หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: รายงานของ Economist Intelligence Unit ชี้ทั่วโลกต้องคิดใหม่ทำใหม่เชิงนโยบายเพื่อ  (อ่าน 45 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 20 ม.ค. 13, 10:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ลอนดอน--16 ม.ค.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

- บรรดาผู้เชี่ยวชาญแนะนำวิธีที่ครอบคลุมในการแก้ปัญหาสุขภาพระดับโลก -

รายงานฉบับใหม่ของ Economist Intelligence Unit (EIU) ในหัวข้อ “โรคระบาดเงียบ: จัดการกับโรคไวรัสตับอักเสบซีด้วยการคิดใหม่ทำใหม่เชิงนโยบาย” ซึ่งได้รับเงินทุนสนับสนุนจากบริษัท แจนเซ่น ฟาร์มาซูติกา (Janssen Pharmaceutica NV) และเผยแพร่ในวันที่ 15 มกราคม ได้ตอกย้ำว่านานาประเทศทั่วโลกจำเป็นต้องเร่งพัฒนายุทธศาสตร์ต่างๆ เพื่อจัดการกับปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจอันเกี่ยวเนื่องกับโรคไวรัสตับอักเสบซี ซึ่งกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง [1]

สามารถชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่
http://www.multivu.com/mnr/58671-janssen-silent-pandemic-hepatitis-c

แม้จำนวนผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบซียังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดเนื่องจากขาดข้อมูล แต่องค์การอนามัยโลก (WHO) ประเมินว่าปัจจุบันน่าจะมีผู้ติดโรคไวรัสตับอักเสบซีประมาณ 150 ล้านคนทั่วโลก [2] และอาจมีผู้ป่วยสูงถึง 2 ใน 3 ของจำนวนนี้ที่กลายเป็นโรคตับเรื้อรัง ขณะที่ราว 1 ใน 5 จะกลายเป็นโรคตับแข็ง [2] นอกจากนี้ โรคไวรัสตับอักเสบซียังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยทั่วโลกต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนตับ [1] และในสหรัฐอเมริกา โรคนี้ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตมากกว่าเอชไอวี [1]

“รายงานฉบับนี้ย้ำให้เห็นว่า รัฐบาลประเทศต่างๆทั่วโลกไม่ได้ตระหนักถึงผลกระทบและความรุนแรงของโรคไวรัสตับอักเสบซี ทั้งที่โรคนี้สร้างภาระอย่างมาก” ชาร์ลส์ กอร์ (Charles Gore) ประธานสมาพันธ์โรคตับอักเสบสากล (World Hepatitis Alliance) กล่าว “ทั้งในประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา ความสูญเสียทางเศรษฐกิจและประชากรจะเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งหากผู้มีหน้าที่กำหนดนโยบายไม่เผชิญหน้ากับปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนตั้งแต่ตอนนี้”

แม้ว่าโรคไวรัสตับอักเสบซีจะมีความรุนแรง แต่รายงานระบุว่าโรคนี้ป้องกันได้และผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถหายขาดได้หากได้รับการรักษาด้วยวิธีที่ทันสมัย [1] อย่างไรก็ดี ปัจจุบันมีผู้ป่วยเพียง 10% ที่ได้รับการรักษา และมีความเหลื่อมล้ำอย่างมากในการรักษาในหลายประเทศ [1] รายงานนี้จึงเรียกร้องให้นานาประเทศใช้ “วิธีที่ครอบคลุม” ซึ่งคำนึงถึงความต้องการในระดับท้องถิ่นรวมถึงเรื่องทรัพยากรต่างๆ วิธีดังกล่าวประกอบด้วย [1]

- การเฝ้าระวังโรคอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เห็นภาพรวมของปัญหาอย่างชัดเจน ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนานโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ รายงานระบุว่าในระยะนี้มีเพียงไม่กี่ประเทศ ทั้งที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา ที่ทำการศึกษาสถิติทางวิทยาการระบาดซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการกำหนดนโยบายที่ดีในระดับชาติ รวมถึงในระดับท้องถิ่น โดย EIU เปิดเผยว่า 16 ประเทศในสหภาพยุโรปมีข้อมูลสถิติทางวิทยาการระบาดน้อยมากหรือไม่มีเลย [1]

- การรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงโรคมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดอคติเกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบซี และทำให้เข้าใจโรคมากขึ้น [1] ผลสำรวจของสมาคมผู้ป่วยโรคตับแห่งยุโรป (European Liver Patients Association) เผยว่า มีผู้ป่วยเพียง 20% ที่เคยได้ยินเกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบบีหรือซี ก่อนที่ผู้ป่วยเหล่านี้จะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค [1] (สามารถดูผลสำรวจฉบับเต็มได้ที่ http://www.hepbcppa.org/wp-content/uploads/2011/11/Report-on-Patient-Self-Help.pdf)

- การใช้มาตรการป้องกันเพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยง และการให้ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบการใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพสำหรับผู้ที่ติดเชื้อแล้ว นอกจากนี้ รายงานยังเรียกร้องให้มีการใช้มาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันการติดต่อของโรคในระบบบริการสุขภาพ ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่มีการแพร่เชื้อไวรัสตับอักเสบซีในประเทศกำลังพัฒนา [1]

- การพัฒนาแนวทางใหม่ๆในการเข้าถึงผู้ป่วย เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีก่อนที่จะเกิดอาการที่ไม่สามารถรักษาได้ [1]

“รายงานนี้เน้นย้ำว่าแต่ละประเทศมีความต้องการและทรัพยากรที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ดี เราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการรับมือกับโรคไวรัสตับอักเสบซีและปัญหาด้านสาธารณสุข ช่วยกันทำให้ประชาชนตระหนักถึงโรคมากขึ้น และพยายามหาวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพ” แกสตัน พิคคิโอ (Gaston Picchio) ผู้นำด้านโรคตับอักเสบทั่วโลกของบริษัทแจนเซ่นกล่าว “แจนเซ่นมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับชุมชนโรคไวรัสตับอักเสบซี และจะเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้ดูแลผู้ป่วยทั่วโลก เพื่อสนับสนุนความพยายามของบุคคลเหล่านี้ในการลดภาระของผู้ป่วยและสังคมอันเกิดจากโรคที่รุนแรงนี้”

สามารถดูรายงานฉบับเต็มของ EIU และเอกสารสนับสนุนอื่นๆ ซึ่งรวมถึงข้อมูลรูปภาพ ได้ที่ http://www.janssen-emea.com/The-silent-pandemic

เกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบซี

โรคไวรัสตับอักเสบซี เป็นโรคติดต่อทางเลือดที่ส่งผลกระทบต่อตับของผู้ป่วย [3], [4] โดยมีผู้ติดเชื้อประมาณ 150 ล้านคนทั่วโลก [2] และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ราว 3-4 ล้านคนในแต่ละปี โรคไวรัสตับอักเสบซีเป็นภาระอันใหญ่หลวงต่อทั้งตัวผู้ป่วยเองและสังคม [5] WHO ประเมินว่าโรคไวรัสตับอักเสบซีทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตไปกว่า 86,000 คน และต้องสูญเสียปีสุขภาวะ (Disability-Adjusted Life Years: DALYs) ไปถึง 1.2 ล้านปี ในยุโรปในปี 2545 (ข้อมูลล่าสุดเท่าที่มี) [6] นอกจากนี้ การติดเชื้อเรื้อรังจากโรคไวรัสตับอักเสบซีอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งตับรวมถึงโรคตับอื่นๆที่มีอันตรายถึงชีวิต [7] ทั้งนี้ ราว 1 ใน 4 ของการผ่าตัดเปลี่ยนตับใน 25 ประเทศยุโรปในปี 2547 เป็นผลพวงมาจากโรคไวรัสตับอักเสบซี (อ้างอิงจากข้อมูลล่าสุด)[6]

เกี่ยวกับ แจนเซ่น

แจนเซ่นอุทิศตนเพื่อจัดการและตอบสนองความต้องการทางการแพทย์ที่มีความจำเป็นที่สุดในยุคนี้ ทั้งในด้านโรคติดเชื้อและวัคซีน มะเร็งวิทยา ภูมิคุ้มกันวิทยา ประสาทวิทยาศาสตร์ ตลอดจนโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคเมตาบอลิก ด้วยความห่วงใยที่เรามีต่อผู้ป่วย เราจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และโซลูชั่นการดูแลสุขภาพที่มีความทันสมัย เพื่อช่วยเหลือผู้คนทั่วโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.janssen.com

วิดีโอ: http://www.multivu.com/mnr/58671-janssen-silent-pandemic-hepatitis-c

แหล่งข่าว: แจนเซ่น



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม