หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ดูสิ..โครงการไหน? ส่อรื้อ-เลิก ยุครัฐบาลปู  (อ่าน 133 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 9 ส.ค. 11, 15:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

รวบรวมนโยบายในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่คาดหมายว่าจะถูก "รื้อ-เลิก" หลังพรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะการเลือกตั้ง และได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เนื่องจากแนวนโยบายในช่วงหาเสียงหลายเรื่องมีความแตกต่างกัน - ที่มา: มติชน q*070

กระทรวงคมนาคม

1.โครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ของพรรคภูมิใจไทย ที่พยายามผลักดันมาหลายครั้ง ตั้งแต่ประมาณปี 2550-2551 แต่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตีกลับให้ทำรายละเอียดข้อมูลใหม่ทุกครั้ง

2.โครงการจัดหารถโดยสารใหม่แทนรถโดยสารเก่าจำนวน 1,957 คัน แบ่งเป็นรถโดยสารธรรมดา (รถร้อน) 1,579 คัน และรถโดยสารปรับอากาศ (รถแอร์) 378 คัน แต่กระทรวงคมนาคม และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นใน ขสมก.ได้ นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ยืนยันที่จะเสนอโครงการเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ชุดใหม่อีกครั้ง

3.โครงการศูนย์แสดงสินค้าและศูนย์โลจิสติกส์ หรือศูนย์ค้าส่ง-ค้าปลีก แนวคิดนายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้องการนำพื้นที่คลังสินค้า 1-4 ของท่าอากาศยานดอนเมือง จัดทำเป็นศูนย์ค้าส่ง-ค้าปลีกครบวงจร

4.การจัดตั้งสายการบินไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์ส ซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

กระทรวงการคลัง

1.การประกันรายได้สินค้าเกษตร ผลงานชัดเจนของพรรคประชาธิปัตย์ ที่คาดหมายกันว่า อาจจะมีคำสั่ง "ยกเลิก"โครงการ เพราะเป็น 1 ในนโยบายที่พรรคเพื่อไทยใช้หาเสียงคือการนำระบบ "รับจำนำสินค้าเกษตร" เหมือนในอดีต กลับมาใช้อีกครั้ง พร้อมประกาศราคารับจำนำ 15,000 บาทต่อตัน สำหรับข้าวขาว 20,000 บาทต่อตัน

ทั้งนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในฐานะผู้ดำเนินการด้านเงินทุน ออกมาระบุได้เตรียมเงินไว้แล้ว 1 แสนล้านบาท แต่ขึ้นกับปริมาณข้าวที่เข้าโครงการ

เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่า จะจำนำข้าวในลักษณะใด รวมถึงต้องหารือความชัดเจนจากกระทรวงการคลังด้วยว่า จะใช้เงินจากส่วนไหนบ้าง เพราะก่อนหน้านั้น กรมบัญชีกลางระบุ เงินที่จะใช้ในการจำนำข้าวอาจเป็นการให้ ธ.ก.ส.จ่ายไปก่อน แล้วรัฐบาลจะจัดสรรงบฯคืนให้ในภายหลัง เหมือนโครงการจำนำที่เคยทำมาก่อนหน้านี้ เพราะรัฐบาลคงไม่มีเงินก้อนจัดสรรให้ในคราวเดียว

ซึ่งก่อนที่จะเปลี่ยนมาใช้ระบบประกันรายได้เกษตรกรนั้น ธ.ก.ส.ยังมีหนี้ที่รัฐบาลค้างจ่ายจากการจำนำข้าว 1.5 แสนล้านบาท ที่รัฐบาลต้องทยอยตั้งงบฯชำระคืนอีกหลายปี รวมถึงข้าวในสต๊อกที่ยังไม่ได้ขายออกมาอีกด้วย

กระทรวงพาณิชย์

โครงการภายใต้โครงการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ส่วนหนึ่งของนโยบายไทยเข้มแข็ง ที่ตั้งงบประมาณไว้หลายหมื่นล้านบาท ภายใต้การดูแลของนายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประกอบด้วย

1.โครงการเมกะโปรเจ็กต์ทวาย-กาญจนบุรี

2.โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด

3.โครงการนิติบุคคลหมายเลขเดียว

4.โครงการแผนพัฒนาธุรกิจแห่งชาติ ที่ได้ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นำไปบรรจุในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 ที่กำลังจัดทำ

5.โครงการเมืองสร้างสรรค์

6.โครงการสหกรณ์สร้างสรรค์

7.โครงการลิมอร์ ดาร์ซา

8.โครงการเตรียมความพร้อมสู่เออีซี

9.โครงการสินเชื่อพิเศษเพื่อเอสเอ็มอี

10.โครงการพัฒนาธุรกิจบิซิเนสคลับ ตลอดจนเส้นทางเชื่อมถนนและการค้าภายใต้ 5 ประตู 3 วงแหวน ทีกำหนดต่อเชื่อมตั้งแต่ประเทศจีนผ่านประเทศติดชายแดนไทย มาไทย และต่อถึงมาเลเซีย ซึ่งได้มีการกำหนดแผนงานไว้แล้วถึงปี 2555

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

1.โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ 60 ล้านไร่ ของกรมชลประทาน เนื่องจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทย มีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาระบบชลประทาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่า จากปกติ และกำหนดแผนพัฒนา 25 ลุ่มน้ำ เป็นหนึ่งในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ด้วย

2.โครงการขยายพื้นที่ยางพาราแห่งใหม่ 8 แสนไร่ ที่เริ่มประเดิมปี 2554 ได้แค่ 2 แสนไร่ เพราะติดขัดปัญหาเรื่องงบประมาณ ซึ่งล่าสุดมีกระแสข่าวว่า โครงการดังกล่าวนอกจากจะไม่ถูกยกเลิกแล้ว ยังจะได้รับงบประมาณเพิ่มเติม และอาจจะมีการขยายขนาดโครงการให้ทะลุไปถึงหลักล้านไร่ เหมือนในอดีตที่เคยทำมาในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยด้วย

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)

1.โครงการร่วมทำสัญญาให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รูปแบบใหม่ 3 จี เทคโนโลยีเอชเอสพีเอ ระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กับกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานอัยการสูงสุดส่งหนังสือตอบกลับยืนยันว่า สัญญาการทำธุรกิจดังกล่าว ไม่เข้าข่ายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการให้เอกชนร่วมการงานหรือดำเนินในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ) และไม่ขัดต่อประกาศ กทช. เรื่องการขายส่งขายต่อบริการและสัญญาเช่าอุปกรณ์โทรคมนาคม แต่ต้องให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เห็นชอบว่าสัญญาเหมาะสมหรือไม่

อัยการสูงสุดเห็นว่า กสทช.มีอำนาจค้านการดำเนินการตามสัญญาและถ้าไม่เห็นชอบก็ให้ กสท.นำสัญญากลับไปพิจารณาใหม่ได้ ขณะที่กระทรวงไอซีที จะพิจารณาแผนการลงทุนที่เกี่ยวเนื่องกับสัญญาดังกล่าวของ กสท เม็ดเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท ก่อนนำเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และ ครม.ต่อไป

ทำเนียบรัฐบาล

1.โครงการตามแผนงานกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรกและรอบสอง จะมีการเข้าไปตรวจสอบ-รื้อโครงการอย่างละเอียดว่าได้ผลเป็นอย่างไร

2.โครงการชุมชนพอเพียง อาจจะถูกยกเลิกไป เพื่อนำโครงการเอสเอ็มแอล ตามแนวนโยบายของพรรคเพื่อไทยมาดำเนินการแทน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม