หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เผยที่มา..รถไฟขนผักความเร็วสูง..2.2 ล้านล้าน..  (อ่าน 1429 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 29 มี.ค. 13, 19:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 



หลังจากที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์คำแถลงถึงเหตุผลความจำเป็นต้องกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ทำให้คนไทยแบกหนี้ 5.16 ล้านล้านบาท ยาวนานถึง 50 ปี ว่า เพื่อให้คนไทยได้กินผักสดจากการขนส่งผ่านรถไฟความเร็วสูงในระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทในสภาวานนี้ (28 มี.ค.56)




เมื่อตรวจสอบความคิดเกี่ยวกับการใช้รถไฟความเร็วสูงขนผัก พบว่าไม่ได้เป็นเรื่องเลื่อนลอย เพราะในวันที่ 26 มีนาคม 2556 ก่อนการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทเพียง 2 วัน มติชนออนไลน์ ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์นายวิป วิญญรัตน์ บุตรชายของนายพันธุ์ศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านนโยบายเศรษฐกิจ มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทำงานในฐานะเป็นคณะทำงานประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฯ หรืออีกนัยหนึ่งคือเป็นคณะทำงานของพ่อตัวเอง และการรับงานใหญ่คือการจัดนิทรรศการไทยแลนด์ 2020 ทั้งที่ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวรรม หรือรถไฟความเร็วสูง แต่จบปริญญาตรีด้านปรัชญา ปริญญาโทด้านประวัติศาสตร์ ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าต้องมาเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด

ที่น่าสนใจคือตอนหนึ่งของการสัมภาษณ์ครั้งนี้ นายวิป ยังพูดถึงการใช้รถไฟความเร็วสูงเพื่อขนผักด้วย

ถ้าจินตนาการง่ายๆ อย่างทุกวันนี้เดินทางจากกรุงเทพฯ ไป เชียงใหม่ขับรถ 10 ชั่วโมง นั่งรถโดยสาร 10 ชั่วโมง นั่งรถไฟไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง นั่งเครื่องบิน 1 ชั่วโมงไม่รวมเวลาเดินทางไปสนามบิน ขณะที่รถไฟความเร็วสูง ถ้าเป็นไปตามสเปคก็ 3 ชั่วโมงครึ่ง ผมคิดว่า นี่คือความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ไม่ต้องขับรถเอง ไม่ต้องนั่งรถบัส ไม่ต้องขึ้นเครื่องบิน หรือนั่งรถไฟ ชีวิตก็จะง่ายขึ้น สะดวกขึ้น

อันนี้ ยังไม่รวมการขนส่งสินค้า ด้วยรถไฟความเร็วสูง ขนผักจากเชียงใหม่ ลงมากรุงเทพฯ ถึงศูนย์กระจายสินค้าภายในกรุงเทพได้ภายใน 3 ชั่วโมงครึ่ง ที่ผ่านมาใช้ นิ่มซี่เส็ง (บริษัท นิ่มซี่เส็งขนส่ง 1988 จำกัด) ก็ 10 ชั่วโมง ถ้าใช้เวลาลดลงแล้วต้นทุน การขนส่งอาจจะลดลง หรือว่าจะเพิ่มขึ้น





ได้ไปลงพื้นที่มาเยอะเหมือนกัน เริ่มต้นจาก รถไฟความเร็วสูง ปกติขนคน แต่ตอนนี้ รัฐบาลมีไอเดียว่า พยายามให้มีการขนของไปด้วย ซึ่งมันมี demand (ความต้องการ) การขนส่งขนของพวกของที่ไม่ใช่มากันใหญ่ๆ แต่เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย อย่างพวกพัสดุไปรษณีย์ทั้งหลาย ซึ่งมี demand (ความต้องการ) สูงในไทยตอนนี้ ขนผ่านรถไฟความเร็วสูง

พอได้โจทย์นี้ ผมก็ไปดูว่า เมืองไทยขนผักกันมายังไง แล้วก็ไปดู พวกตลาดขายส่ง 2 ตลาด คือ ดูที่ตลาดไทย และ ตลาดศรีเมือง จังหวัดราชบุรี ก็ไปเห็นความจริงอย่างหนึ่งว่า ทุกวันนี้ เวลาเราขนผัก เราไม่ได้ขนผัก แต่เราขนขยะ เกิดสิ่งที่เรียกว่า Post-harvest loss (ความเสียหายหลังเก็บเกี่ยว) เกิดขึ้นมากเช่น กะหล่ำปลี 1 ลูก ขนจากหน้าสวน มาที่ตลาดไทยในรถบรรทุก เพื่อให้ต้นทุนต่อหน่วนราคาถูก อัดเข้าไปเยอะๆ ขนถมกันขึ้นไปแล้วใช้ผ้าใบปิด สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ผักมันจะคายน้ำ และมีแรงสั่นสะเทือน พอถึงที่หมาย เปลือกนอกมันจะเน่า ก็ต้องมาลอกทิ้ง กะหล่ำปลีก็หดลง พอขนส่งอีก เพราะผ่านพ่อค้าหลายมือมาก เปลี่ยนที่ไป-มา ก็นั่งลอกกันจากกะหล่ำปลีหัวใหญ่ก็หดเล็กลง



ผมเพิ่งรู้ว่าประเทศไทย ซึ่งการบริโภคผักสดผลไม้มหาศาลมาก เรามีกระบวนการขนส่ง ผัก ซึ่ง ห่วยสุดๆ ห่วยแตกสุดๆ Post-harvest loss (ความเสียหายหลังเก็บเกี่ยว) 17-35 เปอร์เซนต์ของ จีดีพี อันนี้ มหาศาลมาก หมายความว่าเป็นเงินหลายล้านต่อปี ทุกวันนี้ประเทศไทย ไม่ใช่เพียง เกษตรกรพ่อค้าคนกลาง หรือผู้บริโภคปลายน้ำ แต่ทุกคนเสียตังค์ ไปกับการขนขยะจากที่โน้นไปที่นี่ ที่นั่น มหาศาลมาก

นี่เป็นเกร็ดอันหนึ่งในประเทศไทย ตรงนี้ น่าจะเป็นคีย์ ในการยกระดับสินค้าเกษตรในเมืองไทย ที่ดี ซึ่ง ผมรู้สึกว่ายังไม่มีใครสนใจ


@ รถไฟความเร็วสูง จะตอบโจทย์ปัญหาการขนผัก





รถไฟความเร็วสูง จะไม่ได้แก้ปัญหาทันที แต่อาจจะมาตอบโจทย์ทำให้การขนผักบางชนิดที่ขนโดยรถไฟความเร็วสูงแล้วคุ้มค่า มันทำได้ดีขึ้น แต่สุดท้ายแล้วนี่เป็นปัญหาจัดการ ให้ Post-harvest loss (ความเสียหายหลังเก็บเกี่ยว) มันมีคุณภาพมากขึ้น


ลิงค์คำสัมภาษณ์วิป มติชน

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1364210310&grpid&catid=03&subcatid=0305





ขอบคุณภาพประกอบจากinternet ครับ


http://www.naewna.com/politic/46594

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 มี.ค. 13, 19:56 น โดย intervintion » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 29 มี.ค. 13, 19:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ความเสี่ยงทางการเงินที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ซ่อนไว้
กู้ 2 ล้านล้าน ดอกเบี้ย5% 3 ล้านล้าน ภาระท่วมหัวคนไทย 5 ล้านล้าน

ประเด็นความเสี่ยงทางการเงินที่รัฐบาลแกล้งลืมคือ "อัตราดอกเบี้ย"
จะไม่อยู่ต่ำคงที่แบบนี้เสมอไป และไม่มีแนวโน้มที่จะต่ำไปกว่านี้

รัฐบาลที่รอบคอบควรคำนวณเผื่อให้ประชาชนได้รับรู้ถึงความเสี่ยงที่แท้จริงจากก้อนเงินทั้งหมด ซึ่งทางเราได้คำนวณจากฐานการคำนวณของ สำนักฯ หนี้ กระทรวงการคลัง ได้ว่า

"หากอัตราดอกเบี้ยเพิ่ม 1% ภาระหนี้จะเพิ่มขึ้นอีก 6.3 แสนล้านบาท"

หากดอกเบี้ยเพิ่มเป็น 10% ภาระหนี้จะพุ่งเป็น 8.32 ล้านล้านบาท หรืออีกเกือบ 1 เท่าตัว และในอดีตตอนประเทศมีวิกฤติ อัตราดอกเบี้ยก็เคยเป็น 16% มาแล้ว

รัฐบาลต้องอยู่กับความเป็นจริง และบอกความจริงให้ประชาชนได้รับรู้ทั้งหมดครับว่า ความเสี่ยงของประเทศมีอะไรบ้าง ไม่ใช่เอาแต่จะขายฝัน ขนผักสดๆ กันอย่างเดียว





CR สายตรงภาคสนาม.


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เกิดมามีหนี้
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 29 มี.ค. 13, 22:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เด็กเกิดมามีหนี้ 3 หมื่นบาทต่อ 1 คน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
666
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 30 มี.ค. 13, 00:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ฮ่าๆๆ ตอนนี้คนไทยกินผักเน่ากัน โชว์ดีมีนายกปู ต่อไปจะได้กินผักสดกัน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 31 มี.ค. 13, 02:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แค่โครงการจิ๊บจ๊อยรถไฟความเร็วสูง ยังเถียงกันแทบเป็นแทบตาย
เฮ้อ....สส.ไทย แทนที่จะช่วยกันทำให้มันเสร็จเร็วๆ

โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ตามเส้นทางเหล่านี้
มันควรเกิดตั้งแต่ปีมะโว้แร้วววครับท่าน
กรุงเทพ-เชียงใหม่
กรุงเทพ-หนองคาย
กรุงเทพ-อุบล
กรุงเทพ-ระยอง
กรุงเทพ-หาดใหญ่(และต่อเชื่อมแยกไปภูเก็ต)



ถ้าทำโครงการแบบนี้ คงเถียงกันจนสภาระเบิด มั๊ง....

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
อยากแชร์
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 5 เม.ย. 13, 08:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กู้มาเพื่อสร้างให้เกิดระบบพื้นฐานจริงก็คงจะมีคนสนับสนุนเยอะ แต่กู้มาแล้วจะเข้ากระเป๋าใครบ้างนี่ซิ มันจะเหลือไปสร้างระบบพื้นฐานเร้อ เค๊กก้อนมหึมากู้มาให้ทึ้งกัน พื้นฐานก็ไม่เสร็จ หนี้ก็ต้องจ่าย คิดแล้วคนเสียภาษีอย่างเราเศร้าใจ ที่หาผู้บริหารประเทศที่จริงใจไม่มี ซ๊ากคน q*078

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สงสาร
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 5 เม.ย. 13, 09:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
กู้มาเพื่อสร้างให้เกิดระบบพื้นฐานจริงก็คงจะมีคนสนับสนุนเยอะ แต่กู้มาแล้วจะเข้ากระเป๋าใครบ้างนี่ซิ มันจะเหลือไปสร้างระบบพื้นฐานเร้อ เค๊กก้อนมหึมากู้มาให้ทึ้งกัน พื้นฐานก็ไม่เสร็จ หนี้ก็ต้องจ่าย คิดแล้วคนเสียภาษีอย่างเราเศร้าใจ ที่หาผู้บริหารประเทศที่จริงใจไม่มี ซ๊ากคน q*078

คิดแบบนี้คงต้องนั่งดู เวียดนาม นั่งรถความเร็วสูงไปก่อน
ตอนแรกก็นั่งดูญี่ปุ่น ตอนนี้ก็ไม่เห็นฝุ่นแล้ว
สงสารประเทศไทยจัง เอาแต่วาทะ
เรื่องคอรับชั่นก็ต้องแก้แน่นอน ก็มันอยู่ที่สันดานดิบของทุกคนที่เป็นคนไทย
ปากด่าคอรัปชั่น แต่แต่ละคนล้วนมุ่งแต่ประโยชน์ส่วนตน ขับรถผิดกฎ ถึงที่หมายก่อนแน่นอน เหมือนไม่ใช่คอรัปชั่น เพราะมันเป็นตัวตนของคนไทย ด่าแต่คนอื่นไม่เคยมองตนเอง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  รถไฟ ความเร็วสูง 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม