หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ช่วงนี้สื่อทีวีมีการเปลี่ยนแปลง แล้วสื่ออย่างThaiPBS เมื่อไหร่จะเปลี่ยนแปลงซักที  (อ่าน 58 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 26 ธ.ค. 11, 15:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

…ใกล้ปีใหม่ สื่อทีวีมีการเปลี่ยนแปลง ไล่ตั้งแต่ อสมท. ช่อง7 ช่อง3 แล้วสื่อที่เกิดจากอำนาจเผด็จการอย่าง ThaiPBS เมื่อไหร่จะเปลี่ยนแปลงบ้างสักที ไม่มีใครตรวจสอบได้เลยหรือไง ว่าเงินภาษีของประชาชน ตกไปอยู่ในมือของใครบ้าง ขอหยิบยกข้อความที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ เคยอภิปรายไว้ในสภา มาย้อนความทรงจำกันอีกทีละกัน

“……….คงจำกันได้ว่า เมื่อเดือนกันยายน 2549 เกิดเหตุการณ์รัฐประหาร โดยทหารเข้ายึดมาอำนาจจากรัฐบาล “พ.ต.ท.ทักษิณ” และจัดตั้งคณะ คมช.ขึ้นมาบริหารประเทศแทน พร้อมแต่งตั้ง “พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์” เป็นนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐบาลขิงแก่
จากนั้นรัฐบาล “พล.อ.สุรยุทธ์” ก็สั่งให้สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเข้าไปยึดสัมปทานคลื่นความถี่และเครื่องส่งโทรทัศน์ช่องสัญญาณระบบยูเอชเอฟออกอากาศช่อง 29 คืนจากบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ได้รับสัมปทานดังกล่าว เนื่องจากว่าสถานีโทรทัศน์ไอทีวีไม่ชำระค่าสัมปทานและค่าปรับ เป็นเงินกว่า 97,000 ล้านบาท
โดยรัฐบาลของ “พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์” ซึ่งบริหารราชการแผ่นดินอยู่ในขณะนั้น ได้นำช่องสัญญาณดังกล่าวมาตั้ง “สถานีโทรทัศน์สาธารณะ” โดยมีกรมประชาสัมพันธ์ดำเนินงานชั่วคราว และต่อมา ส.ส.ท. ก็ได้รับจัดตั้งให้บริหารแทน ใช้ชื่อสถานีดังกล่าวว่า “ทีวีไทย”
หรือ “ไทยทีบีเอส” ในปัจจุบันนั่นเอง !!
เริ่มออกอากาศอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2551 โดยมี “นพ.พลเดช ปิ่นประทีป” ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการนโยบาย และ “เทพชัย หย่อง” ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ประธานกรรมการบริหาร
หากย้อนไปเมื่อต้นปี 2553 ประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน ทางองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ได้ประกวดราคาจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ในการดำเนินงานโครงการก่อสร้างอาคารสำนักใหญ่ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ณ ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ
โดยคณะกรรมการประกวดราคาได้แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ งาน SIGNAL DISTRIBUTION SYSTEM วงเงินงบประมาณ 20 ล้านบาท, งาน TV and Radio Production Studio งบประมาณ 200 ล้านบาท, งาน Media Asset Management And On-Air Automation System งบประมาณ 200 ล้านบาท, งานระบบ STUDIO LIGHTING SYSTEM งบประมาณ 40 ล้านบาท รวมงบประมาณทั้งสิ้น 460 ล้านบาท
ซึ่งอยากจะบอกว่าการดำเนินงานทั้ง 4 ประเภทนี้ส่อเค้าล็อคสเปก เอื้อให้กับบริษัทที่เข้าร่วมประกวดราคาในครั้งนี้ โดยการหมดเม็ดทีโออาร์ จนกระทั่งถึงขั้นตอนการเสนอราคา โดยมี “วงจรอุบาทว์” ที่แฝงตัวอยู่ในคราบคณะกรรมการประกวดราคาได้มุบมิบทำการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขและราคา เพื่อเอาใจและเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทที่เป็นพวกพ้องของตน อีกทั้งมีการให้คะแนนไม่เป็นธรรม !?? เอาเปรียบคู่แข่งขันรายอื่นๆ นอกจากนี้คณะกรรมการบางคนยังสมรู้ร่วมคิดกัน โดยให้เอกชนรายที่ประมูลได้ ทำการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์บางชนิดเพื่อให้ราคาถูกลง ทั้งที่รัฐต้องจ่ายเงินซื้ออุปกรณ์ตามที่ตกลงราคากันในตอนแรก แล้วเงินส่วนต่างที่เหลือไปตกอยู่ในกระเป๋าใครบ้างเอ่ย !!?
ไม่รู้ว่า คุณคนพวกนี้มันจะ “ทรยศประเทศชาติ” ไปถึงไหน ??? ทั้งที่ๆ พวกมันก็กินเงินเดือนหลวง ซึ่งก็มาจากภาษีของประชาชนนั่นเอง !!! แต่ก็ยังไม่สำนึกบุญคุณอีก

หลังเหตุการณ์พฤษภาคมปี 2535 มีไอทีวีเป็นทีวีเสรีเกิดขึ้น และในเดือนกุมภาพันธ์ 2543 รัฐบาลนายชวน หลีกภัย เป็นคนแก้สัญญาสัมปทานเปิดให้มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่เพื่อแก้ไขภาวะขาดทุน กลุ่มชินคอร์ปจึงเข้ามา ไม่ได้เป็นเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่อาจเพราะเป็นชื่อที่บางคนไม่ชอบและหาว่ารัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณแทรกแซงสื่อ แต่ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็ดูแลสื่อทั้งสิ้น หลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 รัฐบาล คมช.เรียกค่าเสียหายไอทีวี 1 แสนล้านบาท ไม่มีจ่ายใน7วันก็จอดำ จากคนมีอำนาจที่กดรีโมทไทยพีบีเอสหน้าจออาจมีความชื่นชม ว่า
มีสารคดีสาธารณะ แต่หลังจอมีกระบวนการสอบเข้าที่เอื้อประโยชน์พวกพ้อง ไม่ทราบว่า ป.ป.ช. สตง. เข้าไปตรวจสอบได้หรือไม่ เพราะพูดกันมากกว่ามีกลุ่มคนที่ผลิตรายการที่ได้ผลิตรายการแบบซ้ำๆ ต้องตรวจสอบว่าเป็นคนของใครหรือไม่ เพราะยิ่งกว่าสถานีโทรทัศน์ลับแล

สถานีโทรทัศน์ทีพีบีเอส มีการใช้เงินของคนที่ดื่มสุราต้องเสียภาษีปีละ 2,000 ล้านบาท หรือภาษีบาป โดยในปี 2552 มีเงิน 239 ล้านบาทเป็นงบประมาณจากภาษีสุรา และสำหรับผู้ที่สูบบุหรี่ สถานีโทรทัศน์แห่งนี้เป็นหนี้ท่าน โดยปี 2552 กรมสรรพสามิต จ่ายเงินให้สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสปีละ 1,798 ล้านบาท รวมทั้ง 2 แหล่งงบประมาณ เป็นเงิน 2,038 ล้านบาท ปี 2553 ได้งบประมาณ 2,097 ล้านบาท “ผมอยากเรียกร้องให้ แก้ไขร่างกฎหมาย เลิกเสียทีเถอะ มันยังไม่ถึงเวลา ช่อง 11 มี ดูแลกันได้ไหม ไทยพีบีเอส สมัยก่อนมีช่อง 11 แล้ว ทำไมต้องเพิ่มทีวีแบบนี้ขึ้นมาอีกช่อง ผมไม่เห็นด้วยแต่ต้น ท่านจะไปเขียนกฎหมายอย่างไรก็แล้วแต่ก็ว่ากันไปประเทศมันเปลี่ยนไปตามจังหวะชีวิตของโลก ท่านบอกจะเดี๋ยวจะมีการแทรกแซงสื่อ อ้าว แล้วที่เป็นอยู่แบบนี้นี่มันอย่างไรครับ ท่านช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อยครับว่า แนวคิดในการทำงานแบบนี้
ถ้าเป็นทีวีปกติก็เอาไปเป็นของรัฐ ทุกวันนี้ทีวีเป็นของรัฐทุกช่อง ทีวีบางช่องก็พยายามทำตัวเป็นกลางก็ว่ากันไป แต่ไทยพีบีเอส ผมรู้สึกไม่มีความสุขที่จะจ่ายปีละ 2,000 ล้านบาท และปีนี้ใช้ 1,965 ล้านบาท แล้วต้องการขออีก 2,000 ล้านบาท เป็น 4,000 ล้านบาท ไม่ต้องจ่ายหรือครับ”“สุดท้าย ท่านผู้อำนวยการ ท่านคณะกรรมการของไทยพีบีเอส ผมอยากให้ท่านเป็นทีวีเสรีจริงๆ เอาล่ะ 10 คนบริหาร 10 หุ้น อาจจะทำไม่ได้ แต่อย่าได้โยงเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องครับ ถ้าประเทศไทยมีโทรทัศน์แบบนั้นได้ ท่านเป็นแบบอย่างน้อยก็ห่างอังกฤษ 20 ปี แบบบีบีซี
แต่ประเทศไทยยังไม่ถึงเวลาจริงๆ ท่านพยายามบอกว่าปลอดการแทรกแซง มันก็เห็นกันอยู่นี่แหละครับ ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าไทยพีบีเอสเป็นผลผลิตของเผด็จการ เงินที่ใช้ก็มาจากภาษีบาป เหล้า บุหรี่ และรถถัง ซึ่งเป็นบาปที่สุด………..”



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 26 ธ.ค. 11, 19:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มี ไอทีวี อยู่ดีๆ จ่ายเงินให้รัฐ ปีหนึ่ง พันล้านบาท
กลับยุบทิ้งด้วยคำตัดสินบ้าเลือด ตีความให้ผิด ต้องจ่ายค่าปรับวันละร้อยล้าน
เพียงเพราะ ชินถือหุ้น

แล้วก็ตั้ง tpbs โดยตั้งกฎให้รัฐต้องมานั่งเสียเงินปีละ สองพันล้าน
โดยยก tpbs ให้เครือเนชั่นมาบริหาร

แล้วแบบนี้ ทำให้รัฐเสียประโยชน์หรือไม่

อยากจะเทียบ itv กับ ช่อง 7 ช่อง 3 ช่องอื่น ธุรกิจเดียวกัน
ทำไม itv เสียถึงพันล้าน เทียบช่องอื่น แค่ร้อยล้านต้นๆ บางช่องไม่ต้องเสีย แบบนี้สังคมไม่พูดถึง สื่อไม่เล่นข่าว ไม่ประโคมข่าวว่าแข่งขันกันไม่ยุติธรรม

แต่ที ais true dtac ก็กล่าวหาว่า ais เอาเปรียบ

มันเป็นซะอย่างนี้ จะเทียบก็ไม่เทียบกันทั้งหมด เลือกที่จะพูดบางเรื่อง
มันก็เป็นกันแบบนี้ ใครมาก่อนก็ได้เปรียบ อย่างตลาดนัดจตุจักร
ใครมาก่อนค่าเช่าถูก มาทีหลัง ขายกันหลายทอดค่าเช่าก็แพง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
รู้นะคิดอะไรอยู่
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 26 ธ.ค. 11, 21:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


ขอสนับสนุนการทำงานของ TPBS ว่ามีความเป็นกลาง ไม่เอนเอียงเข้ากับฝ่ายใด

ขอให้รักษาความเป็นกลางไว้ตลอดไป
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 27 ธ.ค. 11, 22:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผู้บริหารทีวีสาธารณะในปัจจุบันก็เป็นกลุ่มธุรกิจกลุ่มหนึ่ง ดังนั้นแม้จะบริหารดีเพียงใดก็ไม่ควรเกิน 8 ปี บริษัทอื่นมีความสามารถเยอะแยะไป เนื้อแท้ยังเชื่อว่าเครือเนชั่นฯอยากเป็นกลาง แต่เพราะต้องเกาะอำนาจนำเหมือนคนมากมายที่อยากเป็นใหญ่ก็เลยแสดงบทบาทอย่างที่เห็น
เรื่องการเปลี่ยนแปลงในทีวีช่องต่างๆ ระยะนี้เห็นชัดตั้งแต่ช่อง3 เพิ่มเวลา ข่าว 3 มิติ 4ทุ่มเป๊ะเริ่ม ช่อง 9 ข่าวข้นคนข่าว 4 ทุ่มเป๊ะเริ่ม thaiPBS ช่วงตอบโจทย์ก็เข้มดี ทั้งหมดนี้อาจเกิดจากช่องหอยม่วงมีการเปลี่ยนแปลงจึงเกิดการแข่งขัน รักษาฐานคนดูของตัวเองไว้ ก็รู้สึกดีขึ้น ดีกกว่าครั้งหนึ่งเหมือนกลับไปสู่ยุค ถนอม-ประภาสอีก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  thaipbs ทีวี การเปลี่ยนแปลง 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม