หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: แมนฯยู - เชลซี -ลิเวอร์พูล...มากกว่าการเชียร์คือการชม  (อ่าน 1170 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 1 ส.ค. 13, 15:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ใครที่เป็นแฟนบอลทีมต่างๆ ผมเชื่อว่าหนึ่งใน"ความฝัน"ก็คือการเห็นนักเตะของทีมตัวเองลงสนาม
เดือนกรกฏาคม 2556 บันทึกบนหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสรยักษ์ใหญ่อังกฤษ 3 ใน 4 ทีมใหญ่หรือที่คอบอลคุ้นชื่อว่า Big Four จะเขียนไว้ตรงกันว่า พวกเขามาเยือนเมืองไทย


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 1 ส.ค. 13, 16:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หนึ่งคือ ผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์พรีเมียร์ลีกปีก่อน ที่มาเยือนและลงสนามในไทยเป็นทีมแรกเมื่อ 13 กรกฎาคม



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 2 ส.ค. 13, 10:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จากนั้นก็เป็นสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี แชมป์ยูโรป้าลีก ที่ลงสนามหลังจากนั้นไม่กี่วัน คือ 17 กรกฎาคม



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 2 ส.ค. 13, 10:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

และปิดท้ายด้วยหงส์แดง ลิเวอร์พูล มาไทยเป็นทีมสุดท้ายจากพรีเมียร์ลีก ลงสนามเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 2 ส.ค. 13, 10:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เป็นบทพิสูจน์ให้เห็นว่าในบรรดาประเทศที่"บ้าบอล"จะต้องมีชื่อ"ประเทศไทย"อยู่ด้วย กรกฎาคม 56 จึงเป็นเดือนโชคดีของแฟนบอลไทย
การมาของ 2 ทีมแรก คือแมนฯยูและเชลซีนั้น ถือเป็นโชคดีซ้ำซ้อนของทั้ง 2 ทีมใหญ่ เพราะต่างก็มี"สิงห์"เป็นสปอนเซอร์ และในโอกาสฉลองครบรอบ 80 ปี บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด "สิงห์"จึงดึงยักษ์ใหญ่ที่ตัวเองเป็นสปอนเซอร์มาลงสนามเตกับทีม"สิงห์ ออลสตาร์" ที่รวมนักเตะดังของศึกไทยพรีเมียร์ลีกมาลงเตะที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 2 ส.ค. 13, 10:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เกมเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ว่าไปแล้วมี"ความหมาย"สำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มากกว่าบันทึกไว้ว่ามาเตะอุ่นเครื่องในประเทศไทย เพราะเกมนั้นถือเป็น"เกมแรก"ที่คนคุมทีมชื่อ"เดวิด มอยส์" ผู้ก้าวมารับไม้เป็นกุนซือผีต่อจาก"เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน" ทีทำหน้าที่นี้มา 26 ปีพร้อมเถลิงบัลลังค์ 38 แชมป์
น่าเสียดายที่"บันทึก"เกมแรกของเดวิด มอยส์ คือการพ่ายแพ้ ซึ่งข้อแก้ตัวที่ฟังขึ้นก็คือ อาจจะเป็นเพราะทีมยังไม่พร้อม รวมทั้งขาดนักเตะหลักหลายคน โดยเฉพาะ 2 กองหน้าสำคัญคือ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ กับ เวย์น รูนนีย์
ประตูโทนของ "ลีซอ" ธีรเทพ วิโนทัย ที่เล่นไปโดนโห่ไปจากกองชียร์ชาวไทย ที่"ฝรั่งงง"ว่าทำไมคนไทยโห่นักเตะไทย อาจจะเป็นสีสันเล็กๆอย่างหนึ่งในเกมนี้ แต่ถือเป็นการฉลอง 80 ปีของ"สิงห์"ที่ยิ่งใหญ่
แม้จะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของผีแดงที่สาวกรอคอย



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 2 ส.ค. 13, 10:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

4 วันต่อมาเป็น"ความสุข"ของกองเชียร์สิงโตน้ำเงินคราม
เพราะ 17 กรกฎาคม สนามราชมังคลากีฬาสถาน เต็มไปด้วยผู้คนที่(แห่)มาชมเชลซี ที่ดูตามรายชื่อแล้วต้องกล่าวว่าขน"นักเตะดัง"มามากกว่าแมนฯยู โดยนักเตะชุดสีน้ำเงินนำทีมโดย"เจที" จอห์น เทอร์รี่ กัปตันทีม ที่นำนักเตะระดับ"ซูปตาร์"ลงสนามครบถ้วน ท่ามกลางเสียงกรี๊ดจากแฟนๆรอบสนาม
ประตูเดียวจากจุดโทษของโรเมลู ลูคาคู กองหน้าชาวเบลเยี่ยม ให้ทีมเยือนจากลอนดอนชนะทีมของไทย พอจะลบ"ความผิดหวัง"เล็กๆที่แฟนเชลซีทำใจล่วงหน้าไว้แล้วว่าจะไม่เห็น"เฟร์นานโด ตอร์เรส" ที่ยังพักหลังจบรายการคอนเฟเดอร์เรชั่นส์ คัพ พร้อมกับ ฆวน มาต้า เพื่อนร่วมชาติชาวสเปน และดาวิด ลุยซ์ กองหลังชาวบราซิล
ที่สำคัญก็คือ พวกเขาได้พบ โจเซ่ มูรินโญ่ ที่กลับมาคุมทีมอีกครั้ง

ยังไม่รวม"ดาวดัง"ที่เรียกเสียงกรี๊ดรอบสนามเป็นระยะ โดยเฉพาะ เอด็อง ฮาร์ซาร์ ที่มีมากกว่านักเตะดังคนอื่นอย่าง มาร์โค ฟาน กิงเคล ,อันเดร ชูร์เล่ , ปีเตอร์ เช็ก , แกรี่ เคฮิลล์, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช , แอชลีย์ โคล กระทั่ง มิชาเอล เอสเซียง
ส่วนความผิดหวังคงมีเพียงการบาดเจ็บขณะวอร์มของ แฟรงค์ แลมพาร์ด จนไม่สามารถลงสนามได้



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 2 ส.ค. 13, 10:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปิดท้ายปลายเดือน 28 กรกฎาคม
ผมเชื่อว่าชื่อของ"หงส์แดง" เป็นหนึ่งในชื่อทีมฟุตบอลที่คนไทยรู้จักดี และการมาเมืองไทยหลังอีก 2 ทีมของลิเวอร์พูล ก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขามี"เดอะค็อป"จำนวนมากรอที่จะยลโฉม..ไม่มีคำว่า"สาย"หากจะมา
ครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนที่พวกเขามาเมื่อปี 2552 ซึ่งไม่มีกัปตันทีมมาด้วย
ในปีนั้น สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ติดภารกิจต้องขึ้นศาลที่อังกฤษ การมาไทยของลิเวอร์พูลในครั้งนั้นจึงไม่มีกัปตันทีมมาด้วย ต่างจากครั้งนี้ ที่ตั้งแต่วันเหยียบแผ่นดินไทยที่สนามบินดอนเมืองจนถึงวันหลับ แฟนๆต่างได้เห็น"สตีวีจี"แทบทุกอิริยาบท
แถมในสนาม เขายังเป็นหนึ่งในคนทำประตูให้หงส์แดงชนะทีมชาติไทย 3-0 และเล่นครบ 90 นาที

สำหรับเดอะค็อปแล้ว การมาไทยครั้งนี้ของลิเวอร์พูลถือว่า"สมหวัง"กับการรอคอย เพราะนอกจากกัปตันทีมแล้ว ในรอบนี้ หงส์แดงนำซูเปอร์สตาร์มาครบ ไม่เว้นแม้แต่"หลุยส์ ซัวเรซ" ที่ยังไม่รู้ว่าเมื่อเปิดซีซั่นในกลางเดือนสิงหาคม จะยังเป็นนักเตะลิเวอร์พูลอยู่หรือไม่ ก็ยังถูกส่งลงโชว์ฟอร์มในสนาม
การมาไทยในปีนี้ของหงส์แดง จึงได้ใจเดอะค็อปในไทยไปเต็มๆ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 2 ส.ค. 13, 10:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สำหรับแฟนบอลแล้ว...มากกว่าการเชียร์คือการชม
แน่นอนว่าการเชียร์ทีมในศึกพรีเมียร์ลีกนั้น สิ่งที่ทำได้ก็คือ"การเชียร์" เพราะการไปชมไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากค่าใช้จ่ายมีไม่น้อย ยังไม่นับรวมถึงเวลาที่จะต้องจัดสรรตั้งแต่การลางานหรือลาเรียนไปจนถึงเรื่องอื่นๆ
การเดินทางมาให้ชมถึงเมืองไทยจึงเป็นโอกาสดี
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็น"โอกาสดี"ที่ทีมดัง 3 ใน 4 บิ๊กโฟร์เดินทางมาให้ชมถึงสนาม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า"โอกาส"ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องที่"ทุกคน"ทำได้ อย่างน้อยก็"ค่าบัตร"ที่ไม่ได้ถูกเหมือนราคาตั๋วหนังที่ยังบ่นกันว่าแพง รวมทั้งบัตรมีจำหน่ายในจำนวนจำกัด อาจจะแค่ครึ่งหนึ่งหรือมากกว่านั้นเล็กน้อยของความจุสนาม เพราะส่วนหนึ่งจะถูกส่งต่อไปยังผู้ร่วมสนับสนุน
แถมฟุตบอลจะเพิ่มวันเตะเหมือนหนังเพื่อบรอบฉายก็ไม่ได้
ในโอกาสที่ 3 ทีมใหญ่มาเตะ จึงน่ายินดีและต้องขอขอบคุณ"สิงห์"ที่จัดบัตรเข้าชมจำนวนหนึ่งในในเกมสิงห์ออลสตาร์พบแมนยูและเชลซี เพราะใครที่ไปดูเกมที่สนามในวันนั้น จะได้ยินเสียงประกาศว่า ผู้มาเชียร์กันอยู่ในสนามฯหลายหมื่นคนนี้ มีครอบครัวของทหารหาญที่ปฏิบัติหน้าที่ ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ และเด็กพิเศษจากโรงเรียนปัญญาวุฒิกรมาร่วมเชียร์ฟุตบอลอยู่ด้วย



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 2 ส.ค. 13, 10:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เสียงตบมือ"ต้อนรับ"พวกเขาจึงกระหึ่มไม่แพ้เสียงปรบมือให้นักเต "โอกาส"ที่เด็กๆพวกนี้ได้รับจึงไม่ง่ายเหมือนคนกลุ่มหนึ่งที่มีเงินซื้อบัตร "ฟุตบอล"จบไปแล้ว 3 ทีมใหญ่เดินทางออกจากเมืองไทยไปยังจุดหมายอื่นก่อนจะ"กลับบ้าน"เพื่อลงสนามในศึกพรีเมียร์ลีก แต่สำหรับเด็กๆเหล่านี้ ผมเชื่อว่า"ความทรงจำ"ที่พวกเขาได้รับ"โอกาส"จากผู้ใหญ่ใจดี ไม่เลือนไปง่ายๆ
ส่วนผม ทั้งขอ"ชม"และ"เชียร์"ให้สิงห์ทำแบบนี้ต่อไปนะครับ

---


ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ตที่ร่วมกันเผยแพร่ชื่อเสียง"ประเทศไทย"



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  แมนยู เชลซี ลิเวอร์พูล manu liverpool chelsea 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม