หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เห็นด้วยหรือไม่ ถ้าไทยมี "ตู้ ทิ้ง เด็ก"...???  (อ่าน 12534 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 24 ก.พ. 13, 23:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
"ตู้ ทิ้ง เด็ก" ในต่างแดน...???

q*021q*096q*021



ตู้รับทารกถูกทิ้ง หรือ ตู้ทิ้งเด็ก เกิดจากแนวความคิดจากสถานการณ์ที่พ่อแม่ที่ไม่พร้อมเลี้ยงดูบุตรทิ้งเด็กที่เพิ่งคลอดตามสถานที่ที่เสี่ยงต่อเด็ก ทั้งหนาวเย็น แมลงกัดหรือสัตว์ทำร้าย อาการป่วยต่างๆ ซึ่งทำให้เด็กจำนวนมากไม่สามารถรอดชีวิตได้ ซึ่งการทิ้งเด็กลักษณะนี้มีมานานแล้วตั้งแต่สมัยยุคกลางที่พ่อแม่สามารถทิ้งได้ได้ที่โบสถ์ ผ่านช่องหน้าต่างทรงกลม หรือ foundling wheels หลายประเทศทั้ง ญี่ปุ่น เยอรมนี แอฟริกาใต้ สหรัฐฯ และล่าสุดรัสเซียก็เริ่มมีตู้นี้แล้ว กระทั่งจีนเองก็ทดลองติดตั้งเช่นกันกัน และยังคงเป็นที่ถกเถียงและวิพากษณ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน

โดยลักษณะทั่วไปของตู้ทิ้งเด็กนี้มีความคล้ายคลึงกันในแต่ละประเทศ เป็นตู้ที่มีฝาเปิดปิด ภายในเป็นห้องควบคุมอุณหภูมิและสะอาด ผู้ที่นำมาทิ้งจะเปิดฝาแล้วนำเด็กวางไว้บนที่นอนที่จัดไว้ให้ ปิดฝาแล้วเดินจากไปได้เลย จากนั้นหลายนาทีจะมีเสียงสัญญาณดังขึ้นที่ห้องของเจ้าหน้าที่เพื่อให้นำเด็กไปดูแลต่อ บางประเทศอาจมีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่ แต่ไม่สามารถเห็นหน้าผู้ทิ้งได้ หรือมีการวางข้อความถึงการขอเด็กคืน โดยข้อมูลของพ่อแม่หรือผู้ที่นำเด็กมาทิ้งจะไม่มีการบันทึกและเปิดเผย ดังนั้นเด็กจะไม่ทราบว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของตนนั้นเป็นใคร

ขณะที่คณะกรรมการว่าด้วยสิทธิเด็กของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ไม่เห็นด้วยกับวิธีการนี้ โดยเชื่อว่าเด็กทุกคนมิสิทธิที่จะทราบว่าพ่อและแม่ของตนเป็นใคร

มาเรีย เฮอร์ซอก นักจิตวิทยาเด็ก ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ กล่าวว่า ทางเลือกที่ดีกว่า ทั้งในอดีตและปัจจุบันก็คือ การเสริมสร้างความเข้าใจและการช่วยเหลือให้ผู้เป็นแม่ก้าวผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากได้ กลุ่มผู้ที่สร้างตู้ทิ้งเด็ก กำลังสื่อสิ่งที่ผิดๆให้แก่ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ว่าพวกเธอมีสิทธิที่จะปกปิดการตั้งท้อง ปกปิดการคลอดบุตรในสถานการณ์ไม่มีการควบคุมใดๆ และท้ายสุดคือ "การทอดทิ้งทารก"




q*021q*096q*021



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 24 ก.พ. 13, 23:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


ปัจจุบันมีหลายประเทศที่นำแนวความคิดนี้ไปใช้ อาทิ

ประเทศเกาหลีใต้

บาทหลวง ลี จอง รัก ซึ่งประจำอยู่ที่โบสถ์คริสต์แห่งหนึ่งในย่านนันก๊อก ถิ่นอาศัยของชนชั้นแรงงาน ที่ยากลำบากในกรุงโซล เขาพยายามช่วยเหลือเด็กทารกที่ถูกพ่อแม่นำมาทิ้ง ด้วยการทำกล่องติดที่ข้างโบสถ์ เรียกว่า "กล่องทารก" ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับตู้จดหมาย โดยเมื่อเสียงกระดิ่งดังขึ้นเมื่อใด นั่นก็หมายความว่า มีเด็กทารกถูกนำมาทิ้งไว้ในกล่องนี้อีกราย ปรากฏว่า เจตนาดีของบาทหลวงลี กลับทำให้มีเด็กทารกถูกนำมาทิ้งเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม บาทหลวงท่านนี้ระบุว่า นอกจากการไร้ความรับผิดชอบของคนเป็นพ่อแม่แล้ว กฎหมายฉบับใหม่ว่าด้วยการรับบุตรบุญธรรม ที่เพิ่งประกาศใช้เมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา ก็มีส่วนทำให้เด็กทารกถูกนำมาทิ้งกันมากขึ้น โดยกฎหมายฉบับใหม่ต้องการสร้างความโปร่งใสในขั้นตอนการรับอุปการะเด็ก จึงบังคับให้พ่อแม่ผู้ให้กำเนิด ต้องแจ้งชื่อเสียงเรียงนามของตน เพื่อบันทึกเป็นหลักฐาน แต่ในความเป็นจริงนั้น พ่อแม่เหล่านี้ ไม่อยากเปิดเผยตัวตน

บาทหลวงลีเปิด "กล่องทารก" เป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2552 จุดประสงค์ก็เพื่อสร้างสถานที่ที่ปลอดภัยในการทิ้ง มิได้สนับสนุนให้มีการทิ้งลูกแต่อย่างใด แต่ปรากฏว่า กลับมีเด็กถูกนำมาทิ้งในกล่องนี้เพิ่มขึ้นจากเฉลี่ยเดือนละ 5 คน เป็น 10 คนในเดือนสิงหาคม 2555 และ 14 คนในเดือนกันยายน 2555 ทำให้บาทหลวงลีถูกหลายคนวิจารณ์ว่า การเปิดกล่องทารกเท่ากับเป็นการส่งเสริมให้แม่มาลูกมาทิ้งมากขึ้น สำหรับทารกที่ถูกนำมาทิ้งเหล่านี้ทางโบสถ์จะขึ้นทะเบียนกับรัฐบาล และมอบให้สถานสงเคราะห์เลี้ยงดูต่อไป

q*021q*096q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 24 ก.พ. 13, 23:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ประเทศญี่ปุ่น



โรงพยาบาลจิเคอิ เมืองคุมาโมโตะ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงโตเกียว ประมาณ 900 กิโลเมตร และเป็นโรงพยาบาลที่อยู่ในความอุปถัมภ์ของโบสถ์คาทอลิกได้ผลิตตู้เบบี้ แฮช (Baby Hatch) หรือตู้รับทารก (ถูกทิ้ง) แห่งแรกในญี่ปุ่น ทำขึ้นที่กำแพงด้านนอกบริเวณชั้น 1

ระบบการทำงานของตู้เบบี้ แฮช ย่อๆ ว่าภายในตู้จะมีทั้งเตียง อุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็น สภาพอากาศภายในมีการรักษาระดับอุณหภูมิให้คงที่อยู่ที่ 36 องศา ตลอดเวลา มีระบบสัญญาณส่งเสียงไปที่บริเวณแผนกเด็กอ่อน ชั้น 2 ของโรงพยาบาล

พยาบาลจะมองเห็นทารกจากกล้องทีวีวงจรปิด แต่จะไม่เห็นใบหน้าของคนที่เอาเด็กมาหย่อนไว้ อีกทั้ง ยังปกป้องผู้นำทางรกมาทิ้งโดยทำเป็นกระจกทึบบริเวณประตู้หน้าต่างที่ใกล้กับตู้ทิ้ง เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่เห็นหน้าของคนที่เอาเด็กมาใส่ไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะดูแลทารกไว้ที่โรงพยาบาลสักระยะ เพื่อเปิดโอกาสให้พ่อเด็กที่อาจเปลี่ยนใจ อยากกลับมารับลูกคืน สามารถมารับลูกกลับคืนไปได้ แต่ถ้าหากเลยจากระยะเวลาที่กำหนดแล้ว ก็จะส่งต่อทารกไปไว้ตามสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหรือบ้านพักเด็กอ่อนต่างๆ เป็นลำดับต่อไป

กลุ่มผู้สนับสนุนในญี่ปุ่น มองว่าเป็นช่องทางช่วยกระตุ้นอัตราการเกิดขึ้นมาทดแทนประชากรสูงอายุที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ การรักษาชีวิตเด็กให้อยู่รอดปลอดภัย การลดปัญหาการทำแท้ง หรือการนำทารกไปปล่อยทิ้งให้ตายตั้งแต่แบเบาะ

ฝ่ายที่คัดค้าน ก็มองว่านี่อาจจะยิ่งทำให้วัยรุ่นขาดความรับผิดชอบ เพราะนอกจากจะไม่มีความผิด ยังไม่มีใครเห็นหน้าหรือรู้ด้วยว่าคุณเป็นใคร


q*021q*096q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 24 ก.พ. 13, 23:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ประเทศจีน



จีนได้ทดลองนำตู้ทิ้งเด็กนี้มาใช้เช่นกัน โดยติดตั้งที่ด้านหน้าสำนักงานสวัสดิการสังคมเมืองสือเจียจวง มณฑลเหอเป่ยโดยใช้งบประมาณ 100,000 หยวน หรือราวๆ 500,000 บาท ในการจัดวางระบบถ่ายเทอากาศและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และเช่นเดียวกับประเทศอื่น ที่หลังจากพ่อแม่ออกจากตู้ทิ้งลูกไปนานหลายนาทีแล้ว สัญญาณกริ่งภายในตู้จะดังขึ้นให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานรับทราบ จากนั้นจำดำเนินการแจ้งสถานะของเด็กกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สถิติทิ้งลูกซึ่งลดลงตั้งแต่มีตู้พักทารก เมื่อ 1 มิถุนายน 2554 โดยจำนวนล่าสุดของเด็กถูกทิ้งอยู่ที่ 75 คน รวมเด็ก 26 คน จากตู้ น้อยกว่าจำนวนเด็กถูกทิ้งในปี 2553 ที่ 83 คน และอีก 105 คน ในปี 2552

อย่างไรก็ตาม ตู้ทิ้งทารกช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของเด็กๆ เหล่านี้ ได้มากกว่าร้อยละ 66 จากเดิมที่ไม่ถึงร้อยละ 50 ขณะที่บางรายทิ้งลูกสาวเพราะสังคมรังเกียจ หรือเพราะเด็กมีความพิการ ความบกพร่อง

ศูนย์สวัสดิการสังคมเด็กและการอุปถัมภ์แห่งชาติ เชื่อว่าตู้ทิ้งทารกมีความสำคัญและเป็นนโยบายที่เห็นแก่ชีวิตเด็กเป็นหลัก และเป็นสิทธิของเด็กที่จะมีชีวิตรอด

q*021q*096q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 24 ก.พ. 13, 23:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ประเทศรัสเซีย



เมื่อ พ.ศ. 2555 สำนักงานสาธารณสุขท้องถิ่นของรัสเซียเป็นผู้ ริเริ่มโครงการตู้ทิ้งเด็ก (babybox) มีการติดตั้งตู้ดังกล่าวเมื่อเดือนพฤศจิกายน ตามเมืองต่างๆ อาทิ โซชี, โนโวรอสซิสก์ และอาร์มาเวีย ในเขตปกครองคราสโนดาร์ โดยภายในระยะเวลาเพียงเดือนเดียวหลังจากติดตั้ง มีเด็กที่ถูกทิ้งแล้ว 1 คน เป็นทารกเพศหญิง ซึ่งยังคงมีสุขภาพดี และถูกส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยรับเลี้ยงเด็กแล้ว ซึ่งเชื่อว่าจะมีผู้ใจบุญรับอุปการะเธอต่อไป โดยได้แนวความคิดมาจากโครงการลักษณะคล้ายกันของแอฟริกาใต้

q*021q*096q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 24 ก.พ. 13, 23:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ประเทศแอฟริกาใต้



แอฟริกาใต้ได้นำเอาวิธีนี้มาใช้เมื่อ พ.ศ.2554 ในชื่อโครงการเบบี้เซฟ หรือ ปกป้องเด็กแรกเกิด โดยมีการใช้กล่องออกแบบพิเศษติดตั้งไว้ที่เมืองเคปทาวน์ ด้านโฆษกของหน่วยงานที่ริเริ่มโครงการนี้แสดงความหวังว่า ระบบดังกล่าวจะช่วยให้มารดาที่ประสบปัญหาสามารถทำให้ที่พวกเธอไม่สามารถเลี้ยงดูได้ยังคงปลอดภัย นอกจากนั้น โครงการนี้ยังขยายไปยังอีกหลายประเทศ อาทิ เยอรมนี ปากีสถาน และออสเตรีย

q*021q*096q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 24 ก.พ. 13, 23:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ประเทศสหรัฐอเมริกา



ใน 49 รัฐ มีการบัญญัติกฎหมายสถานที่ปลอดภัยสำหรับทารก โดยมารดาที่ไม่พร้อมในการเลี้ยงดูลูกของพวกเธอสามารถนำเด็กๆไปฝากไว้ตามสถานที่ต่างๆ อาทิ โรงพยาบาล สถานีดับเพลิง สถานีตำรวจ และโบสถ์ สำหรับในบางรัฐ

q*021q*096q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 24 ก.พ. 13, 23:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ประเทศเยอรมนี



ถนนเส้นหนึ่งในย่านชานกรุงเบอร์ลินของเยอรมนี มีป้ายบอกทางที่นำไปสู่สถานที่ตั้งของตู้ทิ้งเด็ก หรือ ที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า "เปลเด็ก" หรือ "Babywiege"

ตู้ดังกล่าว ทำมาจากสแตนเลสอย่างดี พร้อมหูจับเพื่อดึงเข้าและดึงออก พร้อมที่นอนและผ้าห่มอย่างดีสำหรับทารก พร้อมทั้งจดหมายแนะนำ ที่ระบุว่า พ่อแม่ที่เปลี่ยนใจสามารถนำลูกกลับไปเลี้ยงได้ตลอดเวลา

กระบวนการในการทิ้งทารกจะเป็นความลับและไม่มีการเปิดเผยชื่อและตัวตน ดังนั้น จึงไม่มีใครทราบว่าคนที่อุ้มเด็กมา และกลับไปมือเปล่านั้นคือใคร ซึ่งก่อให้เกิดข้อโต้แย้งที่ว่า ผู้ทิ้งอาจเป็นได้ทั้งพ่อและแม่หรือใครก็ได้ หลายคนวิจารณ์ว่า ผู้ทิ้งอาจเป็นได้ทั้งพ่อ หรือไม่ก็ผู้คุมหญิงโสเภณี ที่มาจัดการภารกิจให้เสร็จสิ้น

เควิน บราวน์ นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยน็อตติงแฮมกล่าวว่า ผลการศึกษาในฮังการีพบว่า ไม่จำเป็นว่าคนที่นำเด็กมาทิ้งจะต้องเป็นแม่ แต่อาจเป็นพ่อ ญาติ เพื่อน คนคุมโสเภณี หรือใครก็ได้ คำถามก็คือ กล่องดังกล่าว ช่วยส่งเสริมสิทธิสตรีหรือไม่ และแม่ของเด็กเองเป็นผู้ยินยอมให้นำเด็กมาทิ้งไว้ที่นี่หรือไม่ อีกทั้งกระบวนการให้คำปรึกษา ยังถูกตัดออกจากกระบวนการทั้งหมดโดยสิ้นเชิง ซึ่งอาจเป็นภัยต่อทั้งตัวแม่และทารก

ในกรณีหนึ่งที่เมืองฮัมบูร์กของเยอรมนี ภายในช่วงเวลา 10 ปี มีผู้นำทารกมาทิ้งแล้วกว่า 42 คน ในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา แม่ 17 ติดต่อขอรับเด็กกลับในภายหลัง และ 14 รายขอนำทารกกลับหลังจากทิ้งไม่กี่วัน

สเตฟฟานี วอลเพิร์ต ซึ่งดูแลสถานที่รับเลี้ยงทารกที่ฮัมบูร์ก กล่าวว่า ย้อนไปเมื่อปี 1999 พบทารก 5 รายถูกทิ้ง โดย 3 รายเสียชีวิต หลังจากนั้น การหาหนทางเพื่อช่วยชีวิตเด็กๆจึงเกิดขึ้น

นอกจากนี้ยังมีประเทศฮังการี อิตาลี กลุ่มประเทศทะเลบอลติก ประเทศแถบยุโรปตะวันออก แต่ยังไม่มีท่าทีว่าจะมีในประเทศไทย

q*021q*096q*021

ขอขอบคุณที่มา : http://www.tcijthai.com/tcijthai/view.php?ids=1919
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 25 ก.พ. 13, 10:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีครับ คุณลำตะคอง

ต่างประเทศเขามี เราก็ควรจะมี และควรจะมีนานแล้วครับ หากเรามีมาก่อนหน้านี้ที่วัดไผ่เงินมีเด็กทารกที่ถูกทำแท้งมา 2002 ศพ ก็สามารถที่ชีวิตอยู่มาได้ ของเราควรจะมีมานานแล้วครับคุณลำตะคองครับ..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
งง
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 26 ก.พ. 13, 00:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สวัสดีครับ คุณลำตะคอง

ต่างประเทศเขามี เราก็ควรจะมี และควรจะมีนานแล้วครับ หากเรามีมาก่อนหน้านี้ที่วัดไผ่เงินมีเด็กทารกที่ถูกทำแท้งมา 2002 ศพ ก็สามารถที่ชีวิตอยู่มาได้ ของเราควรจะมีมานานแล้วครับคุณลำตะคองครับ..
ควรจะมีถ้าต้องการประกาศให้โลกรู้ว่า หญิงไทยสำส่อน จะได้เทียมหน้าเทียมตาประเทศอื่นเขาไปซะทุกเรื่อง แต่เรื่องนี้คงแซงหน้าละนะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นุ่มนวล
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 26 ก.พ. 13, 02:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ควรมี เพราะจะรักษาชีวิตเด็กให้รอดตายได้อีกหลายคน อนาคตของประเทศนะคะ ใครจะว่าสำส่อนก็ช่างเค้าสิ ถ้างั้นประเทศที่เจริญแล้วเค้าก็สำส่อนกันหมดแหละ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Mick
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 26 ก.พ. 13, 02:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เห็นด้วยและสมควรอย่างยิ่งกับประเทศที่กำลังพัฒนาและเป็นเมืองพุทธใจดี ใจเมตตาแบบ้านเรา ดีกว่าตื่นมาอ่านข่าวว่าพบเด็กทารกในถังขยะ ทุกวันๆ ลองนับกันก็ได้ว่าปีๆนึงมีเด็กทารกถูกทิ้งขยะ หรือแม้แต่ทำแท้งเถื่อนไปแล้วกี่คน แบบนี้น่าจะดีกว่า ถ้าคนไทยไม่รับเลี้ยงต่อ อย่างน้อยเด็กก็จะได้มีโอกาสที่ดีกว่าจะตายในถังขยะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แม่3
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 26 ก.พ. 13, 04:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*062q*062เห็นด้วยอย่ายิ่ง
เพราะคนที่ไม่พร้อมจริงๆ ก็สามารถ มาใสตู้นี้ได้ ดีกว่าไปใส่ถังขยะหรือโยนลงแม่น้ำตามทีเป็นข่าวเรื่อยๆ สงสารเด็กน้อยจริงๆ คะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
รู้นะคิดอะไรอยู่
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 26 ก.พ. 13, 08:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ควรจะมีครับ

เราเป็นอันดับ 2 ของโลกที่มีวัยรุ่นตั้งครรภ์ ก่อนมีวัยอันควร

ยอมรับเถอะครับ รักษาชีวิตเด็กได้ปีละเป็น พันเป็นหมื่นคน ครับ

ยังมีประโยชน์สำหรับ พ่อแม่ที่ไม่สามารถเลื้ยงดูบุตรชั่วคราว ขณะที่ ครอบครัวมีปัญหาด้วยครับ

มีแต่ผลดี ส่วนการทำให้เป็นการสนับสนุนให้มีเพศสำพันธ์แบบไม่ถูกต้อง คงต้องรณรงค์การใช้วิธีการคุมกำเหนิดครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
จ้า
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 26 ก.พ. 13, 08:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*062q*062q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
มันแกวหล่อ
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 26 ก.พ. 13, 08:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ควรเรียก ตู้เมตตา มากกว่า กล่องทิ้งเด็ก
ไทยควรมีทันทีได้แล้ว ม่ายงั้นก็จะเจอในถุงดำ ถังขยะ สถานีขนส่ง สารพัด ส่วนใหญ่ทารกจะบาดเจ็บหรือป่วยจากการทิ้งไว้นานเกินไป

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นิสัยเสีย
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 26 ก.พ. 13, 09:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มีพวกตู้ทิ้งหนี้มั้ยครับ แบบว่าผ่อนต่อไม่ไหว ใครช่วยรับภาระหนี้ไปแทนอย่างนี้เนี้ย อีกหน่อยคงมีตู้ทิ้งคนชรา ตู้ทิ้งพ่อแม่ ตู้ทิ้งเมีย คือถ้ามีตู้ทิ้งโน้นทิ้งนี้เยอะๆ มันจะทำให้คนไทยนิสัยเสีย ขาดความรับผิดชอบ ทางทิ่ดีคือ ทิ้งความโลภ โกรธ หลง หันมามีสติในการใช้ชีวิต จะได้ไม่ต้องทิ้งสิ่งที่ไม่ต้องการให้เป็นภาระกับใคร q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นู๋น้อย
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 26 ก.พ. 13, 11:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เปลี่ยนจากตู้ใส่เด็กเป็นแจกยาคุมกับถุงยางฟรีดีกว่ามั้ย สงสารเด็กที่ถูกทิ้ง สู้อย่าให้เกิดมาเลยดีกว่า ยาคุมแผงไม่กี่บาทไม่มีปัญญาซื้อกิน ริจะมีสามี ผู้ชายก็เหมือนกัน ถุงยางไม่มีปัญญาซื้อ ตอนทำไม่คิด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนใต้
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 26 ก.พ. 13, 12:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตู้ทิ้งเด็กเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุต้นเหตุเกิดจากครอบครัวและศิลธรรมอันดีควรแก้ที่ตั้นเหตุไม่ควรส่งเสริมด้วยตู้ทิ้งเด็ก q*032q*032

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สติจงกลับมา
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 26 ก.พ. 13, 13:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ไม่ได้ค่ะเมืองพุพระเปนตุ๊ดเณรเปนแต๋ว ไม่ได้ค่ะเสียเมืองพุทหมดเลยออกมายอมรับแบบนี้อุตส่าดัดจริตมาหลายชั่วอายุคน ว่าเปนเมืองพุทจะให้มาทำแบบนี้รับไม่ได้ค่ะ กรรมว่ะไม่ยอมรับความจิงกันบ้างสะเลยเมืองเราผุ้คนจิตใจจิงๆเปนไงแล้วมันจะพัตนาได้ยังไงถ้าคนโง่ยังไม่รับว่าโง่เวรละค่ะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนมีลูก
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 26 ก.พ. 13, 13:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ ไม่อยากดูข่าวเด็กทารกถูกฆ่าทิ้งหรือถูกทิ้งให้ตายอีกแล้วเมืองไทยเราเป้นเมืองพุทธนะคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 26 ก.พ. 13, 14:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ดูผู้แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วย ผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือเด็กทารกก็ควรดำเนินการช่วยเหลือได้เลยขนาดโคกระบือเรายังช่วยเหลือไถ่ชีวิตได้ นี่เป็นคนแท้ๆเราก็ควรจะรีบดำเนินการได้เลยครับ หรือท่านผู้อ่านว่าควรดำเนินการอย่างไร ร่วมแสดงความคิดเห็นที่ดีๆเข้ามาร่วมด้วยช่วยคุณลำตะคองคิดครับ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นัน
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 26 ก.พ. 13, 15:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมคิดว่ามันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุมากกว่านะครับ จริงอยู่ว่าสาเหตุของการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ไม่ได้มาจากคุณแม่วัยรุ่นอย่างเดียว แต่คุณแม่วัยรุ่นก็เป็นสาเหตุหลักไม่ใช่เหรอครับ? ส่วนที่ว่าเป็นการช่วยเหลือชีวิตเด็ก ผมเห็นว่าน่ามีวิธีอื่นที่น่าจะดีกว่านี้นะครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
fang1107
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 26 ก.พ. 13, 15:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ตู้ทิ้งเด็กเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุต้นเหตุเกิดจากครอบครัวและศิลธรรมอันดีควรแก้ที่ตั้นเหตุไม่ควรส่งเสริมด้วยตู้ทิ้งเด็ก q*032q*032
เห็นด้วยว่าไม่ควรมี เพราะมันจะเป็นการส่งเสริมให้คนไม่มีความรับผิดชอบมากขึ้น
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สงสาร
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 26 ก.พ. 13, 15:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนที่ลงชื่อ งง ลองอ่านเรื่องนี้ดูนะค่ะ
เรื่องเกิดขึ้นประมาณสามสี่ปีที่แล้วตอนนั้นเรากับเพื่อนหิ้วถุงขยะขนาดใหญ่มากมากหนักมากเพราะว่ากินเลี้ยงกันถุงที่เราหิ้วลงมาน่าจไม่ต่ำกว่าสิบโลแล้วเราเดินไปถังขยะกำลังจะทิ้งลงไปเพื่อนบอกว่าเหมือนมีตัวอะอยู่ไนถังขยะเลยพอเปิดร้องไห้เลยเด็กอยู่ในถังขยะเรานี่ร้องไห้เลยแล้วถ้าเราทิ้งขยะลงไปเด็กคนนั้นคงตายแน่แน่

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ติก
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 26 ก.พ. 13, 15:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตู้ควรจะมีนะครับ แต่ไม่ควรมีคนไปใช้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไม่ควรมี
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 26 ก.พ. 13, 15:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คิดว่ามีตู้แบบนี้แล้วดีกว่าไม่มีเหรอ เมืองไทยขนาดมีลูกเสียเงินเอาไปฝากเลี้ยงเด็กยังโดนทารุณกรรมเลย ใครจะมาคอยปกป้องเด็กเหล่านี้ พูดได้ทำได้หรือเปล่า เห็นต่างประเทศเขามีอยากมีบ้าง ต้องคิดให้รอบคอบว่ามันเหมาะกับสังคมเราไหม ไม่ใช่ฝรั่งมันจะทำีดีทำถูกหมดทุกเรื่องนะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
lyn
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 26 ก.พ. 13, 16:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทำไมรูปของประเทศแอฟริกาใต้กับประเทศเยอรมันเป็นสถานที่หลังเดียวกันละคะ แค่ถ่ายคนละมุม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ขอแสดงความคิดเห็น
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 26 ก.พ. 13, 18:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ควรเรียก ตู้เมตตา มากกว่า กล่องทิ้งเด็ก
ไทยควรมีทันทีได้แล้ว ม่ายงั้นก็จะเจอในถุงดำ ถังขยะ สถานีขนส่ง สารพัด ส่วนใหญ่ทารกจะบาดเจ็บหรือป่วยจากการทิ้งไว้นานเกินไป



เป็นความคิดที่ดีมากเลยครับ เรื่องชื่อเรียกว่า "ตู้เมตตา" q*062

ส่วนในเรื่องความเห็นผม ผมยังไม่เห็นด้วยนะครับ เพราะกลัวระบบการจัดการของบ้านเรา มันยังไม่ดีพอครับ กลัวแต่รับเด็กมาแล้ว

ส่วนเรื่องการลดปัญหาการทำแท้งได้นั้น ก็ยังไม่แน่เสมอไป สมมติกรณี ผู้ที่อยู่ในวัยเรียน เกิดผิดพลาดตั้งท้องขึ้นมา ไม่แน่เสมอไปว่า จะรอท้องโต แล้วไปทำคลอด แล้วถึงนำเด็กไปฝากที่ตู้เมตตานี้ (ส่วนหนึ่งน่าจะเกิดจากความอับอาย,กลัวพ่อแม่รู้ จึงไปทำแท้ง) ครับ

ดังนั้นควรแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เช่นการให้ความรู้ และสอนเรื่องการป้องกันมากกว่า

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Kay
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 26 ก.พ. 13, 19:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เปลี่ยนจากตู้ใส่เด็กเป็นแจกยาคุมกับถุงยางฟรีดีกว่ามั้ย สงสารเด็กที่ถูกทิ้ง สู้อย่าให้เกิดมาเลยดีกว่า ยาคุมแผงไม่กี่บาทไม่มีปัญญาซื้อกิน ริจะมีสามี ผู้ชายก็เหมือนกัน ถุงยางไม่มีปัญญาซื้อ ตอนทำไม่คิด

แล้วพวกผู้หญิงที่ถูกข่มขืนกระทำชำเราล่ะ แหกตาดูความเป็นจริงบ้าง ผู้หญิงที่ถูกข่มขืนจากคนไกล้ตัวเช่นคนในโรงเรียน ข้างบ้าน คนในบ้านรวมถึงคนแปลกหน้าด้วย มีเยอะนะคะที่ถูกช่มขืนอย่างเดียวได้ได้ถูกฆ่าแล้วเธอเหล่านั้นก็อับอายหรือบางทีก็ไม่กล้าบอกใครเพราะคนไทยปลูกค่านิยมเรื่องความเสียหายเหล่านี้ไว้ ถ้าบางคนไม่มีใครให้เกรงใจหาทางเอาผิดกับพวกมัน ส่วนคนที่มีแฟนมีสามีมีลูกก็จะบอกใครไม่ได้ แล้วอีกอย่างถ้าจะเอาผิดคนทำไปแจ้งความ คุณคิดเหรอว่าตำรวจมันจะสนใจขนาดถูกฆ่าตายถูกทำร้ายจนพิการมันยังไม่แคร์ แล้วเธอเหล่านั้นจะประกาศความเสียหายของพวกเธอเองอย่างไร แหกตาดูอีกทีว่าที่ฉันกล่าวมาน่ะมีปัญหาอะไรต่อเนื่องเกี่ยวข้องกันได้บ้าง

คิดถึงกลุ่มคนเหล่านี้บ้างมั้ย
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
งง
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 26 ก.พ. 13, 20:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ไม่ได้ค่ะเมืองพุพระเปนตุ๊ดเณรเปนแต๋ว ไม่ได้ค่ะเสียเมืองพุทหมดเลยออกมายอมรับแบบนี้อุตส่าดัดจริตมาหลายชั่วอายุคน ว่าเปนเมืองพุทจะให้มาทำแบบนี้รับไม่ได้ค่ะ กรรมว่ะไม่ยอมรับความจิงกันบ้างสะเลยเมืองเราผุ้คนจิตใจจิงๆเปนไงแล้วมันจะพัตนาได้ยังไงถ้าคนโง่ยังไม่รับว่าโง่เวรละค่ะ
หายเมายาหรือเรียนจบป4ก่อน แล้วค่อยมาโพสต์ดีกว่ามั๊ง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
งง
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 26 ก.พ. 13, 20:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แล้วพวกผู้หญิงที่ถูกข่มขืนกระทำชำเราล่ะ แหกตาดูความเป็นจริงบ้าง ผู้หญิงที่ถูกข่มขืนจากคนไกล้ตัวเช่นคนในโรงเรียน ข้างบ้าน คนในบ้านรวมถึงคนแปลกหน้าด้วย มีเยอะนะคะที่ถูกช่มขืนอย่างเดียวได้ได้ถูกฆ่าแล้วเธอเหล่านั้นก็อับอายหรือบางทีก็ไม่กล้าบอกใครเพราะคนไทยปลูกค่านิยมเรื่องความเสียหายเหล่านี้ไว้ ถ้าบางคนไม่มีใครให้เกรงใจหาทางเอาผิดกับพวกมัน ส่วนคนที่มีแฟนมีสามีมีลูกก็จะบอกใครไม่ได้ แล้วอีกอย่างถ้าจะเอาผิดคนทำไปแจ้งความ คุณคิดเหรอว่าตำรวจมันจะสนใจขนาดถูกฆ่าตายถูกทำร้ายจนพิการมันยังไม่แคร์ แล้วเธอเหล่านั้นจะประกาศความเสียหายของพวกเธอเองอย่างไร แหกตาดูอีกทีว่าที่ฉันกล่าวมาน่ะมีปัญหาอะไรต่อเนื่องเกี่ยวข้องกันได้บ้าง

คิดถึงกลุ่มคนเหล่านี้บ้างมั้ย
ถ้าจะคอยให้คนอื่นเขาแหกตาดูความจริง ก็ลองหุบขาแล้วคิดดูบ้างว่า เด็กที่เกิดจากการข่มขืน กับเด็กที่เกิดจากความแร่ด จากสังคมทราม อย่างไหนจะมากกว่า ถ้าจะสร้างตู้แบบนี้ในเมืองไทย ช่องเดียวไม่พอหรอก มันต้องมีมากขนาดตู้เอทีเอ็มนั่นแหละ พื้นที่เลี้ยงเด็กก็คงต้องใหญ่ขนาดโรงพยาบาลนั่นแหละ ป้องกันดีกว่าแก้ไขน่ะถูกแล้ว
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
zole
เรทกระทู้
« ตอบ #32 เมื่อ: 26 ก.พ. 13, 21:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ประเทศอื่นให้ความรู้ด้านการป้องกันการตั้งครรภ์หลายวิธี และคดีข่มขืนน้อยกว่า คนใช้บริการไม่มาก เมืองไทยคงเยอะ แต่ก็อยากรักษาชีวิตของเด็กทุกคนเพื่อเติบโตเป็นพลเมืองชาติได้ แต่คุณภาพของเจ้าหน้าที่ไทยจะดูแลได้ดีหรือเปล่า และไม่เห็นด้วยที่ไม่ต้องรับรู้ว่าใครเป็นพ่อแม่ พี่น้อง นอกจากสิทธิในการรับรู้แล้วยังเพื่อปกป้องชะตากรรมของเด็กด้วย ลูกคนต่างด้าวอีก เราควรให้การเรียนรู้การป้องกัน การไม่สำส่อน การรักตัวเอง(รักนวลสงวนตัว) การใช้กฎหมายเข้มแข็งจัดการคนข่มขื่นและพวกสมรู้คบคิด คลีนิคทำแท้งเถื่อนให้เด็ดขาด แล้วดูผล สิ่งที่กล่าวมาพวกเราได้รณรงค์อย่างจริงจังหรือยัง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #33 เมื่อ: 27 ก.พ. 13, 16:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หากทุกร.พ.มีตู้ฝากเด็ก เด็กทารกก็จะมีชีวิตรอดอีกมากครับ เด็กที่ท้องมีปีละ 1 แสนกว่าคนครับ ก็ไม่มีองค์กรณ์ใดเข้าช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ก็จะตายอีกจำนวนมากครับ เงินอุดหนุนก็นำเงินจากวัดต่างๆที่เหลือมากๆมาช่วยเหลือครับ รัฐบาลช่วยอีกนิดหน่อยก็สามารถดำเนินการได้เลยครับ หรือท่านผู้อ่านมีความคิดที่ดีกว่านี้ครับ เรื่องนี้ทำแล้วได้บุญได้กุศลมากมายครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #34 เมื่อ: 1 มี.ค. 13, 12:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
บ้านเราไม่มีตู้สำหรับใส่เด็ก ที่ไม่ต้องการ(ผมไม่เรียกตู้ทิ้งเด็ก)
เลยว่า วันนี้ มีคนเอาเด็กไปใส่ใว้ในตู้โทรศัพท์ครับ..ตู้โทรศัพท์ไม่มีมุ้งตาข่าย ยุงเลยกัดเด็กได้..

เด็ก ชื้อไม่ได้ ขายไม่ได้..เลยเป็นสิ่งไม่การได้ง่ายๆ..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #35 เมื่อ: 2 มี.ค. 13, 07:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อีกไม่นานคงจะมีข่าวดีเข้ามาว่าผู้บริหารได้นำปัญหานี้นำเข้าสู่การประชุมพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ผมก็จะยกมือสาธุสัก 3 ครั้งครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #36 เมื่อ: 3 มี.ค. 13, 23:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมเห็นกระทู้นี้เป็นที่สนใจแก่ชาวเรา..
ผมก็คิดเรื่องเด็กที่เกิดมาโดยผู้ให้กำเนิดยังหาเลี้ยงตนเองไม่ได้..
หากเด็กที่กำเนิดมาในครอบครัวที่พอเลี้ยงกันได้ และโชคดี กำเนิดอยู่ในแวดวงของผู้เจริญ..ก็จะเจริญเติบโตได้อย่างเจริญ..
แต่หากกำเนิดมาในสถาพที่ความพร้อมไม่มี ตกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เจริญ เด็กก็คงจะเจริญเติบโตอย่างผู้ไม่เจริญ

เด็กที่กำเนิดจากผู้ที่ยังไม่มีความพร้อม..หากมีอะไรลองรับ หรือกำกับ..เด็กก็คงได้พบกับความเจริญ เจริญในการเลี้ยงดู เจริญในด้านการเรียน การศึกษา..

เด็กๆที่กำเนิดจากผู้ให้กำเนิดที่ยังไม่พร้อม..มักมีสาเหตุคล้ายๆกัน..การเผลอตัว เผลอใจ การควบคุมความต้องการ บ้างก็จำเป็น เนื่องจากสภาพหย่าล้าง..
ส่วนมาก กำเนิดจากผู้ที่ยังหาเลี้ยงชีพเองไม่ได้..

เด็กกำเนิดก่อนเวลา เพราะผู้ที่ทำให้กำเนิด ก็กำเนิดมาไม่นาน..
เหมือนผลไม้ ที่ออกนอกฤดูกาล เรียกว่า ผลไม้ทะวาย..รสชาติไม่คงที่ สุกง่าย เน่าเสียเร็ว..

เด็กทำกำเนิดในรูปแบบที่ผู้ให้กำเนิดยังไม่พร้อม นี่ก็เหมือนเด็กทะวายครับ..

เราจะยินดี กับการที่จะมีตู้ทิ้งเด็ก ผมคิดว่า ยังเกาไม่ถูกที่คันจริงๆ..มันแค่เกาถูกข้างๆที่คันเท่านั้น..

แต่อย่าไปแก้เอาแบบที่เคยมีโครงการมาแล้วนะครับ..เช่นตู้หยอดเหรียญถุงยางอนามัยในโรงเรียน ไม่เอานะครับ..แค่คิดก็ไม่ไหวแล้ว..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สงสารเด็กจัง
เรทกระทู้
« ตอบ #37 เมื่อ: 4 มี.ค. 13, 09:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เด็กๆน่าสงสาร

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #38 เมื่อ: 10 มี.ค. 13, 01:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนนะไม่ใช่ขยะ...หึๆๆ q*039

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  เด็ก 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม