หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: น้ำท่วม ปราจีนบุรี 56 คลิปเปิดเผยสาเหตุ  (อ่าน 1303 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 26 ก.ย. 13, 16:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

น้ำท่วม ปราจีนบุรี 56 คลิปเปิดเผยสาเหตุ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (25 ก.ย.) ที่สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย กลุ่มนักวิชาการ และภาคสังคมร่วมเสวนาเรื่องความไม่เหมาะสมของโครงการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล รวมทั้งการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ โดยมีนักวิชาการและภาคสังคมมาร่วมเสนอความคิดเห็นอย่างคึกคัก

ขณะเดียวในโลกออนไลน์ก็ได้มีการแชร์คลิปวิดิโอจากงานเสวนาดังกล่าว ซึ่งเป็นคลิปของคุณดาริน คล่องอักขระ ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ Thai PBS ที่เปิดเผยถึงสาเหตุน้ำท่วมปราจีนบุรีในปี 2556 โดยมีใจความดังนี้

น้ำท่วมที่กบินทร์บุรี ท่วมหนักในรอบ 24 ปี ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น ก็เลยไปดูกับอาจารย์เสรี (รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติ) ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ปลายน้ำคือเมืองปราจีนบุรี กลางน้ำคือเมืองศรีมหาโพธิ์ และต้นน้ำคือที่กบินทร์บุรี ผลปรากฏว่ามีชาวบ้านวิ่งเข้ามาบอกให้อาจารย์เสรีช่วยหน่อยเขาปิดประตูระบายน้ำ เพราะประตูน้ำปิดทั้งหมดตั้งแต่ฝนตกลงมารวมประมาณ 200 มิลลิเมตร ปีที่แล้วตก 400 มิลลิเมตร สถานการณ์ต่างกันมากกับปีนี้

เมื่อเดินดูในทุ่งปรากฏว่าไม่มีน้ำเลยแห้ง ซึ่งข้าวบริเวณนั้นเป็นข้าวขึ้นน้ำหรือว่าข้าวฟางลอย ต้องการน้ำ 3 เมตร ตอนนี้มีน้ำอยู่ 50 เซนติเมตร แก้มลิงไม่มีน้ำเลยก็เพราะว่าปิดประตูน้ำหมด ก็ถามว่าทำไมถึงปิดประตูน้ำ น้ำก็เลยอั้นอยู่กบินทร์บุรี และบีบให้น้ำอยู่ในแม่น้ำเท่านั้น

ตอนนี้น้ำที่เมืองปราจีนบุรีก็ปริ่มจะล้นตลิ่งอยู่แล้ว พอบีบน้ำไปมาน้ำก็เลยแตกที่ศรีมหาโพธิ์ เข้าตัวเมืองท่วมตอนนี้กำลังหนักที่สุด พอคุณปลอดประสพมา ลองให้เปิดประตูสัก 30 เซนติเมตร ทำไมต้องลอง ท่านไม่ทราบหรือว่าพอเปิด 30 เซนติเมตรแล้วน้ำจะเข้าทุ่งที่ระดับเท่าไหร่ จะท่วมที่ระดับเท่าไหร่ ถามว่ากรมชลประทานไม่มีข้อมูลหรือ เชื่อว่ามี ทำไมต้องลอง แล้ววันนี้ก็ลองใหม่ ลองเปิดประตูอื่นอีก 30 เซนติเมตร เพราะชาวบ้านม็อบ และชาวบ้านทนไม่ไหว

จึงตั้งคำถามว่า แบบนี้จะเหมือนกับแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ตอนนี้เรามีการต่อท่อแล้ว ตั้งคันหมดเลย และถึงเวลาก็ไม่เปิดประตูน้ำ แล้วก็จะทำให้แตกตรงนั้นตรงนี้รึเปล่า แล้วถ้าเขาจะถามในเวทีรับฟังที่ปราจีนบุรี แล้วจะตอบเขาอย่างไร ถ้าถามว่าที่ท่วมเพราะการบริหารจัดการ หรือว่าธรรมชาติกันแน่ ทำไมน้ำฝนปีที่แล้วมากกว่า 1 เท่าตัว ยังท่วมน้อยกว่านี้ เป็นสิ่งที่ชาวบ้านกำลังตั้งคำถาม

"ดิฉันเห็นแล้วว่าความขัดแย้งเกิดขึ้นแน่ๆ อย่างที่รับฟังชาวบ้านปราจีนบุรีมา ชาวบ้านบอกว่าต้นน้ำที่กบินทร์หากเปิดประตูน้ำ ถามว่าข้างล่างไม่อยากให้น้ำไปหรือเปล่า ไม่ใช่เลย ชาวนาบอกเปิดมาเลยเพราะฉันข้าวฟางลอย เอามาหน่อยเถอะ ทำไมไม่เปิด กลายเป็นว่า ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ อยากได้น้ำแต่เปิดไม่ได้ มีข้อมูลในทางลับจากเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน อาจเป็นเพราะเกรงว่า เป็นการกระทำโดยพละการ ยังไม่ได้รับคำสั่ง ถูกฟ้องขึ้นมาเมื่อเปิดประตู แล้วน้ำไปท่วมบ้านใคร เขาฟ้องเจ้าหน้าที่ก็รับผิดชอบไม่ไหว ต้องรอผู้ว่าฯ รอ กบอ.สั่ง อ้าวอย่างแล้วนี้หมดนี่ต้องรอ กบอ.สั่งคนเดียวใช่ไหม ถ้าสร้างแล้วเกิดเหตุอย่างนี้แล้วใครรับผิดชอบทำอย่างไรกับชาวบ้านล่ะ" ดาริณ คล่องอักขระ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 26 ก.ย. 13, 16:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

วันนี้ (26 ก.ย.) กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศ “ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 8 ระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมตอนบนของประเทศไทย ส่งผลให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 26-27 กันยายน 2556 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนตกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ปราจีนบุรี นครนายก จันทบุรี และตราด

หลังจากนั้น ในช่วงวันที่ 28-29 กันยายน 2556 ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ทำให้มีฝนตกหนักบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี สระบุรี นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักที่จะเกิดขึ้นไว้ด้วย

อนึ่ง เมื่อเวลา 01.00 น. วันนี้ (26 ก.ย.) หย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้บริเวณด้านตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์ ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 30 กันยายน ถึง 1 ตุลาคม 2556 ซึ่งจะส่งผลให้ด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักได้ในระยะนี้

ด้านสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายหลังมีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ล่าสุด วันนี้ (26 ก.ย.) หลายพื้นที่ยังไม่คลี่คลาย และยังคงมีน้ำท่วมขังสูง เช่น อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอศรีมหาโพธิ์ อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว อำเภอเสนา อําเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ขณะที่หลายพื้นที่สถานการณ์น้ำเริ่มทรงตัว แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ เช่น จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีการคาดการว่าหากไม่มีพายุเข้า หรือฝนตกลงมาในพื้นที่อีกจนถึงวันที่ 2 ตุลาคมนี้ จังหวัดศรีสะเกษ ก็จะเข้าสู่สภาวะปกติ แต่หากไม่เป็นเช่นนั้นก็อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างหนัก

นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้น้ำเหนือ และน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง เริ่มเคลื่อนตัวช้า และมีแนวโน้มเริ่มที่จะทรงตัว ส่วนในวันนี้นั้นมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลางตอนบน จึงส่งผลกระทบให้ภาคกลาง รวมถึง กทม. มีฝนตกเพิ่มในบางพื้นที่ ทั้งนี้ หากปริมาณน้ำของวันนี้ไหลมาสมทบกับมวลน้ำที่มีอยู่จะต้องมีการเพิ่มการระบายมากขี้น จากเดิมที่เร่งระบายอยู่ที่ 2,200 ลบ.ม./วินาที ซึ่งภาพรวมของสถานการณ์ขณะนี้ ถือว่ายังปกติ ทางกรมชลประทานเองยังสามารถบริหารจัดการได้

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปริมาณน้ำท่วมส่วนใหญ่ในขณะนี้เป็นพื้นที่ริมตลิ่งที่มีปัญหาน้ำท่วมอยู่ทุกปี ซึ่งไม่ได้มีแนวโน้มที่น่ากลัว หากยังไม่มีสัญญาณว่าจะมีพายุผ่านเข้ามาอย่างฉับพลัน ประเทศไทยนั้นจะสามารถผ่านฤดูฝนไปได้ และไม่ประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างแน่นอน



มีแนวโน้มว่าปีนี้ น้ำจะท่วมอีก เพราะไม่พยายามป้องกัน....เพื่อหวังผลให้มีการสร้างเขื่อน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 26 ก.ย. 13, 16:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปีนี้น้ำท่วมแน่? ฝันร้ายที่ตามหลอนชาวกรุง




สืบเนื่องจากความเคลื่อนไหวคัดค้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ที่เป็นประเด็นร้อนในวงสังคม นำมาสู่วาทกรรม “ป่าสร้างได้สัตว์ป่าสร้างได้ แต่ถ้าน้ำท่วมไม่มีคนไทยประเทศก็อยู่ไม่ได้” กลายเป็นเงื่อนไขที่หลายคนหวั่นใจว่า ปีนี้กรุงเทพฯ น้ำจะท่วมหรือไม่?

จากข่าวภัยพิบัติน้ำท่วมในหลายจังหวัดไล่ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคอีสานจนถึงภาคกลาง โดยมีรายงานจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยว่า มีพื้นที่ประสบอุทกภัยรวมทั้งสิ้นแล้วกว่า 23 จังหวัด 136 อำเภอ 709 ตำบล 5,470 หมู่บ้าน โดยมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 422,518 ครัวเรือนหรือ 1,526,152 คน

นอกจากนี้ ศูนย์ข้อมูลช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม(Thaiflood) ยังรายงานด้วยว่า ภาคเหนือเริ่มได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้วโดยมีหลายจังหวัดอยู่ในสถานการณ์เตือนภัย แต่ยังไม่รุนแรงมากนัก

ล่าสุดทางกรุงเทพมหานครก็ได้มีการเตรียมกระสอบทราย 5 ล้านใบเพื่อป้องกัน 20 ชุมชนเสี่ยง จากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สูงขึ้นโดยมีสาเหตุมาจากปริมาณน้ำฝน และการระบายน้ำของกรมชลประทาน

นโยบายบริหารจัดการน้ำที่กินงบประมาณไป 3.5 แสนล้านบาทซึ่งผ่านฉลุยจากภัยพิบัติเมื่อครั้งก่อน มาถึงปีนี้น้ำท่วมจะกลับมาสร้างเงื่อนไขทางเมืองอีกครั้งหรือไม่?

ปีนี้น้ำจะท่วมหรือไม่?

หลังจากเหตุมหาอุทกภัยเมื่อปี 2554 สร้างความเสียหายให้แก่หลายชีวิต มาถึงปีนี้กับข่าวน้ำท่วมในหลายพื้นที่ส่งผลให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามกันว่า ปีนี้น้ำจะท่วมอีกหรือไม่?

ศาตราจารย์ ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล หัวหน้าหน่วยศึกษาพิบัติภัยและข้อมูลสารสนเทศเชิงพื้นที่ ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดในหลายพื้นที่ตอนนี้ว่าเป็นผลมาจากพายุดีเปรสชันที่เข้าเวียดนามตอนกลางที่พึ่งสลายกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ

“มันก็ปกติ...ตอนนี้ที่ฝนตกมันได้รับอิทธิพลมาจากร่องมรสุมพาดผ่านหลายวันซึ่งยังไม่รู้มันจะพาดผ่านอีกนานขนาดไหน แต่เท่าที่ดู 2-3วันนี้มันพาดอยู่ภาคเหนือกับภาคอีสานแล้วระยะต่อไปมันคงลงมาต่ำหน่อย”

ดังนั้น เหตุน้ำท่วมที่เกิดขึ้นจึงมาจากฝนตกเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีบางพื้นที่ที่น้ำท่วมเพราะไม่ได้เปิดประตูน้ำ อย่างไรก็ตาม เขาเผยว่า ปริมาณน้ำปีนี้ถือว่าไม่เยอะมากนัก และคงไม่มีทางท่วมในลักษณะน้ำเหนือไหลมาเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในปี 2554 อย่างแน่นอน

แต่อาจมีการท่วมในลักษณะพายุฝน โดยอธิบายว่า จะมีลักษณะการท่วมแบบเป็นจุดๆ เฉพาะที่ฝนตกหนัก และท่วมไม่นานมากนัก

“ตอนนี้มีกรณีเดียวที่เรากำลังจับตาอยู่คือในช่วงเดือนตุลาคมถ้าเราไม่เจอพายุเต็มๆ เข้ามา เราจะท่วมแบบฝนตกระบายน้ำไม่ทันเท่านั้น แต่ถ้าพายุเข้าเราก็จะท่วมหนักหน่อย”

ทั้งนี้ เขาเผยว่าไม่สามารถระบุจุดที่จะท่วมได้เพราะจุดที่ท่วมจะอยู่ตรงที่ฝนตกหนักซึ่งอาจจะเกิดจากร่องมรสุมที่พาดผ่าน โดยตอนนี้มีร่องมรสุมอยู่ที่ภาคเหนือซึ่งมีแนวโน้มที่กำลังจะขยับลง หากมีพายุเฉียดเข้ามาในเดือนหน้าซึ่งมีโอกาสสูง กรุงเทพฯ ก็คงต้องลุ้นกันอีกทีเมื่อถึงช่วงเวลานั้น

เขาย้ำอีกครั้งว่า น้ำเหนือที่อยู่ในเขื่อนตอนนี้มีปริมาณไม่เยอะมาก ยิ่งเมื่อเทียบกับปี 54 แล้วถือว่าน้อย ด้วยเพราะฝนที่ตกส่วนใหญ่แล้วตกใต้เขื่อน เขาเผยว่า เหตุที่น้ำไม่ท่วมนั้นก็เพราะปริมาณฝนที่ตกน้อยอยู่แล้ว ไม่ใช่ผลงานจากโครงการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลแต่อย่างใด

“ตัวฝนเองมันน้อยอยู่แล้ว ปีนี้มันคล้ายๆ กับปีที่แล้ว น้อยกว่าปีที่แล้วอีก” เขาเสริมว่า บางพื้นที่อาจได้รับผลจากโครงการของรัฐบาลที่มีการสร้างคันกั้นน้ำโดยเฉพาะริมแม่น้ำ “แต่ในระยะยาวไม่รู้ว่าจะป้องกันได้หรือไม่ เพราะเท่าที่เราติดตามโมเดลของโครงการ ถ้าฝนตกเท่ากับหรือมากกว่าปี 54 โครงสร้างต่างๆ ที่รัฐบาลทำไว้อาจจะไม่ได้ผลและบางพื้นที่อาจมีน้ำท่วมหนักกว่าเดิม”

ในขณะที่มาตรการในการป้องกันน้ำท่วมในกรุงเทพฯ เขาเผยว่า คันกั้นน้ำยังคงระดับเท่าเดิม เมื่อคันกั้นน้ำที่ทางภาคเหนือมีการสร้างไว้สูงอาจส่งผลให้ต่อไปกรุงเทพฯ ต้องรับน้ำมากขึ้น แต่ต่อให้ไม่มีน้ำเหนือมา ลำพังเพียงฝนตกหรือพายุเข้ากรุงเทพฯ ก็ไม่สามารถระบายน้ำได้ทันอยู่แล้ว

“ตอนนี้กรุงเทพฯ มีศักยภาพในการระบายน้ำเพียงระดับน้ำ 60 มิลลิเมตรเท่านั้น ถ้าเกินก็ท่วม แต่จะท่วมไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถระบายออกได้”

ในส่วนของกรุงเทพฯ เขาเห็นว่ามีความพยายามที่จะจัดการน้ำโดยการสร้างอุโมงค์ยักษ์เพิ่ม และทำให้ริมแม่น้ำเจ้าพระยามีความสูงเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังคงไม่ได้รับเงินจากรัฐบาลเท่าที่ควร

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 26 ก.ย. 13, 16:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขณะที่การสร้างเขื่อนที่เป็นประเด็นร้อนอยู่ในสังคม เขาเผยว่า มีหลายเขื่อนที่อยู่ในแผนสร้างเขื่อน 21 โซนที่ผลักดันกันมาตั้งแต่น้ำท่วมปีที่แล้ว

“เท่าที่ดูเป็นเขื่อนขนาดเล็กทั้งนั้น หลายเขื่อนก็เป็นโครงการเก่าของกรมชลประทาน ออกแบบไว้สำหรับการชลประทานไม่ได้มีส่วนไหนที่ออกแบบไว้สำหรับการป้องกันน้ำท่วม”

ทั้งนี้ โครงการสร้างเขื่อนทั้งหมดนั้นได้ผ่านการตัดสินใจมาแล้ว มีงบประมาณจากนโยบายบริหารจัดการน้ำรออยู่แล้ว

“เรื่องการทำก็คงตัดสินใจทำไปแล้ว ถ้าการประเมินด้านสิ่งแวดล้อม (EHIA) ผ่าน ประชาพิจารณ์ผ่าน เขาก็เดินหน้าทำเพราะกู้เงินมาพร้อมแล้วด้วย เว้นแต่ประชาชนจะออกมาคัดค้าน ไม่ยอมให้เวนคืนการส่งมอบที่ดิน รัฐก็ทำไม่ได้”

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแม้จะถือว่าเป็นปกติ แต่ก็ยังคงต้องลุ้นกันต่อไปว่าในเดือนหน้านี้สภาพอากาศจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด

“ถ้าหนักมันก็ไม่เหมือนปี 54 แน่นอน มันจะท่วมเป็นจุดๆ เฉพาะจุดที่ตกเยอะและจะท่วมไม่เกินอาทิตย์หนึ่งหรือ 4 - 5 วัน ยกเว้นที่ลุ่มต่ำอย่างอยุธยาซึ่งท่วมทุกปีอยู่แล้วเพราะเป็นพื้นที่แก้มลิง”

ข้อสงสัย...กลเกมสร้างเขื่อน?

น้ำท่วมช่วงนี้ของปีอาจถือเป็นเรื่องปกติในหลายพื้นที่ ทว่าหลังจากเหตุอุทกภัยเมื่อปี 2554 ที่ยังคงเป็นภาพฝันร้ายที่ติดตาและตามหลอกหลอนหลายๆ คน ซึ่งส่งผลให้นโยบายต่างๆ ของภาครัฐสามารถผลัดดันได้จากการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส น้ำท่วมจึงกลายเป็นทฤษฎีสมคบคิดที่หลายคนมองว่า เกิดจากความจงใจของรัฐบาลเพื่อสร้างเงื่อนไขนำไปสู่การผลักดันนโยบายต่างๆ

ผศ.ดร.ทวี สุรฤทธิกุล อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มองว่า การปล่อยให้น้ำท่วมนั้นจะส่งผลเสียอย่างใหญ่หลวงให้แก่รัฐบาลมากกว่า อาจถึงขั้นล้มจนไม่สามารถบริหารงานต่อไปได้ ดังนั้นเกมการเมืองในลักษณะที่ปล่อยให้เกิดน้ำท่วมเพื่อหวังผลให้โครงการเขื่อนสามารถเดินหน้าต่อไปนั้น คงจะไม่เป็นความจริง

“ผมไม่ได้มองว่าเกมการเมืองไทยมีอะไรที่สลับซับซ้อนนัก” เขาเผยถึงกรณีที่หลายคนนำกรณีน้ำท่วม และการเคลื่อนไหวต่อต้านเขื่อนแม่วงก์มาเชื่อมโยงเป็นแผนการ “การเมืองไทยเขาออกจะเล่นกันตรงๆ มากกว่า ดังนั้นผมว่าเรื่องนี้เป็นไปได้ยาก”

ทั้งนี้ เมื่อประกอบกับความจริงอันที่เป็นที่รับรู้กันว่า เขื่อนไม่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ก็ยิ่งทำให้กลเกมดังกล่าวเป็นเรื่องไร้สาระเข้าไปทุกที ความหวาดหวั่นของภัยพิบัติจึงมาจากการรายงานข่าวของสื่อ พร้อมทั้งภาพจำในหัวของประชาชนที่ลึกๆ แล้วก็ยังคงมีความหวาดกลัวแอบซ่อนอยู่

“สื่อออนไลน์ก็เล่นกันแรงนะ แล้วจริงๆสื่อเก่าก็ยังเล่นหนักเลย คือทำให้ดูน่ากลัวมาโดยตลอด”

หากมองในมุมของนักรัฐศาสตร์ผลเสียจากข่าวหรือภัยน้ำท่วมที่จะเกิดนั้นตกอยู่กับฝั่งรัฐบาลมากกว่า เพราะหากเกิดจริง เขาเห็นว่ารัฐบาลมีสิทธิ์พังลงได้ง่ายๆ

“เพราะว่านอกจากคุณมีบทเรียนแล้ว คุณก็มีเงินด้วย 3 แสนล้านบาท ผมว่าเขามีกลไกเครื่องมือมากมาย กระทรวงทบวงกรมท้องถิ่นด้วย ถ้าป้องกันไม่ได้รับรองรัฐบาลอยู่ไม่ได้แน่นอน”

ที่ผ่านมากับกระแสข่าวต่างๆ รัฐบาลยังมีท่าทีเป็นฝ่ายรับ ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามอย่างฝ่ายค้านดูจะมีท่าทีที่ดูแข็งกร้าวและเล่นการเมืองทั้งในและนอกสภา

“ตอนนี้ทุกคนก็ประกวดแข่งขันกันเรื่องต่อสู้กับน้ำ แต่ถ้าฟังโทน คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะก็จะออกมาในโทนน่ากลัว แต่มันเป็นเรื่องของการสร้างกระแส ดังนั้นที่น่ากลัวจะมาจากฝ่ายต่อต้านรัฐบาลมากกว่า ขณะที่รัฐบาลเองก็กลัวจนตัวสั่น แต่ก็ต้องใช้ความสงบสยบเคลื่อนไหว ต้องเบาลง ทำงานให้หนัก ผมก็ไม่ชอบรัฐบาล แต่ก็ไม่ชอบอาการกลัวเกินเหตุของฝ่ายค้านเหมือนกัน”

ในส่วนของกระแสข่าวที่ถูกนำไปเชื่อมโยงกับเรื่องเขื่อนนั้น เขาเห็นว่าต้องแยกจากกัน

“นายกฯ ก็บอกต้านมากก็ไม่สร้างแล้ว ตอนนี้ท่าทีรัฐบาลคือตั้งรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเดียว ขณะที่ข่าวน้ำท่วมก็ต้องแยกจากกัน มันเป็นเรื่องของสภาวะภูมิอากาศในแต่ละปีมากกว่า”

มีนายกฯที่เอะอะก็พล่าม... ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ

มีรองนายกฯที่ชอบกินตามน้ำ

มีรัฐมนตรีที่กลัวน้ำลดตอผุด

มี ส.ส. ที่พูดมากเป็นน้ำท่วมทุ่ง

แล้วชาวบ้านชาวกรุงจะไม่นอนสะดุ้งเรื่องน้องน้ำได้อย่างไร ?


ที่มา: ขอขอบคุณASTV

เครดิต โพสจัง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 26 ก.ย. 13, 18:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รองปลัด กทม. ยันสถานการณ์น้ำยังไม่น่าห่วง แต่ยอมรับหากน้ำเจ้าพระยาสูงมาก อาจมีการปล่อยน้ำเข้าพื้นที่ชั้นในบ้าง ขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับน้ำของพื้นที่ด้วย

วันที่ 26 กันยายน 2556 เวลา 11.00 น. นายสัญญา ชีนิมิตร รองปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่กทม. ว่า ในวันที่ 25 กันยายน ที่ผ่านมา มีฝนตกลงมาเพียง 19-20 มม. เท่านั้น จึงทำให้ไม่มีน้ำท่วมขังบนพื้นผิวจราจร และไม่มีผลกระทบกับการจราจร ส่วนปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ที่ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งถือว่ายังไม่น่ากังวลมากนัก

แต่ทั้งนี้ ทาง กทม. ก็ได้มีการประสานและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดแล้ว โดยดูแลในเรื่องการระบายน้ำ ที่จะปล่อยผ่าน กทม. ซึ่งหากมีระดับน้ำสูงมาก ก็อาจจะปล่อยเข้าสู่พื้นที่ชั้นในบ้าง โดยต้องดูขีดความสามารถของพื้นที่ว่ารับน้ำได้มากน้อยเพียงใด

สำหรับ 27 ชุมชน 13 เขต ที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ ขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ โดย 27 ชุมชนนอกคันกั้นน้ำดังกล่าว มีดังนี้

1. เขตบางซื่อ มี 2 ชุมชน คือ

ชุมชนพระราม 6 (ฝั่งติดแม่น้ำ)

ชุมชนปากคลองบางเขนใหม่

2. เขตดุสิต มี 5 ชุมชน คือ

ชุมชนเขียวไข่กา (ถนนเขียวไข่กาช่วงปลาย)

ชุมชนราชผาทับทิมร่วมใจ (เชิงสะพานกรุงธน)

ชุมชนซอยสีคาม (ซอยสามเสน 19 ช่วงปลาย)

ชุมชนปลายซอยมิตรคาม (ซอยสามเสน 13 ช่วงปลาย)

ชุมชนวัดเทวราชกุญชรฯ (ถนนศรีอยุธยาช่วงปลาย)

3. เขตพระนคร มี 3 ชุมชน คือ

ชุมชนท่าวัง

ชุมชนท่าช้าง

ชุมชนท่าเตียน

4. เขตสัมพันธวงศ์ มี 2 ชุมชน คือ

ชุมชนวัดปทุมคงคา (ท่าน้ำสวัสดี)

ชุมชนตลาดน้อย

5. เขตบางคอแหลม มี 4 ชุมชน คือ

ชุมชนวัดบางโคล่นอก

ชุมชนหน้าวัดอินทร์บรรจง

ชุมชนซอยมาตานุสรณ์

ชุมชนหลังโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์

6. เขตยานนาวามี 1 ชุมชน คือ

ชุมชนโรงสี (ถนนพระราม 3)

7. เขตคลองเตย มี 1 ชุมชน คือ

ชุมชนสวนไทรริมคลองพระโขนง

8. เขตบางพลัด มี 1 ชุมชน คือ

ชุมชนวัดฉัตรแก้ว

9. เขตบางกอกน้อย มี 4 ชุมชน คือ

ชุมชนสันติชนสงเคราะห์

ชุมชนปากคลองน้ำตาล-คลองพิณพาทย์

ชุมชนตรอกวังหลัง

ชุมชนดุสิต-นิมิตใหม่

10. เขตธนบุรี มี 1 ชุมชน คือ

ชุมชนปากคลองบางกอกใหญ่

11. เขตคลองสาน มี 1 ชุมชน คือ

ชุมชนเจริญนครซอย 29/2

12. เขตราษฎร์บูรณะ มี 1 ชุมชน คือ

ชุมชนดาวคะนอง

13. เขตทวีวัฒนา มี 1 ชุมชน คือ

ชุมชนวัดปุรณาวาส

เครดิต กระปุ๊ดอทคอม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 26 ก.ย. 13, 18:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นายก อบจ.อยุธยา ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน เขต อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ขณะชาวบ้านใน ต.บางหัก กลัวน้ำเปลี่ยนทิศ พุ่งกระทบตัวบ้านจนพังถล่ม

วันนี้ (26 กันยายน 2556) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่ผ่านมา นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พระนครศรีอยุธยา พร้อมคณะ ลงพื้นที่ หมู่ 8 ต.บางหัก อ.บางบาล เพื่อให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เนื่องจากแม่น้ำน้อยไหลเข้าคลองบางหลวงเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน เป็นเหตุให้สวนกล้วยหอมซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจในพื้นที่ได้รับความเสียหาย

นอกจากนี้ ในพื้นที่บางจุดยังมีระดับน้ำท่วมสูงถึง 2 เมตร ขณะที่ชาวบ้านต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า กลัวบ้านพัง เพราะในจุดดังกล่าวน้ำจะไหลแบบเลี้ยวโค้งหักศอก ดังนั้นมีโอกาสที่น้ำจะพุ่งกระทบตัวบ้านอย่างรุนแรง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 27 ก.ย. 13, 07:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา 'ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย' ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 26 กันยายน 2556

บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมตอนบนของประเทศไทย ทำให้ในช่วงวันที่ 26-27 กันยายน 2556 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลังจากนั้น ในช่วงวันที่ 28-29 กันยายน 2556 ร่องมรสุมนี้จะเลื่อนลงมาผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบน จะมีฝนตกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณ จ.ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ เลย ชัยภูมิ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี ปราจีนบุรี นครนายก จันทบุรี และตราด จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย

อนึ่ง เมื่อเวลา 19.00 น. วันนี้ (26 ก.ย.) พายุดีเปรสชัน ที่ทวีกำลังแรงขึ้นจากหย่อมความกดอากาศต่ำ ในทะเลจีนใต้ ยังคงมีศูนย์กลางอยู่บริเวณด้านตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์ คาดว่า พายุนี้จะมีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนในระยะต่อไป และมีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ในช่วงวันที่ 30 ก.ย. - 1 ต.ค. 2556 ซึ่งจะส่งผลกระทบให้ด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีฝนตกหนักได้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เฮโลฯ..
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 27 ก.ย. 13, 08:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ที่กำแพงเพชร ท้องฟ้าครึ้มมาก ฝนอาจจะปรอยๆทั้งวัน คืนนี้ มีหวังได้นอนฟังเสียงฝนตกแน่ๆ..
น้ำในทุ่ง ไม่ได้มากอย่างที่เป็นข่าวนะครับ..ข่าวทีวีกำลังขายข่าวน้ำท่วมครับ..
ตีข่าวน้ำท่วมจนน่ากลัวไปแล้วครับ..
เท่าที่ผมตระเวณตรวจดูตามจุดเสี่ยงต่างๆ..พบว่า ยังใว้ใจได้อยู่ครับ..
แต่หากฝนตกใต้เขื่อนลงมา ติดต่ิกันสาม-สี่วัน..เหตุการณ์จึงอาจจะเปลี่ยน..
กรุงเทพฯ ไม่ต้องกังวลนะครับ..
เมืองที่น้ำจะต้องไหลไปร่วมกัน อ่างทอง อยุธยา สิงห์บุรี จังหวัดเหล่านี้..เป็นเมืองที่น้ำต้องไปรวมตัวกันก่อน แล้วพาเหรดลงทะเล..

สูบน้ำออกเพื่อแก้หน้า แต่ไปรู้ประสาอะไรเลย..เปลืองน้ำมัน เสียแรงเปล่าๆ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 27 ก.ย. 13, 10:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ที่กทม.วันนี้เพิ่งจะเห็นแสงแดดครับ เช้าท้องฟ้าเคลิ้มตลอดมีเมฆมากครับ คุณเฮโลได้มารายงานแต่เช้าว่าฟ้ามืดครึ้มมากฝนคงจะตกทั้งวัน ชนบทตอนนี้น่าเห็นใจครับที่เจอน้ำท่วมครับ..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 27 ก.ย. 13, 20:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรี รายงานเมื่อวันที่ 26 กันยายน ว่า จากที่น้ำท่วม จ.ปราจีนบุรีใน อ.กบินทร์บุรี อ.ศรีมหาโพธิ อ.นาดี .เมืองปราจีนบุรี และ อ.ประจันตคาม ล่าสุดอำเภอศรีมหาโพธิที่รองรับน้ำไหลจาก อ.กบินทร์บุรี ในแม่น้ำปราจีนบุรี หมู่บ้าน,วัด,โรงเรียน ที่ติดริมแม่น้ำ ใน ต.บ้านทาม ต.ท่าตูม ถูกน้ำเอ่อท่วมทั้งหมด สูงมากกว่า 1เมตร

โดยฝั่งใกล้นิคมอุตสาหกรรม 304 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ ส่อวิกฤติหนัก ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย.56 เมื่อน้ำจากคลองชะลองแวง ที่ไหลลงแม่น้ำปราจีนบุรีรับปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักผสมกับน้ำในลำคลองที่เต็มลำคลองอยู่แล้ว และรับน้ำที่ไหลมาจากอ่างเก็บน้ำคลองระบม อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา พื้นที่รอยต่อ พบมีน้ำทะลักเข้าท่วมโรงงาน ไดเซล โรงงานผลิตตัวจุดระเบิดถุงลมนิรภัย หมู่ 4 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ ซึ่งอยู่ติดกับลำคลองส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมเส้นทางเข้าโรงงาน จนระดับน้ำสูงกว่า 40 ซ.ม. พนักงานโรงงานต้องช่วยกันขนย้ายสิ่งของอุปกรณ์ที่ผลิตแล้วเก็บไว้ในพื้นที่ที่ปลอดภัย โดยไม่ยอมให้อาสาสมัครกู้ภัยและผู้สื่อข่าว ที่จะเข้าไปช่วยเข้าไปภายใน

จากการตรวจสอบพบว่า พนักงานทางบริษัท ได้นำเครื่องสูบน้ำ จำนวน 3 ตัวเร่งสูบน้ำออกจากบริเวณดังกล่าว พร้อมกับรถแบ็คโฮได้นำดินกั้นเป็นคันกันไว้ ซึ่งสังเกตุพบว่าระดับน้ำในคลองชะลองแวงมีระดับสูงกว่าด้านในถึง 20-30 เซนติเมตร

ขณะที่ใกล้กัน ยังพบโรงงานเก็บถ่านหินเพื่อใช้ในโรงไฟฟ้า ของ บริษัท NPS ในเครือ บริษัท304 อินดัสเตรียล จำกัด ซึ่งหากไม่สามารถควบคุมปริมาณน้ำไม่ให้ไหลเข้าท่วมได้ก็จะส่งผลให้เกิดความเสียหายเนื่องจากถ่านหินที่ละลายน้ำไหลลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรี นอกจากจะส่งผลกระทบต่อชาวบ้านแล้วยังส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำและสภาพสิ่งแวดล้อมในจังหวัดปราจีนบุรี และตลอดลำน้ำ

อย่างไรก็ตาม ทางโรงงานสามารถดูดน้ำกลับออกไปและทำคันดินกั้นน้ำป้องกันได้แล้วทั้งหมดแล้วและ ถนนสาย 3075 อ.ศรีหาโพธิเข้าสู่ย่านนิคมอุตสาหกรรมที่หมู่ 1 ต.ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมหาโพธิ น้ำท่วม15-20ซม.รวมกว่า 2กม. และในวันที่ 27 กันยายน นายณัฐพล รัฐสมบลูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมจะมาตรวจเยี่ยมโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมที่เกรงผลกระทบน้ำท่วมด้วย

ขอบคุณภาพจาก Twitter @Pacharapapon



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 28 ก.ย. 13, 01:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เขื่อนป่าสักเกือบเต็ม! ผู้ว่าฯ กรุงเก่าเตือนรับมือน้ำท่วมใหญ่ เร่งระบายน้ำท้ายเขื่อนพระรามหก



เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 27 กันยายน นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สั่งการด่วนให้อำเภอที่อยู่ริมน้ำป่าสัก ได้แก่อำเภอท่าเรือ อำเภอนครหลวง และอำเภอพระนครศรีอยุธยา แจ้งเตือนประชาชน หลังจากมีความชัดเจนว่าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีระดับน้ำในเขื่อนมากกว่า 93% และยังมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่เหนือเขื่อน ซึ่งจะต้องมีการเพิ่มการปล่อยระบายน้ำ ลงท้ายเขื่อนมาตามแม่น้ำป่าสัก และไหลมาถึงเขื่อนพระรามหก ที่อำเภอท่าเรือ จนต้องเร่งปล่อยน้ำท้ายเขื่อนพระรามหก เพิ่มขึ้นไปอีก ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำล้นตลิ่งได้

ส่วนในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย พบว่าระดับน้ำยังท่วมสูง โดยกรมชลประทาน จะได้ผันน้ำเข้าทุ่งนา ที่ชาวบ้านเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังไปหมดแล้ว ในหลายทุ่งนาที่กำหนดเป็นพื้นที่แก้มลิง เขตอำเภอบางบาล อำเภอเสนา และอำเภอผักไห่



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 28 ก.ย. 13, 09:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เขื่อนป่าสักระดับน้ำ 93% แล้ว จ่อระบายน้ำเพิ่ม เตือนชาวบ้านท้ายเขื่อน อ.ท่าเรือ อ.นครหลวง และ อ.พระนครศรีอยุธยา ให้เฝ้าติดตามสถานการณ์ และเก็บข้าวของ ไว้ในที่สูง รับมือน้ำท่วม

วานนี้ (27 กันยายน 2556) นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในอำเภอริมน้ำป่าสัก ได้แก่ อ.ท่าเรือ อ.นครหลวง และ อ.พระนครศรีอยุธยา ให้เฝ้าติดตามสถานการณ์ และเก็บข้าวของไว้ในที่สูง หลังจากที่ได้รับรายงานแจ้งว่า ระดับน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีมากกว่า 93% อีกทั้งยังคงมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่เหนือเขื่อน

ทั้งนี้ นายวิทยา กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจำเป็นให้ต้องมีการเพิ่มการระบายน้ำลงท้ายเขื่อนตามแม่น้ำป่าสักและไหลมาถึงเขื่อนพระราม 6 ที่ อ.ท่าเรือ ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำล้นตลิ่งได้

ขณะที่ บริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย พบว่าระดับน้ำยังท่วมสูง โดยกรมชลประทานได้ผันน้ำเข้าทุ่งนา ซึ่งชาวบ้านในเขต อ.บางบาล อ.เสนา และ อ.ผักไห่ ที่เก็บเกี่ยวข้างนาปรังหมดแล้ว ก็จะใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นแก้มลิง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 28 ก.ย. 13, 09:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อุตุฯ เตือนเหนือล่างอีสานฝนหนัก-กทม. มีฝนตก 70% (ไอเอ็นเอ็น)

กรมอุตุฯ ประกาศเตือน ฉบับที่ 12 ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย ระบุ มรสุมฯ เลื่อนผ่านภาคเหนือตอนล่างและอีสาน ลงสู่ภาคกลาง ส่งผลให้ ไทยตอนบนฝนหนัก 28-29 กันยายนนี้ สำหรับ กทม. และปริมณฑล มีฝนตก ร้อยละ 70 ของพื้นที่

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย" ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 27 กันยายน 2556 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีน ยังคงแผ่ลงมาปกคลุมตอนบนของประเทศไทย ทำให้ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และในช่วงวันที่ 28-29 กันยายน 2556 ร่องมรสุมนี้จะเลื่อนลงมาผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนตกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางแห่ง

โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี ปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายก จันทบุรี และตราด จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย

อนึ่ง เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ (27 กันยายน) พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ ยังคงมีศูนย์กลางอยู่บริเวณ ด้านตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์ คาดว่า พายุนี้จะมีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนในระยะต่อไป และมีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 30 กันยายน ถึง 1 ตุลาคม 2556 ซึ่งจะส่งผลกระทบให้ด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยมีฝนตกหนักได้

ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีเมฆมาก โอกาสมีฝนตก ร้อยละ 70 อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 28 ก.ย. 13, 16:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

(28 ก.ย.) สำนักงานเฝ้าระวังไต้ฝุ่นสหรัฐฯ (JTWC) เกาะติดรายงานการเคลื่อนตัวของพายุโซนร้อน "หวู่ติ๊บ" (WUTIP) บริเวณทะเลจีนใต้ กำลังเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันตก มุ่งหน้าเข้าสู่ชายฝั่งประเทศเวียดนาม โดยที่การคาดการณ์ว่า พายุโซนร้อนหวู่ติ๊บ จะเพิ่มกำลังความรุนแรงขึ้นเป็น พายุไต้ฝุ่น ในวันพรุ่งนี้ (28 ก.ย.) ก่อนจะขึ้นชายฝั่งในวันที่ 30 กันยายนที่จะถึงนี้

ทางด้าน กรมอุตุนิยมวิทยา ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะอากาศว่า พายุโซนร้อนหวู่ติ๊บ มีกำลังความลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 95 กม./ชม. เคลื่อนที่ตามทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 10 กม./ชม. ขณะนี้อยู่ห่างจากเมืองเว้ ประเทศเวียดนาม ไปราวๆ 600 กิโลเมตร คาดว่าพายุลูกนี้จะค่อยๆ เปลี่ยนทิศทางค่อนไปทางเหนือ จะส่งผลกระทบ ทำให้ด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

ขณะที่สถานการณ์ ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออก ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดลพบุรี สระบุรี ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี และตราด จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักที่เกิดขึ้น ในระยะนี้ไว้ด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก JTWC และ กรมอุตุนิยมวิทยา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม