยและต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเป็นจำนวนมาก
ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง
อีกทั้งยังเป็นโรคที่ต้องได้รับการติดตามดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง
ปัญหาสำคัญของโรคเบาหวานก็คือ การเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆเช่น
การติดเชื้อ แผลหายช้า คันตามผิวหนัง มีการติดเชื้อรา เกิดอาการชา
ไม่มีความรู้สึก เจ็บตามแขนขา
หย่อนสมรรถภาพทางเพศเนื่องจากน้ำตาลสูงนานๆ
ทำให้เส้นประสาทเสื่อมเกิดแผลที่เท้าได้ง่าย เพราะไม่รู้สึก
บางคนถึงขั้นต้องตัดขา
แต่ที่น่ากลัวกว่าและคนไม่ค่อยนึกถึง คือ
ภาวะเบาหวานเข้าจอประสาทตา ซึ่งโดยเฉลี่ยภาวะนี้จะเกิดขึ้นประมาณ 25%
ของผู้ป่วยเบาหวาน ประมาณว่า หากประเทศไทยมีผู้ป่วยเบาหวาน 4 ล้านคน
ก็คาดว่าจะมีผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะเบาหวานเข้าจอประสาทตาถึงประมาณ 850,000
คน ทั่วประเทศ

ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีอาการสายตาเลือนรางและหากไม่ได้มีการตรวจคัดกรอง
เพื่อทำการรักษาในระยะแรกเริ่ม ก็จะทำให้เกิดความพิการตาบอดในที่สุด
ทั้งนี้ ภาวะเบาหวานเข้าจอประสาทตา
เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความพิการตาบอด เป็นอันดับ 2 รองจากต้อกระจก
นพ.ไพศาล ร่วมวิบูลย์สุข จักษุแพทย์ ประจำกลุ่มงานจักษุวิทยา
รพ.ราชวิถี
บอกว่าเนื่องจากภาวะเบาหวานเข้าจอประสาทตาในระยะเริ่มแรกจะไม่มีอาการใดๆเลย
ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่มารักษาเฉพาะโรคเบาหวานแต่ไม่ได้สนใจอาการผิดปกติของจอประสาทตา

จากการวิจัยพบว่า
ผู้ป่วยเบาหวานเข้าจอประสาทตาส่วนใหญ่มาพบจักษุแพทย์
เมื่ออาการลุกลามรุนแรงแล้ว ทำให้การรักษาทำได้ยาก
ซึ่งถ้าผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่นๆโรคจะไม่ลุกลามไปถึงขั้นรุนแรง
โรงพยาบาลราชวิถี
จึงเริ่มโครงการศึกษาติดตามผู้ป่วยโรคเบาหวานเข้าจอประสาทตา
เพื่อคัดกรองผู้ป่วยและเพื่อป้องกันภาวะตาบอดในคนไทย
คุณหมอไพศาล อธิบายว่า การคัดกรองผู้ป่วย
ทำได้ด้วยการใช้กล้องดิจิตอลถ่ายภาพจอประสาทตาโดยไม่ต้องขยายม่านตา
หากพบความผิดปกติของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงจอประสาทตา
ซึ่งระยะแรกผู้ป่วยจะมีเส้นเลือดฝอยโป่งออกมาที่จอประสาทตาจากนั้นจะมีการจับตัวของสารประเภทไขมันสีขาวบนจอประสาทตาและมีเลือดออกบนจอประสาทตาจนทำให้ตามัว

ซึ่งถ้าตรวจพบจักษุแพทย์ก็จะรักษาโดยยิงเลเซอร์เข้าไปที่เส้นเลือดของจอประสาทตา
เพื่อป้องกันการลุกลาม ที่อาจจะทำให้เกิดภาวะตาบอดได้
ส่วนผู้ป่วยที่อยู่ในต่างจังหวัด ไม่สามารถเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลใน
กทม. ได้ จะทำอย่างไร
คุณหมอไพศาลบอกว่าเพื่อให้สถานบริการในภูมิภาคสามารถที่จะให้บริการคัดกรองผู้ป่วยจากภาวะเบาหวานเข้าจอประสาทตาได้
กรมการแพทย์ โดย รพ.ราชวิถี
ได้จัดโครงการถ่ายทอดความรู้ทางการแพทย์และสาธารณสุขให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่
เป็นการแพทย์เชิงรุกที่จะทำให้ผู้ป่วยเบาหวานในเขตชุมชนห่างไกล
ได้รับการคัดกรองภาวะเบาหวานเข้าจอประสาทตาอย่างทั่วถึง
ขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้ว 2 แห่ง ได้แก่ที่ จ.อุดรธานี และ จ.กระบี่
และคาดว่าจะขยายการให้บริการในพื้นที่อื่นๆให้ครอบคลุมทั่วประเทศต่อไป
ทั้งนี้ โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง ที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพ
ลักษณะสำคัญของโรคนี้ คือ ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ
เนื่องจากขาดฮอร์โมนอินซูลิน หรือประสิทธิภาพของฮอร์โมนอินซูลินลดลง
เนื่องจากภาวะดื้อต่ออินซูลินทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอยู่เป็นเวลานานผลที่ตามมาคือการเกิดโรคแทรกซ้อนต่ออวัยวะต่างๆเช่น
ตา ไต ระบบประสาท หัวใจ หลอดเลือดแดง ฯลฯ
อาการของโรคเบาหวานที่สังเกตได้ คือ ปัสสาวะบ่อยเกิดการสูญเสียน้ำ
และอาจจะพบว่าปัสสาวะมีมดตอม หิวน้ำบ่อย อ่อนเพลีย น้ำหนักลด
ทั้งๆที่กินเก่ง หิวเก่ง
เนื่องจากร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้
นอกจากนี้อาจเกิดอาการอื่นๆ เช่น ติดเชื้อ แผลหายช้า
มีโรคแทรกซ้อน เช่น โรคไต เบาหวานเข้าตา หลอดเลือดหัวใจตีบ อัมพาต
หลอดเลือดแดงที่ขาตีบ นอกจากนั้นยังอาจจะเกิดปลายประสาทอักเสบ
ทำให้เกิดอาการชาขา กล้ามเนื้ออ่อนแรงตลอดจนประสาทอัตโนมัติเสื่อมได้ด้วย
ท้ายสุด อธิบดีกรมการแพทย์ ฝากเตือนว่า
“วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคเบาหวาน คือ การออกกำลังกาย
การควบคุมอาหาร การคุมน้ำหนัก และ
ตรวจร่างกายวัดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ”
ทีมข่าวสาธารณสุข ขอสนับสนุนแนวคิดของกรมการแพทย์
ที่ปลุกกระแสการตื่นตัวในการป้องกันโรคเบาหวาน และ
ได้ดำเนินโครงการคัดกรองเพื่อป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง
และสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน
รวมถึงผู้ที่ป่วยเป็นเบาหวานแล้วก็ควรที่จะสังเกตความผิดปกติ
เพื่อจะได้รักษาได้อย่างทันท่วงที
ก่อนที่จะสายเกินแก้!!!
ทีมข่าวสาธารณสุข
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #272 เมื่อ: 10 ส.ค. 08, 10:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 



*ไม่มีความสำเร็จใด ได้มาโดยไม่พยายาม*
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #273 เมื่อ: 14 ส.ค. 08, 09:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 



*การกระทำนั้นมีน้ำหนักมากกว่าคำพูดเสมอ*
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #274 เมื่อ: 17 ส.ค. 08, 10:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


*ล้มเพราะก้าวไปข้างหน้าดีกว่ายืนเต๊ะท่าอยู่กับที่*
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #275 เมื่อ: 2 ก.ย. 08, 11:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

*เหล้าเป็นต้นเหตุตับอ่อนอักเสบ
แพทย์พบมีอัตราการเสียชีวิตสูง*
แพทย์จุฬาฯ ทบทวนประวัติผู้ป่วยภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันรุนแรงในรอบ 5
ปี จำนวน 210 ราย พบการดื่มเหล้าเป็นต้นเหตุของโรคอันดับ 1
รองลงมาเกิดจากนิ่วในถุงน้ำดี
ส่วนการรักษาคนไข้ที่มีภาวะเนื้อตายของตับอ่อน
แต่ไม่พบการติดเชื้อใช้การรักษาแบบประคับประคองร่วมกับวิธีการทางรังสีรักษาแทนการผ่าตัด

คนไข้ที่มีภาวะเนื้อตายของตับอ่อนติดเชื้อต้องรักษาด้วยวิธีผ่าตัดและติดตามภาวะแทรกซ้อนระยะยาว
รศ.นพ.พัฒน์พงศ์ นาวีเจริญ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ได้วิจัยเรื่อง
“แนวทางการดูแลและผลการรักษาในผู้ป่วยภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันรุนแรง”
พบว่าโรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันรุนแรงเป็นโรคที่ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อน
มีอัตราการเสียชีวิตสูง
ในปัจจุบันแนวทางการดูแลรักษาในระยะแรกของโรคเปลี่ยนแปลงจากอดีตที่อาศัยการผ่าตัดเป็นส่วนใหญ่มาเป็นการรักษาแบบประคับประคอง
รศ.นพ.พัฒน์พงศ์กล่าวด้วยว่า จากผลการศึกษาวิจัย
ผู้ป่วยในของโรงพยาบาลจุฬาฯที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันรุนแรง
มีสาเหตุการเกิดภาวะตับอ่อนอักเสบที่พบมากที่สุด ไดแก่
การดื่มแอลกอฮอล์ คิดเป็นร้อยละ 47.5 รองลงมาเกิดจากนิ่วในทางเดินน้ำดี
ร้อยละ 37.5 ผู้ป่วย 18 ราย หรือร้อยละ 45
อัตราการเสียชีวิตโดยรวมเท่ากับร้อยละ 25
รศ.นพ.พัฒน์พงศ์กล่าวว่า
การที่ผู้ป่วยมีภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันรุนแรงก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนและมีอัตราการเสียชีวิตสูง.
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #276 เมื่อ: 23 ก.ย. 08, 09:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนเราเติบใหญ่ก็ด้วยความฝัน วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ทุกท่านล้วนเป็นนักฝันตัวยง พวกเขามองเห็นสิ่งต่างๆท่ามกลางเมฆหมอกซีดจาง ในเช้าของฤดูใบไม้ผลิ....หรือผ่านแสงอัสดงยามเย็นแห่งคิมหันตฤดู ทว่า พวกเราบางคนกำลังปล่อยให้ความฝันตายจากไปอย่างน่าเสียดาย (วูดโรว์ วิลสัน.... ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา)



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #277 เมื่อ: 30 ก.ย. 08, 11:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


"อดทนในวันนี้เพื่ออนาคตที่ดีในวันหน้า"





"ทุกครั้งที่แพ้จะแก้ไขตัวเองให้เก่งกว่าเดิม"
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #278 เมื่อ: 7 ต.ค. 08, 10:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

งานบ้าน” เป็นตัวช่วยที่ดี
ลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้
งานวิจัยที่ศึกษาข้อมูลในระดับนานาชาติพบว่า การให้ร่างกายได้ออกกำลัง
แอคทีฟอยู่เสมอ
สามารถลดปัจจัยเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ได้อย่างมีนัยสำคัญ
นักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์ข้อมูลของบุคคล 413,000 ราย ในประเทศยุโรป 10
ประเทศและพบว่าคนที่มีกิจกรรมทางกายกระฉับกระเฉงสามารถลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคดังกล่าวได้ถึง
22 เปอร์เซ็นต์
การศึกษายังพบว่าปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดก้อนเนื้อมักเกิดที่ด้านขวาของลำไส้นั้นลดลงถึง
35 เปอร์เซนต์ สำหรับคนออกกำลังส่วนใหญ่
และในกลุ่มที่น้ำหนักไม่เกินพิกัดปัจจัยเสี่ยงก็ยิ่งลดลงไปอีกมาก
ดร.เลสลีย์ วอล์คเกอร์ จากองค์การการกุศล แคนเซอร์
รีเสิร์ชยูเค หนึ่งในผู้สนับสนุนการวิจัย กล่าวว่า
ครั้งนี้นับเป็นการศึกษาขนาดใหญ่มากที่จะช่วยขจัดความสงสัยเกี่ยวกับประโยชน์ของการออกกำลังกับการลดปัจจัยเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้

“นับว่าเป็นเรื่องสำคัญที่คนเราควรเข้าใจว่าพวกเขาสามารถจะนำเอากิจกรรมในชีวิตประจำวันเข้ามาช่วยลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดมะเร็งด้วย

คุณไม่จำเป็นต้องไปออกกำลังกายที่โรงยิมก็ได้ประโยชน์จากการออกกำลังกายได้”
ถ้าหากไม่ชอบเดินเร็ว หรือวิ่ง
การทำงานบ้านอย่างที่ต้องออกแรงมากๆ ก็ช่วยได้ เช่น เช็ดกระจก ดูดฝุ่น
ขัดพื้น ทำสวน และล้างรถพร้อมกันนั้นควรจะกินอาหารที่ถูกสุขลักษณะด้วย

เพื่อช่วยรักษาน้ำหนักร่างกายให้มีสุขภาพแข็งแรงก็จะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ลง
การศึกษาครั้งนี้ตีพิมพ์ในวารสารด้านระบาดวิทยามะเร็ง “แคนเซอร์
เอพิเดโมโลยี แอนด์ไบโอมาร์เคอส์ พรีเวนชั่น”.
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #279 เมื่อ: 11 ต.ค. 08, 10:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อย่ามองข้าม “อาหารเช้า” มื้อสำคัญเพื่อสุขภาพที่ดี

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินได้ฟังคุณประโยชน์ของการรับประทานอาหารเช้ากันมาบ้างแล้ว
แต่ก็ยังติดนิสัยชอบงดอาหารมื้อแรกของวันอยู่เป็นประจำ

วันนี้ลองหันมาทบทวนกันสักนิดดีกว่าว่างานศึกษาวิจัยก่อนหน้านี้เขาให้ความสำคัญกับอาหารเช้าไว้อย่างไรบ้าง
เผื่อจะได้กลับมาคิดใหม่ว่าต้องเปลี่ยนนิสัยกันเสียที
จากข้อมูลของศูนย์การแพทย์รัทแลนด์ เรจินัล
เมดิคอลเซ็นเตอร์ในเวอร์มอนต์ที่สหรัฐฯ
สรุปได้ว่าอาหารเช้านั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพและสามารถช่วยให้เราจัดการควบคุมน้ำหนักได้อีกด้วย
ได้ยินอย่างนี้แล้วพวกที่อยากควบคุมน้ำหนักต้องหูผึ่งแน่
ข้อความต่อไปนี้เป็นสิ่งที่งานวิจัยหลายชิ้นชี้ชัดว่า
*อาหารเช้ามีส่วนเชื่อมโยงทำให้มวลกายต่ำ (หรือน้ำหนักลด)
ลงกว่าเดิม เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่งดอาหารเช้า

*อาหารเช้าช่วยลดปัจจัยเสี่ยงการเป็นโรคอ้วนลงพุงและภาวะตอบสนองต่ออินซูลินลดลง

*อาหารเช้ายังเป็นหนึ่งในหลายยุทธศาสตร์ที่พิสูจน์แล้วว่าช่วยควบคุมการลดน้ำหนักได้ในระยะยาว
*สำหรับเด็กวัยเรียน
อาหารเช้าก็ยังแสดงให้เห็นว่าทำให้ได้เกรดดีและมีพฤติกรรมที่ดี
เห็นมั้ยล่ะว่าอาหารเช้ามีข้อดีตั้งหลายอย่าง
แล้วยังจะทิ้งอาหารเช้ากันลงคออีกหรือ.
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #280 เมื่อ: 18 ต.ค. 08, 09:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

"มีเพื่อนดีหนึ่งคนเหมือนกับมีเพื่อนหลายคน"
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #281 เมื่อ: 25 ต.ค. 08, 16:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมเฉยๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #282 เมื่อ: 1 พ.ย. 08, 09:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 



*ทำดีไม่ต้องกลัวเสียเปรียบ....พระเจ้าจะให้พระพร.*
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #283 เมื่อ: 1 พ.ย. 08, 09:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 



*ทำดีไม่ต้องกลัวเสียเปรียบ....พระเจ้าจะให้พระพร.*
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #284 เมื่อ: 1 พ.ย. 08, 09:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
*ความคิดที่ทำให้เกิดความโลภ*
"คนเราไม่ค่อยจะคิดถึงสิ่งที่ตนมีอยู่ แต่มักจะคิดถึงสิ่งที่ตนไม่มี"
(โชเปน เฮาเออร์)
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #285 เมื่อ: 8 พ.ย. 08, 10:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

"ทรัพยากรธรรมชาติของโลกเพียงพอที่จะเลี้ยงมนุษย์ในโลกทุกคน แต่จะไม่พอเลี้ยงความโลภของคนเพียงคนเดียว" (ความโลภ เป็นความบาป...ทำให้มนุษย์เห็นแก่ตัวมากไป)
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #286 เมื่อ: 8 พ.ย. 08, 10:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

"ทรัพยากรธรรมชาติของโลกเพียงพอที่จะเลี้ยงมนุษย์ในโลกทุกคน แต่จะไม่พอเลี้ยงความโลภของคนเพียงคนเดียว" (ความโลภ เป็นความบาป...ทำให้มนุษย์เห็นแก่ตัวมากไป)
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
อะไรก็ได้
เรทกระทู้
« ตอบ #287 เมื่อ: 11 พ.ย. 08, 18:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

:~ *~*ไม่สนใจหรอกว่าซิงไม่ซิง ลีลาเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า สุดๆไหมหละถ้าใช่ก็แจ๋วเลย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #288 เมื่อ: 15 พ.ย. 08, 13:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

10 หนทางส่งเสริมเด็กสุขภาพดี ( รู้ไวไขชีวิต )
การได้เห็นเด็กๆมีสุขภาพดี
ย่อมเป็นสิ่งหนึ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองปรารถนา
แต่สิ่งนั้นจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยปัจจัยหลายประการในการช่วยส่งเสริมให้เขาเหล่านั้นเดินไปบนหนทางสุขภาพได้เช่นกัน

เว็บไซต์ www.americanheart.org
ของสมาคมโรคหัวใจอเมริกัน กระซิบบอก 10
หนทางนำลูกหลานของคุณไปสู่นิสัยสุขภาพดี ดังต่อไปนี้
1. พ่อแม่ผู้ปกครองต้องเป็นตัวแบบที่ดี
หากผู้ใหญ่มีนิสัยทางสุขภาพที่ดีก็จะเป็นการง่ายที่จะชักชวนให้เด็กทำตาม
2. ควรจะให้ครอบครัวมีกิจกรรมแอ็กทีฟร่วมกัน
วางแผนการใช้เวลาของแต่ละคนให้สามารถใช้เวลาร่วมกันได้ เช่น ไปเดินเล่น
ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ ทำสวนด้วยกัน
ทุกคนก็จะได้ประโยชน์จากการออกกำลังและยังได้ใช้เวลาร่วมกันด้วย

3. ต้องจำกัดเวลาในการดูโทรทัศน์
เล่นวีดีโอเกมและการใช้เวลาหน้าจอคอมพิวเตอร์
เนื่องจากกิจกรรมแบบนี้จะทำให้นั่งอยู่กับที่และมักคว้าขนมขบเคี้ยวเข้าปากมากเกินไป
อันจะเพิ่มปัจจัยเสี่ยงในการลงพุงและเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจได้ในที่สุด
4. พยายามสนับสนุนเด็กๆให้มีกิจกรรมออกกำลังกายที่เด็กรู้สึกสนุกจริงๆ
ลองให้เด็กทดลองกิจกรรมที่ต่างกัน เพื่อจะได้รู้ว่ารักชอบที่จะเล่นอะไร
เขาจะได้เล่นกับสิ่งนั้นได้นาน
5. ผู้ใหญ่ควรเป็นผู้สนับสนุน หมั่นสนับสนุนยกย่องกิจกรรมที่เด็กทำ
แทนที่จะตำหนิอย่างเดียว
6. กำหนดเป้าหมายและจำกัดเวลาสำหรับการทำกิจกรรม เช่น
ออกกำลังกายวันละ 1 ชั่วโมง
7. อย่าให้รางวัลเด็กด้วยอาหาร
ลูกอมและของขบเคี้ยวเป็นรางวัลที่จะไปสร้างเสริมนิสัยสุขภาพที่ไม่ดี
ควรให้รางวัลด้วยวิธีอื่นดีกว่า
8. ลองทำให้เวลาอาหารมื้อค่ำเป็นเวลาสำหรับครอบครัว
เมื่อทุกคนในบ้านนั่งลงกินข้าวด้วยกันเด็กๆก็จะได้กินอาหารที่มีประโยชน์ด้วย
แทนที่จะกินแต่ขนม หรืออาจชวนให้เด็กมาร่วมทำอาหารด้วยก็ได้
9. เล่นเกมอ่านฉลากอาหาร
เกมนี้จะช่วยให้ทั้งครอบครัวได้เรียนรู้ร่วมกันว่าสิ่งใดเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ
และตระหนักถึงเรื่องอาหารการกินมากขึ้น
10. พ่อแม่ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมให้เด็กเห็นความสำคัญเรื่องสุขภาพมากขึ้น
เช่น ให้เด็กรู้จักเลือกอาหารที่มีประโยชน์ที่โรงเรียน เป็นต้น.

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #289 เมื่อ: 15 พ.ย. 08, 13:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

10 หนทางส่งเสริมเด็กสุขภาพดี ( รู้ไวไขชีวิต )
การได้เห็นเด็กๆมีสุขภาพดี
ย่อมเป็นสิ่งหนึ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองปรารถนา
แต่สิ่งนั้นจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยปัจจัยหลายประการในการช่วยส่งเสริมให้เขาเหล่านั้นเดินไปบนหนทางสุขภาพได้เช่นกัน

เว็บไซต์ www.americanheart.org
ของสมาคมโรคหัวใจอเมริกัน กระซิบบอก 10
หนทางนำลูกหลานของคุณไปสู่นิสัยสุขภาพดี ดังต่อไปนี้
1. พ่อแม่ผู้ปกครองต้องเป็นตัวแบบที่ดี
หากผู้ใหญ่มีนิสัยทางสุขภาพที่ดีก็จะเป็นการง่ายที่จะชักชวนให้เด็กทำตาม
2. ควรจะให้ครอบครัวมีกิจกรรมแอ็กทีฟร่วมกัน
วางแผนการใช้เวลาของแต่ละคนให้สามารถใช้เวลาร่วมกันได้ เช่น ไปเดินเล่น
ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ ทำสวนด้วยกัน
ทุกคนก็จะได้ประโยชน์จากการออกกำลังและยังได้ใช้เวลาร่วมกันด้วย

3. ต้องจำกัดเวลาในการดูโทรทัศน์
เล่นวีดีโอเกมและการใช้เวลาหน้าจอคอมพิวเตอร์
เนื่องจากกิจกรรมแบบนี้จะทำให้นั่งอยู่กับที่และมักคว้าขนมขบเคี้ยวเข้าปากมากเกินไป
อันจะเพิ่มปัจจัยเสี่ยงในการลงพุงและเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจได้ในที่สุด
4. พยายามสนับสนุนเด็กๆให้มีกิจกรรมออกกำลังกายที่เด็กรู้สึกสนุกจริงๆ
ลองให้เด็กทดลองกิจกรรมที่ต่างกัน เพื่อจะได้รู้ว่ารักชอบที่จะเล่นอะไร
เขาจะได้เล่นกับสิ่งนั้นได้นาน
5. ผู้ใหญ่ควรเป็นผู้สนับสนุน หมั่นสนับสนุนยกย่องกิจกรรมที่เด็กทำ
แทนที่จะตำหนิอย่างเดียว
6. กำหนดเป้าหมายและจำกัดเวลาสำหรับการทำกิจกรรม เช่น
ออกกำลังกายวันละ 1 ชั่วโมง
7. อย่าให้รางวัลเด็กด้วยอาหาร
ลูกอมและของขบเคี้ยวเป็นรางวัลที่จะไปสร้างเสริมนิสัยสุขภาพที่ไม่ดี
ควรให้รางวัลด้วยวิธีอื่นดีกว่า
8. ลองทำให้เวลาอาหารมื้อค่ำเป็นเวลาสำหรับครอบครัว
เมื่อทุกคนในบ้านนั่งลงกินข้าวด้วยกันเด็กๆก็จะได้กินอาหารที่มีประโยชน์ด้วย
แทนที่จะกินแต่ขนม หรืออาจชวนให้เด็กมาร่วมทำอาหารด้วยก็ได้
9. เล่นเกมอ่านฉลากอาหาร
เกมนี้จะช่วยให้ทั้งครอบครัวได้เรียนรู้ร่วมกันว่าสิ่งใดเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ
และตระหนักถึงเรื่องอาหารการกินมากขึ้น
10. พ่อแม่ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมให้เด็กเห็นความสำคัญเรื่องสุขภาพมากขึ้น
เช่น ให้เด็กรู้จักเลือกอาหารที่มีประโยชน์ที่โรงเรียน เป็นต้น.

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #290 เมื่อ: 22 พ.ย. 08, 11:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

*พระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์*
"...ไม่ใช่เก่งเฉยๆต้องใช้ความเก่งของตนทำประโยชน์ให้แก่สังคมเพื่อช่วยคนที่เก่งน้อยกว่า..."
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #291 เมื่อ: 6 ธ.ค. 08, 11:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


*พระราชดำรัสของ(ขออภัยค่ะ! คำนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ) ร.๙*
"ถ้าเราติดกระดุมเม็ดแรกผิด เม็ดต่อไป...มันก็ผิดหมด"
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #292 เมื่อ: 13 ธ.ค. 08, 12:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

*ข้อพระคัมภีร์หนุนใจเพื่อนๆพี่น้อง*
คนเที่ยงธรรมดำเนินชีวิตอย่างซื่อสัตย์
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #293 เมื่อ: 17 ธ.ค. 08, 13:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

วันคริสตมาสจะมีความหมายถ้าเราเข้าใจความรักของพระเยซูคริสต์.


*พระเจ้าทรงเป็นความรัก* (1 ยอห์น 4:9-10 พระคริสตธรรมคัมภีร์)
โดยข้อนี้ความรักของพระเจ้าก็เป็นที่ประจักษ์แก่เราทั้งหลาย คือ พระเจ้าทรงใช้พระบุตรองค์เดียวของพระองค์เข้ามาในโลกเพื่อเราทั้งหลายจะได้ดำรงชีวิตโดยพระบุตร ความรักที่ข้าพเจ้าพูดถึงนี้มิใช่ที่เรารักพระเจ้า แต่ที่พระองค์ทรงรักเรา และทรงใช้พระบุตรของพระองค์มาทรงเป็นผู้ลบล้างพระอาชญาที่ตกกับเราทั้งหลายเพราะบาปของเรา
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #294 เมื่อ: 20 ธ.ค. 08, 12:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

วันคริสตมาสจะมีความหมายถ้าเราเข้าใจความรักของพระเยซูคริสต์.


*พระเจ้าทรงเป็นความรัก* (1 ยอห์น 4:9-10 พระคริสตธรรมคัมภีร์)
โดยข้อนี้ความรักของพระเจ้าก็เป็นที่ประจักษ์แก่เราทั้งหลาย คือ
พระเจ้าทรงใช้พระบุตรองค์
เดียวของพระองค์เข้ามาในโลกเพื่อเราทั้งหลายจะได้ดำรงชีวิตโดยพระบุตร ความรักที่
ข้าพเจ้าพูดถึงนี้มิใช่ที่เรารักพระเจ้า แต่ที่พระองค์ทรงรักเรา
และทรงใช้พระบุตรของพระองค์
มาทรงเป็นผู้ลบล้างพระอาชญาที่ตกกับเราทั้งหลายเพราะบาปของเรา

*ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*

"พระเยซูคริสต์" เป็นคำตอบชีวิต เป็นความจริง เป็นความรักครับ.............
*พระเยซูคริสต์* เป็นความรัก
ความรัก 1 โครินธ์ 13 : 4-8 ( พระคริสตธรรมคัมภีร์ )
ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้
ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย
ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว
ไม่ช่างจดจำความผิด
ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิดแต่ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติชอบ
ความรักทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่นและเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ
และมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกอย่าง ความรักไม่มีวันสูญสิ้น

ประกาศ ข่าวประเสริฐ
*พระเยซูคริสต์* ผู้ทรงตายบนไม้กางเขน 3 วัน แล้วฟื้นคืนชีพจากความตาย
ผู้ทรงรับความผิดบาปของโลกไปเสีย ผู้ทรงไถ่บาปเพื่อคนทั้งปวง.....
พระเยซูตรัสว่า ผู้ที่เชื่อและวางใจในพระองค์ ผู้นั้นจะรับความรอด.....
พระเยซูตรัสว่า เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต
ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา
*ชมภาพยนตร์เรื่อง THE PASSION OF THE CHRIST
(เดอะแพสชั่นออฟเดอะไครสต์) A MEL GIBSON FILM (เมลกิ๊บสันสร้าง)
และภาพยนตร์เรื่อง The Gospel of John (นักบุญจอห์น... ไบเบิล
ลิขิตโลก)*
แล้วจะเข้าใจ ข่าวประเสริฐ ครับ.....BAKI777@THAIMAIL.COM
ขอพระเจ้าอวยพระพรพี่น้อง,เพื่อนทุกท่านครับ
ผมเป็นคริสเตียนเชื่อพระเยซูเป็นพระเจ้าผู้สร้างโลกครับ
*พูดคุยกันได้ครับที่อีเมล์ baki777@thaimail.com*

ผมเป็นคริสเตียนเชื่อพระเยซูเป็นพระเจ้าผู้สร้างโลกครับ

คริสเตียน คือ
คนที่ศรัทธาพระเยซูคริสต์และเดินตามคำสอนของพระเยซูคริสต์ครับ....
(พระคัมภีร์)
*คริสตจักรความหวังกรุงเทพฯ สอนและเดินตามพระคัมภีร์ทุกข้อทุกตอน*
ผมขอเชิญชวนเพื่อนๆพี่น้องทุกท่านไปคริสตจักรความหวัง กันน่ะครับ
เพื่อจะได้รู้จัก *ข่าวประเสริฐพระเยซูคริสต์* มากขึ้นน่ะครับ
....การทำความรู้จักใครสักคน ไม่ใช่การเสียเวลา....
*ทำความรู้จักพระเยซูคริสต์ ไม่เสียเวลาแน่นอนครับ*
คริสตจักรความหวัง มีทั่วประเทศทุกจังหวัดครับ ส่วน
คริสตจักรความหวังกรุงเทพฯ จะอยู่แถวคลองเตยครับ
คริสตจักรยินดีต้อนรับเพื่อนๆพี่น้องทุกท่านครับ
JESUS LOVE YOU


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #295 เมื่อ: 27 ธ.ค. 08, 11:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การโกหกเป็นวิธีที่ง่ายที่จะช่วยให้ผ่านเหตุการณ์ไปได้แต่...
การหลอกลวงแบบขอไปทีไม่ใช่สิ่งที่ดีหรอกนะ.
(การโกหกเป็นความบาป)
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #296 เมื่อ: 7 ม.ค. 09, 09:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

*พระราชดำรัสของ(ขออภัยค่ะ! คำนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ) ร.8*
ถ้าคนไทยทุกคน ถือว่าตนเป็นเจ้าของชาติบ้านเมือง
และต่างปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดีด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
และถูกต้องตามทำนองคลองธรรมแล้ว
ความทุกข์ยากของบ้านเมืองก็จะผ่านพ้นไปได้
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #297 เมื่อ: 14 ม.ค. 09, 09:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

*การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอถือเป็นยาอายุวัฒนะที่ทำให้คนเรามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง
โรคภัยไข้เจ็บไม่มาเยี่ยมเยียนง่ายๆส่งผลให้ชีวิตมีอายุยืนยาวขึ้น....*
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #298 เมื่อ: 21 ม.ค. 09, 10:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
*เรื่องบังเอิญ ไม่มีจริง*
...เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่มองเห็นและมองไม่เห็น
ล้วนแล้วมาจากพระเจ้า พระองค์เป็นผู้สร้าง
เพราะฉนั้นเรื่องบังเอิญ ไม่มีจริง...
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #299 เมื่อ: 28 ม.ค. 09, 11:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
*ฉันไม่ได้ล้มเหลวในการทดสอบ แต่ฉันพบ 100 วิธี ที่จะทำพลาดต่างหาก*
(เบนจามิน แฟรงคลิน)
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เดกไม่ดี
เรทกระทู้
« ตอบ #300 เมื่อ: 31 ม.ค. 09, 19:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
มีใครบ้างที่อยากทิ้งสิ่งที่แม่ให้มาเป็นของขวัญที่ดีที่สุด (ไม่มีหรอกค่ะ) หนูเปนหนึ่งคนที่ไม่บริสุทธิ์ ถ้าถามหนูว่าอยากกลับไปเปบเหมือนเดิมไหม(ก้ออนากสิ) แต่มันคงเปนไปไม่ได้ หนูเสียใจมากที่ไม่สามารถรักษาสิ่งที่แม่ให้หนู่มา แต่จะให้หนูโทดใครล่ะ หนูทำตัวของหนูเอง TT0TTสุดท้ายก้อเปนหนูที่ต้องทรมานกับสิ่งที่ไม่มีค่าเหลืออยู่เลย หนูรักพ่อ รักแม่มาก TT0TT TT0TTสิ่งสุดท้ายที่หยูทำได้ตอนนี้คือ...ตั้งใจเรียน หนูไม่สามารถลืมได้หรอกว่าตัวเองเคยผ่านอะไรมา มันติดตัว ติดอยู่ในใจตลอดที่หนูคิดมัน ถ้าย้อนกลับไปได้ หนูขอเปนเดกที่ดีของพ่อแท่ ไม่ออกไปหาอะไรที่มันแย่ๆนอกบ้าน เพราะ บ้านเปนที่ที่ดีที่สุดสำหรับเรา... ToT ToT --% --%
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #301 เมื่อ: 4 ก.พ. 09, 13:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
*จะมาล้มเลิกความตั้งใจไม่ได้ จนกว่าจะทำในสิ่งที่ทำได้ทุกอย่างซะก่อน*
(ข้อคิดหนุนใจคนทำความดี)
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #302 เมื่อ: 11 ก.พ. 09, 12:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
*แนะนำหนังสือดีๆ*
เรื่อง "ไล่ตงจิ้น ลูกขอทานผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชะตาชีวิต" ผู้เขียน LAI DONG JIN
แปล วิลาวัลย์ สกุลบริรักษ์ ลองหาอ่านดูน่ะครับ
....ผมเชื่อว่าทุกท่านที่อ่านจะได้สิ่งดีๆแน่นอนครับ....
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
HIV Coordinator
เรทกระทู้
« ตอบ #303 เมื่อ: 15 ก.พ. 09, 15:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จะซิงหรือไม่ซิงอย่าลืมถุงยางอนามัยนะครับ ทุกวันนี้คนไข้เอดส์ล้นห้องแล้วครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #304 เมื่อ: 17 ก.พ. 09, 10:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถ้าเราพบคำตอบ (ทำไมจึงมีเราและจักรวาล)
นั่นแหละคือที่สุดของเหตุผลมนุษย์-เพราะเราก็
จะได้รู้จิตของพระเจ้า
(สตีเฟน ฮอว์คิง)
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #305 เมื่อ: 25 ก.พ. 09, 13:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สิ่งที่ข้าพเจ้าสนใจจริงๆคือ พระเจ้ามีทางเลือกหรือไม่ ในการสร้างโลก
(อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์)
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #306 เมื่อ: 5 มี.ค. 09, 09:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ธรรมชาติให้เราเห็นเฉพาะหางของสิงโต แต่ข้าพเจ้าไม่สงสัยเลยว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของสิงโต ถึงแม้ว่าสิงโตไม่สามารถแสดงตัวทั้งหมดทันที เพราะขนาดใหญ่โตของมัน
(อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์)
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #307 เมื่อ: 11 มี.ค. 09, 09:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


มีตาแห่งจิตวิญญาณ ทรงคุณค่ายิ่งกว่าตาแห่งกายหนึ่งหมื่นดวง เพราะด้วยตาแห่งจิตวิญญาณเท่านั้นจึงเห็นความจริง
(พลาโต)
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #308 เมื่อ: 17 มี.ค. 09, 11:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พลาโตเป็นที่รักของข้าพเจ้า แต่ที่ข้าพเจ้ารักยิ่งกว่าคือ ความจริง
(อริสโตเติล)
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #309 เมื่อ: 19 มี.ค. 09, 09:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

*พระเยซูคริสต์เป็นความจริง*
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #310 เมื่อ: 20 มี.ค. 09, 11:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

*ข้อคิดหนุนใจเพื่อนๆพี่น้อง*
คนเรามีความพยายามเท่ากัน แต่ใช้ไม่เท่ากัน
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #311 เมื่อ: 25 มี.ค. 09, 12:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เราทำดีที่สุดแล้ว...

สิ่งใดที่เราได้พยายามแล้วอย่างเต็มที่
ไม่ว่าผลมันจะออกมาเป็นอย่างไรก็จงภูมิใจยอมรับ
เมื่อไม่มีอะไรจะมาเปลี่ยนแปลงกำหนดของโชคชะตาได้
ก็จงภูมิใจ...ที่เราได้ทำดีที่สุดแล้ว...

หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้น
บางครั้งมันอาจไม่ใช่ผลจากการกระทำของเราโดยตรง
แม้การยอมรับความผิดพลาดบกพร่องของตัวเองจะเป็นสิ่งที่ควรทำ
แต่การโทษตัวเอง...ไม่ใช่วิธีที่จะช่วยอะไรให้ดีขึ้น
มีแต่จะทำให้เราต้องสูญเสียความเชื่อมั่นศรัทธาในตัวเอง
และยิ่งเจ็บปวดเสียใจกับเรื่องเลวร้ายตรงหน้ามากขึ้น

ไม่ว่าวันนั้นจะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นก็ตาม
จงยอมรับความจริงว่ามันได้เกิดขึ้นแล้ว
และทำใจยอมรับเหตุการณ์นั้นๆ ให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของเราให้ได้

เรารู้ตัวเราเองว่าเราได้ทุ่มเทและพยายามแล้วอย่างเต็มที่
เราไม่ได้มีความตั้งใจที่จะทำให้ผลลัพธ์ต้องออกมาแย่หรือเลวร้าย
หากแต่โชคชะตาต่างหาก...
คือผู้กำหนดให้ทุกอย่างต้องเป็นเช่นนั้น

คิดเสียว่าเมื่อดวงเราจะต้องผิดหวัง..จะต้องล้มเหลว..จะต้องสูญเสีย..
ทุกอย่างมันก็จะต้องเป็นไปตามดวง..

หากฟ้าได้กำหนดมาให้เราต้องพบเจอกับเหตุการณ์นี้ กับความเจ็บปวดนี้
ก็ย่อมไม่มีทางที่เราจะหลีกเลี่ยงได้

ที่สำคัญคือที่ผ่านมาเราได้ทำดีที่สุดแล้วหรือเปล่า
ถ้าเราทำดีที่สุดแล้ว ทำเต็มที่ สุดพลัง สุดความสามารถของเราแล้ว
ก็จงอย่าไปเสียใจกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

บางทีสาเหตุอาจไม่ใช่เพราะตัวเราเอง
แต่เป็นเพราะเหตุผลอื่นอีกมากมายหลายอย่างที่กำหนดให้มันเป็นไปเช่นนั้น
เมื่อสิ่งที่เราได้ทำคือสิ่งที่ดีที่สุด...
ก็ย่อมไม่มีอะไรที่เราจะต้องเสียใจ

วันนี้ไม่ใช่วันของเราแต่วันข้างหน้าอาจเป็นวันของเราก็ได้
สู้ต่อไปเถอะ...





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #312 เมื่อ: 31 มี.ค. 09, 10:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มิตรภาพที่ลึกซึ้งกับพระเจ้า
- โดย ประเสริฐ หงส์ขจรนันท์ (เรียบเรียงโดย อ.ศิลป์ชัย
เชาว์เจริญรัตน์)

พี่น้องคริสเตียนทุกคนปรารถนาการฟื้นฟูจิตวิญญาณ แต่ทราบไหมว่า
การฟื้นฟูจิตวิญญาณคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร?

คำว่า ฟื้นฟูจิตวิญญาณ คือการทำจิตวิญญาณให้ดีขึ้น มีพลัง
กลับมีชีวิตชีวาอีกครั้ง อาจมีได้หลายๆด้าน
แต่ข้าพเจ้าเห็นว่า ถ้าขาดสิ่งหนี่งจิตวิญญาณเราอาจไม่ได้รับการฟื้นฟู
สิ่งนั้นก็คือ ความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า
หรือพูดได้ว่า หากเราต้องการมีการฟื้นฟูจิตวิญญาณ เราต้องต้องมี
"มิตรภาพที่ลึกซึ้งกับพระเจ้า"

เราจะมารู้จักเคล็ดลับการสร้างมิตรภาพกับพระเจ้าในบางด้านด้วยกัน

ยากอบ 4.8 "จงเข้าใกล้พระเจ้า และพระองค์จะเสด็จมาใกล้ท่าน"

คนเรามีเพื่อนมากมาย แต่จะมีเพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คน ที่ใกล้ชิด
รู้จักนิสัยใจคอเราอย่างดี

ถ้าพ่อแยกกันอยู่คนละบ้านกับลูก ลูกก็คงไม่สนิทกับพ่อใช่ไหม ?

ถ้าภรรยาไม่สนิทสนม รู้จักชีวิตซึ่งกันและกันกับสามี
เราจะเรียกว่าเป็นสามีภรรยา กันได้ไหม ?

การที่เราจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับใครสักคนหนึ่ง
เราจะต้องทำอย่างไร ?

คำตอบคือ เราต้องมีความใกล้ชิดกับคนนั้น

มีเรื่องเล่าว่า มีหญิงสาวสวยคนหนึ่ง มีผู้ชาย 2 คน ตามจีบจะขอเป็นแฟน
ชายคนแรกรูปหล่อ แถมร่ำรวย สาวเจ้าต้องการอะไร ก็จะซื้อให้
เพียงแค่หมุนโทรศัพท์มาบอก ก็จะได้สิ่งที่ปรารถนา แต่หนุ่มหล่อคนนี้
ไม่ค่อยมีเวลาให้กับเธอ เดือนหนึ่งจะเจอกันสักครั้ง แต่มีชายอีกคน
รูปหล่อน้อยกว่า แถมไม่รวยอีกต่างหาก แต่เอาใจเก่ง
มาคอยรับส่งหญิงสาวไปกลับจากที่ทำงานทุกวัน
หญิงสาวสวยคนนี้จะหลงรักชายคนไหน ? **ถามที่ประชุม

หญิงสาวตกลงแต่งงานกับชายคนที่สอง
เพราะเขาให้เวลากับเธอมากกว่าชายคนแรก ดังคำกล่าวว่า
"รูปหล่อแพ้ใกล้ชิด" มีสุภาษิตหนึ่งกล่าวว่า
"สิ่งที่มีค่าที่สุดที่เราจะให้กับใครสักคน คือเวลา"

สุภาษิต 27.10 "เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้
ดีกว่าพี่น้องที่อยู่ห่างไกล"

ถ้าไม่มีคำว่า "ใกล้ " พี่น้องย่อมดีกว่าเพื่อนบ้าน

อ่าน ยากอบ 4.8 อีกครั้งจะได้ว่า "จงเข้าใกล้พระเจ้า
แล้วพระองค์จะเสด็จมาใกล้ท่าน"
พระคัมภีร์ไม่ได้บอกว่า "ขอพระเจ้าเสด็จมาใกล้ข้าพเจ้า
แล้วข้าพเจ้าจะเข้ามาใกล้พระองค์"

ฉะนั้น อย่าพูดว่า...
พระเจ้าอวยพรผมก่อนซิ แล้วผมจะมาโบสถ์ .....!!!!
พระเจ้าให้ผมเรียนจบก่อนซิ
แล้วผมจะรับใช้พระองค์ ..... !!!!
พระเจ้าช่วยให้ผมค้าขายดีๆ ก่อนซิ แล้วผมจะปิดร้านวันอาทิตย์
จะไปโบสถ์ ....!!!!
แล้วผมจะ ...... แล้วผมจะ ......... แล้วผมจะ ......

จงกลับใจเสียใหม่ อย่าตั้งเงื่อนไขกับพระเจ้า
คริสเตียนเกิดผลไม่ได้มากในประเทศไทยหากเรายังคิดเช่นนี้


การที่เรา "เข้าใกล้พระเจ้า" นอกจากจะมีความหมายในเชิงระยะทางแล้ว
ยังสามารถหมายถึง การที่เราเปิดเผยทุกสิ่งต่อพระเจ้า
ทั้งในด้านความรู้สึก ความคิด การกระทำ และด้านความผิด

จงจำไว้ว่า "พระเจ้ามิได้คาดหวังให้เราต้องดีพร้อมสมบูรณ์แบบ
แต่พระองค์ทรงยืนกรานว่า คุณต้องเปิดเผยทุกสิ่ง"

เพราะ .... "ถ้าข้าพเจ้าได้บ่มความชั่วไว้ในใจ
องค์พระผู้เป็นเจ้าคงไม่ทรงสดับ" สดด.66.18

.... "พระเจ้าทรงอยู่ใกล้ ผู้ที่จิตใจชอกช้ำ
และทรงช่วยผู้ที่จิตใจสำนึกผิด" สดด.34.18

..... "เครื่องบูชาที่พระเจ้าทรงรับได้ คือจิตใจที่ฟกช้ำ
จิตใจที่สำนึกผิดและชอกช้ำนั้น

ข้าแต่พระเจ้า พระองค์มิได้ทรงดูถูก" สดด.51.17

บอกพระเจ้าตรงๆ อย่าเก็บซ่อนสิ่งใดไว้ในใจ
เพราะถึงเราจะปิดบังไว้ พระเจ้าก็ทรงทราบ จงบอกพระเจ้าสิ

บอกพระเจ้าสิ !!! ข้าพเจ้ารักคนนั้นไม่ได้
ข้าพเจ้าให้อภัยเขาไม่ได้

บอกพระเจ้าสิ !!! ข้าพเจ้ายังแอบดูภาพโป๊ลามก
ขอพระเจ้าช่วยให้เราเลิกสิ่งนี้

บอกพระเจ้าสิ !!! ข้าพเจ้าติดบุหรี่ ทานเหล้า ติดพนัน
เที่ยวสนุกเสเพล ขอกำลังจากพระองค์

บอกพระเจ้าสิ !!! ข้าพเจ้ายังติดเกมคอมพิวเตอร์
ขอให้ข้าพเจ้าใช้เวลาให้เป็นประโยชน์

บอกพระเจ้าสิ !!! ข้าพเจ้าไม่สัตย์ซื่อต่อภรรยา หรือสามี
ขอพระองค์ช่วยด้วย

บอกพระเจ้าสิ !!! ข้าพเจ้าจะปิดร้านในวันอาทิตย์ แล้วจะไปโบสถ์
ขอให้ข้าพเจ้าวางใจว่าพระองค์จะทรงเลี้ยงดู

บอกพระเจ้าสิ !!! ข้าพเจ้ายังติดละครทีวี และมิได้ใช้เวลาในการเฝ้าเดี่ยว
และอ้างว่าไม่มีเวลา

จงเปิดเผยทุกสิ่งกับพระเจ้า แล้วพระองค์จะเสด็จมาใกล้ท่าน
จงกลับมาหาพระองค์ในวันนี้


ข้าพเจ้าขอจบการเทศนาด้วยพระธรรม ยอห์น 15.5-7

การเข้าสนิท หมายถึง ความสัมพันธ์ และมิตรภาพ

จงจำไว้ว่า การรู้จักพระเจ้า เป็นเรื่องของความสัมพันธ์
ไม่ใช่การรู้จักจากตัวหนังสือ

แบตเตอรี่ต้องการชาร์จไฟ มันต้องเสียบกับปลั๊กไฟ ฉันใด

คริสเตียนจะมีมิตรภาพที่ลึกซึ้งกับพระเจ้า
ก็ต้องติดสนิทกับพระคริสต์ฉันนั้น

มีคำกล่าวไว้อย่างน่าฟังว่า "ถ้าคุณอ่อนเพลีย จงเข้านอน
ถ้าคุณอ่อนแอ จงเข้าหาพระเจ้า"

อ่าน ยากอบ 4.8 อีกครั้ง...

"จงเข้าใกล้พระเจ้า และพระองค์จะเสด็จมาใกล้ท่าน"
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #313 เมื่อ: 22 เม.ย. 09, 11:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

*สะกิดใจ*
"ข้าพเจ้าเป็นคนเดินช้า แต่ไม่เคยเดินถอยหลัง"
อับราฮัม ลินคอล์น
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เด็กเรียนดี
เรทกระทู้
« ตอบ #314 เมื่อ: 27 เม.ย. 09, 21:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เราเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ที่มีชื่ออันดับต้นๆๆของประเทศ เป็นคณะ อันดับ1 ของมหาลัยด้วย และเป็นผู้หญิงนะค่ะ ปีนี้จะจบแล้ว อายุ 22ปีแล้ว เราไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้ในสมองเลยด้วยซ้ำ เพื่อนเราเป็นผู้หญิงหลายๆๆคน ไม่เคยแม้กระทั่งมีแฟน เราขอเตือน และ บอกผู้ชายตรงๆๆเลยว่า ผู้หญิงดีๆๆมีอีกเยอะค่ะ

คุณอาจจะมองว่า เราโกหก แต่เราขอยืนยันได้เลยว่านี่คือ เรื่องจริง และเพื่อนๆผู้ชายของเราที่มหาลัยก็ให้เกียรติเพื่อนผู้หญิงมากๆๆ คุณอาจจะมองว่า คนที่คตบในมหาลัย จบไปคงแต่งงานแน่นอน มันไม่ใช่หรอกค่ะ

คุณอาจไม่คิด แต่ถ้ามีผู้ชายดีๆๆในอนาคตแล้วเค้าคิดละค่ะ การรักนวลสงวนตัวเป็นสิ่งที่ลูกผู้หญิงต้องมีนะ
เราอยากเตือนน้องๆๆ ผู้หญิงทั้งหลายไว้เลยค่ะ


ผู้หญิงไม่ดีผู้ชายก็รับไม่ได้หรอก


ตอนนี้เราก็มีแฟนแล้วนะ และ เราก็ไม่ได้หน้าตาแย่ตัว
แต่ชาตินี้ ต่อให้อายุ 30-40 ถ้าเราไม่แต่งงานเราก็จะไม่ยอมให้ใครทั้งนั้น

แผนการในชีวิตเราคือ เรียน งาน เงิน แล้วค่อยหาแฟนค่ะ


ปล. เราอยากบอกผู้ชายตรงๆๆเลยค่ะ ผู้หญิงดีดี บริสุทธิ์ๆๆ มีอีกมากกกกกกกกกกก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม