หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 36

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: การรายงานข่าวเหตุการณ์ต่างๆในประเทศและต่างประเทศ โดยคุณจูและคุณดิส  (อ่าน 20876 ครั้ง)
Guest
เอาไทยให้รอดก่อนกัด
เรทกระทู้
« ตอบ #225 เมื่อ: 9 ก.ย. 14, 18:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

q*061 ตอนนี้ไม่ต้องมากระตุ้นอะไรกันทั้งนั้น ที่จะกระตุ้นในเวลานี้นั้นก็คือ จิตสำนึกของคนไทย ที่จะต้องกระตุ้นก่อนเรื่องอื่นใดที่จะให้คิดพิจารณาให้ถ่องแท้ว่าประเทศตัวเองนั้นหนามีศักยภาพสักแค่ไหน ทั่วโลกก็มีแต่ทุกข์ภัย ใครมันจะมีเงินมาซื้อหามากระตุ้นให้ประเทศไทยนั้นเลิศเลอค่ากระนั้นได้ ให้ดูแลประเทศตัวเองให้พ้นภัยพิบัติ แล้วเล่ห์กลน่ะไม่ต้องมางัดเพื่อการแสดงว่าข้านี่เหนือชั้นกว่าใคร ๆ กระนั้นได้ ตอนนี้เอาตัวให้รอดกันเสียก่อนเถิดประเทศไทย ให้พ้นภัยพิบัตินี้ให้ได้ก่อนเถิดหนาแล้วจะได้มีเวลามานั่งงัดข้อกันอีกกระนั้นได้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #226 เมื่อ: 9 ก.ย. 14, 18:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ช่วงหลายเดือนก่อนเราก็เตือนคนเชียงรายและภาคเหนือว่าน่าจะมีเหตุการณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้น สึนามิไม่เกิดแต่เกิดเป็นน้ำที่ไหลมาแทน เห็นพี่น้องที่เกิดน้ำท่วแล้วสงสารยิ่งกว่าเราอีกนั่นบ้านรถทัพย์สินโดนน้ำท่วมเสียหายหมดเลยครับคุณจู เเละเสียหายเป็นวงกว้างครับเปลี่ยนผู้นำใหม่ก็มีน้ำท่วมสักครั้งนึงว่าจะมีฝีมือแก้ปัญหาอย่างไร..มาดูกันครับ...



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #227 เมื่อ: 9 ก.ย. 14, 19:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

น้ำท่วมเกาะลันตาใหญ่ จ.กระบี่ 30 ซม. เฝ้าระวังน้ำป่า

น้ำท่วมเกาะลันตาใหญ่ 30 ซม.-ภาคเกษตรเสียหาย 8.5 แสนไร่ (ไอเอ็นเอ็น)

ฝนตกหนักบนเกาะลันตาใหญ่ จ.กระบี่ น้ำท่วมถนนหลายจุด 20-30 ซม. เฝ้าระวังน้ำป่าหลาก ขณะที่ ปลัด ก.เกษตรฯ เผย น้ำท่วมภาคเกษตรเสียหายแล้ว 853,000 ไร่ สุโขทัย หนักสุด ด้าน ปภ. ระบุ เหลือ 5 จังหวัดยังประสบอุทกภัย

วันที่ 9 กันยายน 2557 นายสุริยันต์ ณรงค์กูล นายอำเภอเกาะลันตา จ.กระบี่ กล่าวว่า ภายหลังจากเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่เกาะลันตาใหญ่ นานกว่า 2 ชั่วโมง ส่งผลให้มีน้ำไหลบ่าลงมาจากพื้นที่เขาในหลายหมู่บ้าน ทำให้น้ำไหลท่วมถนนสูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร และไหลท่วมถนนในหมู่บ้านที่จะลงทะเล ทำให้เกิดการกัดเซาะถนนเสียหายในหลายจุด ซึ่งตนได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปสำรวจความเสียหายแล้ว และคาดว่าจะต้องนำรถแบ็คโฮมาทำการขุดลอกคูระบายน้ำ รวมถึงลำห้วยเพื่อให้น้ำไหลได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

นอกจากนั้น พื้นที่เกาะลันตาใหญ่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทั้ง 2 ตำบล คือ ต.เกาะลันตาใหญ่ และ ต.ศาลาด่าน มีสถานประกอบการ โรงแรม รีสอร์ท ร้านค้าจำนวนมาก อาจได้รับผลกระทบ จึงได้สั่งการให้ผู้เกี่ยวข้องคอยเฝ้าระวังน้ำป่าที่อาจจะเกิดขึ้นอีก เนื่องจากขณะนี้ยังมีฝนตกต่อเนื่อง


เผยน้ำท่วมภาคเกษตรเสียหายแล้ว 853,000 ไร่

นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากปัญหาน้ำท่วม ได้ส่งผลกระทบกับภาคเกษตรแล้ว 853,000 ไร่ ปศุสัตว์ 160,000 ตัว สัตว์น้ำพื้นที่ 390,000 ไร่ ข้าว 58,000 ไร่

โดยจังหวัดที่มีความเสียหายมากที่สุด ได้แก่ จังหวัดสุโขทัย นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา และสำหรับมาตรการช่วยเหลือนั้น จะใช้งบกลางในการดำเนินการ ซึ่งจะเริ่มสำรวจหลังจากที่น้ำลดลง ภายใน 30 วัน ตามเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง

อย่างไรก็ตาม หากปริมาณฝนในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม ยังอยู่ในระดับนี้ จะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำในหน้าแล้งได้ โดยปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างอยู่ร้อยละ 34 ซึ่งน้อยกว่าปีที่แล้ว ดังนั้นเกษตรกรอาจจำเป็นต้องวางแผนปลูกพืชและสำรองอาหารสัตว์ไว้ด้วย


ปภ. เผยเหลือ 5 จังหวัดยังประสบอุทกภัย

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า อิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบน ร่องมรสุมกำลังแรง และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ปกคลุมอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2557 จนถึงปัจจุบันเกิดสถานการณ์อุทกภัยใน 29 จังหวัด ประชาชนได้รับผลกระทบ 15,087 ครัวเรือน และยังมีผู้เสียชีวิต 10 ราย มีการคลี่คลายแล้ว 24 จังหวัด ซึ่งขณะนี้ยังมีสถานการณ์อุทกภัยเหลือ 5 จังหวัด คือ สุโขทัย นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก และเชียงราย

ซึ่งทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ร่วมกับหน่วยงานทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลังและทรัพยากรปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมเร่งตรวจสอบและสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ

โดยผู้ประสบภัยสามารถแจ้งเหตุและติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประจำเขต จังหวัด และสาขาได้ หรือที่สายด่วน 1784 ได้ตลอด 24 ชม. เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป

กระปุกดอทคอม



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #228 เมื่อ: 9 ก.ย. 14, 19:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แพทยสภา ชี้ หลวงพ่อพิมพ์ ละสังขารในโลงปิดแน่นถือว่าฆ่าตัวตาย
โพสต์เมื่อ : 9 กันยายน 2557 เวลา 16:14:17



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร

แพทยสภา ชี้ หลวงพ่อพิมพ์ เจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน ประกาศละสังขารในโลงที่ปิดแน่น ในทางการแพทย์ถือว่าเป็นการฆ่าตัวตาย ระบุ คนที่รู้แต่ไม่ช่วย มีความผิดทางอาญา

จากกรณีหลวงพ่อพิมพ์ หรือ พระครูเวฬุวันจันทะรังสี อายุ 65 ปี เจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน หมู่ 4 บ้านท่าเริงรมย์ ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ประกาศละสังขารล่วงหน้า ในวันที่ 9 กันยายน 2557 เวลา 21.00 น. ด้วยการเข้าไปนอนภาวนาภายในโลงที่เตรียมไว้ พร้อมสั่งลูกศิษย์ห้ามรบกวน จนวันที่ 11 กันยายน 2557 เวลาประมาณ 13.00 น. จึงนำร่างมาฌาปนกิจ ทำให้ลูกศิษย์จากทุกสารทิศที่ทราบข่าวการละสังขารของหลวงพ่อพิมพ์ต่างเดินทางมาที่วัดเวฬุวันเป็นจำนวนมาก

ล่าสุด วันนี้ (9 กันยายน 2557) ศ. นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา ได้กล่าวถึงการประกาศละสังขารของหลวงพ่อพิมพ์ ว่า ในทางการแพทย์ การเข้าไปนอนภาวนาในโลงที่มีลักษณะปิดแน่นเช่นนี้ถือว่าเป็นการฆ่าตัวตาย เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าการที่ต้องเข้าไปอยู่ในโลงปิดแน่นที่ไม่มีอากาศ ไม่มีน้ำ และไม่มีอาหารนั้น สุดท้ายแล้วก็ต้องเสียชีวิต แม้ว่าร่างกายจะสามารถขาดน้ำได้ 1-2 วัน หรือขาดอาหารได้เป็นอาทิตย์ แต่หากขาดออกซิเจนเกิน 10 นาทีขึ้นไป ส่งผลให้ไม่มีออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ซึ่งเป็นศูนย์สั่งการร่างกาย ทำให้ศูนย์ควบคุมการหายใจไม่ทำงาน ย่อมทำให้หยุดหายใจและเสียชีวิตในที่สุด

และจากกรณีหลวงพ่อพิมพ์ ประกาศละสังขารด้วยการเข้าไปนอนภาวนาภายในโลงที่เตรียมไว้นั้น ตนไม่สามารถระบุได้ชัดว่า มีเจตนาฆ่าตัวตายหรือไม่ แต่สำหรับบุคคลแวดล้อมที่ทราบดีว่า หลวงพ่อพิมพ์ เข้าไปนอนภาวนาภายในโลงปิดแน่นอย่างไรก็ต้องเสียชีวิตอย่างแน่นอน โดยไม่มีใครคิดช่วยเหลือ ถือว่าบุคคลแวดล้อมที่ทราบเรื่องมีความผิดทางอาญา ตามมาตรา 374 ที่ระบุว่า...

“ผู้ใดเห็นผู้อื่นตกอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิต ซึ่งตนอาจช่วยได้โดยไม่ควรกลัวอันตรายแก่ตนเองหรือผู้อื่น แต่ไม่ช่วยตามความจำเป็น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

กระปุกดอทคอม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #229 เมื่อ: 9 ก.ย. 14, 20:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คืนนี้เวลา 3 ทุ่ม หลวงพ่อจะละสังขาร พรุ่งนี้คงจะมีข่าวเข้ามาครับ...รอดูกันครับ..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #230 เมื่อ: 9 ก.ย. 14, 20:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผอ.พศ. สั่งจับตาหลวงพ่อพิมละสังขาร
9 ก.ย. 57 18.37 น. | เปิดอ่าน 748 | ความคิดเห็น 0 เพิ่มขนาด fontลดขนาด fontพิมพ์หน้านี้
INN News
INN News
สนับสนุนเนื้อหา ผอ.พศ. สั่ง พศ.ชัยภูมิ ดู หลวงพ่อพิม จะละสังขารในคืนนี้ ว่าเข้าข่ายอวดอุตริหรือไม่
ผอ.พศ. สั่งจับตาหลวงพ่อพิมละสังขาร
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com


ผอ.พศ. สั่ง พศ.ชัยภูมิ ดู หลวงพ่อพิม จะละสังขารในคืนนี้ ว่าเข้าข่ายอวดอุตริหรือไม่

นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า สั่งการให้ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ชัยภูมิ หารือกับเจ้าคณะปกครอง ว่า การที่พระสงฆ์ออกมาประกาศละสังขารเข้าข่ายอวดอุตริมนุษยธรรมหรือไม่ มีนัยอะไรแอบแฝง ซึ่งโดยปกติแล้ว หากพระรูปใดจะละสังขารส่วนใหญ่ ก็จะไม่มีการป่าวประกาศ ออกสื่อมวลชนหรือให้คณะลูกศิษย์ได้รับทราบ

อย่างไรก็ตาม คงจะต้องจับตาดูว่า ในคืนนี้เวลา 21.00 น. จะมีเหตุการณ์ตามที่ประกาศหรือไม่ หากไม่มีอะไรเกิดขึ้น คงจะต้องให้เจ้าคณะปกครองดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป


ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #231 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 06:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลวงปู่พิม เกจิวัดดังชัยภูมิ ละสังขารแล้ว
9 ก.ย. 57 21.29 น.




(9 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่วัดป่าเวฬุวัน บ้านท่าเริงรมย์ ต.ทุ่งพระ อ.คอนสา จ.ชัยภูมิ เนื่องจากแน่นไปด้วยลูกศิษย์และชาวบ้านที่เคารพนับถือ หลวงปู่ธนวัฒน์ สิริพิมโพ หรือ หลวงปู่พิม ที่ตกเป็นข่าวฮือฮา หลังประกาศละสังขารในวันนี้ (9 ก.ย.) เวลา 21.00 น. ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของตัวเอง

ตามรายงานระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. หลวงปู่พิม ได้เข้ากุฏิเพื่อทำวัตรเย็น จนกระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น. จึงเริ่มทำสมาธิและนอนภายในโลงที่จัดเตรียมเอาไว้ และไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไปกุฏิอีก จนกว่าจะครบ 3 วัน ซึ่งตรงวันที่ 11 กันยายนนี้ ลูกศิษย์จะเข้าไปนำร่าง หลวงปู่พิม เพื่อไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป ทั้งนี้ หลวงปู่พิม เปิดเผยว่า การละสังขารครั้งนี้ไม่ใช่การฆ่าตัวตาย แต่เป็นการปฏิบัติธรรมและเจริญภาวนา ซึ่งนำไปสู่การละสังขาร

ทางด้านพระลูกวัดป่าเวฬุวัน เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจในการละสังขารครั้งนี้ ขณะนี้หลวงปู่ได้นอนอยู่ในโลงที่กุฏิ และทำการปิดฝาโลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลวงปู่ได้ไปสู่สงบแล้ว ส่วนข้อเท็จจริงหรือข้อครหาใดๆ อยากให้ญาติโยมมาติดตามดูในวันที่ 11 กันยายนที่จะถึงนี้ สำหรับบรรยากาศที่ วัดป่าเวฬุวัน ตลอดทั้งวันเต็มไปด้วยลูกศิษย์และชาวบ้านจากทั่วสารทิศที่ทราบข่าว จำนวนหลายพันคน แต่งกายชุดขาว ร่วมกันสวดมนต์ปฏิบัติธรรมระลึกถึงหลวงปู่พิมที่เคารพนับถือ ส่วนพื้นที่ทางขึ้นไปบริเวณกุฏิหลวงปู่พิม มีการกั้นพื้นที่และติดป้าย "ห้ามเข้า" เอาไว้อย่างชัดเจน (ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าวทีนิวส์)

นางชนากานต์ ศรีสมบัติ บุตรสาวของหลวงปู่พิม ได้เดินทางมาร่วมพิธีประกาศละสังขารครั้งนี้ด้วย โดยเปิดเผยว่า เป็นเวลาที่หลวงพ่อครบกำหนดให้คำมั่นสัญญาต่อพญามัจจุราชแล้ว หลังเคยเสียชีวิตมาแล้วเมื่อ 10 ปีก่อน ในปี 47 กลางถ้ำหลังป่าในวัด หมดลมหายไปนานและเกิดฟื้นขึ้นมาใหม่ ได้บอกกับคนใกล้ชิดมาตลอดว่ าขอเวลากลับมาเกิดใหม่ เพื่อสร้างวัดแห่งนี้ให้เสร็จและขอเร่งความเพียรก่อนที่จะหมดเวลาต้องละสังขารกลับไปไม่เกิน 9 ก.ย. 57

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ได้สั่งการให้ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ชัยภูมิ หารือกับเจ้าคณะปกครองว่า การที่พระสงฆ์ออกมาประกาศละสังขารเข้าข่ายอวดอุตริมนุษยธรรมหรือไม่ มีนัยอะไรแอบแฝง ซึ่งโดยปกติแล้ว หากพระรูปใดจะละสังขารส่วนใหญ่ ก็จะไม่มีการป่าวประกาศ ออกสื่อมวลชนหรือให้คณะลูกศิษย์ได้รับทราบ ซึ่งจะจริงหรือไม่ต้องปล่อยให้เจ้าคณะปกครองดำเนินการตามความเหมาะสม

ขณะที่ ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา ได้เปิดเผยว่า ในทางการแพทย์ถือว่าการเข้าไปนอนภาวนาในโลงที่ปิดแน่นเช่นนี้ถือเป็นการฆ่าตัวตาย เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าเมื่อเข้าไปนอนภาวนาในโลงแล้วไม่มีอากาศ ไม่มีน้ำ ไม่มีอาหาร อย่างไรก็ต้องเสียชีวิต แต่เจตนาของเจ้าอาวาสวัดป่าเวฬุวัน ถือเป็นการฆ่าตัวตาย หรือไม่คงไม่สามารถตอบได้

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่รับรู้ว่าท่านจะเข้าไปนอนภาวนาในโลง รู้ว่าเข้าไปนอนอย่างไรก็ต้องเสียชีวิตแน่ แต่กลับไม่ช่วย ถือว่ามีความผิดทางอาญา คือ มาตรา 374 ที่ระบุว่า ผู้ใดเห็นผู้อื่นตกอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิต ซึ่งตนอาจช่วยได้ โดยไม่ควรกลัวอันตรายแก่ตนเองหรือผู้อื่น แต่ไม่ช่วยตามความจำเป็น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #232 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 07:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เผยเหตุหลวงปู่พิมพ์ละสังขาร ครบกำหนดพญามัจจุราช
10 ก.ย. 57 06.30 น.



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (9 ก.ย.) บรรยากาศการประกาศขอละสังขารของ พระครูเวฬุวันจันทะรังสี หรือ หลวงปู่ธนวัฒน์ สิริพิมโพ หรือ หลวงปู่พิมพ์ อายุ 65 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าเวฬุวัน หมู่ 4 บ้านท่าเริงรมย์ ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ มีญาติโยมจำนวนมากแห่เดินทางมาที่วัด และกางเต็นท์นอนรอจนแน่น เพื่อรอดูให้เห็นกับตา วันนัดเปิดดูโลงการละสังขารใน 11 ก.ย. 57 โดยโลงไม้ที่หลวงปู่พิมพ์จะเข้าไปนอนเพื่อละสังขารนั้นมีลักษณะเป็นโลง 2 ชั้น ชั้นบนมีการเจาะรูระบายอากาศไว้รอบผนังทั้ง 4 ด้านด้วย

ด้าน นางชนากานต์ ศรีสมบัติ บุตรสาวของหลวงปู่พิมพ์ วัย 41 ปี ได้เดินทางมารอร่วมพิธีประกาศละสังขาร เผยเป็นเวลาที่หลวงพ่อครบกำหนดให้คำมั่นสัญญาต่อพญามัจจุราชแล้ว หลังเคยเสียชีวิตมาแล้วเมื่อ 10 ปีก่อน ในปี 2547 กลางถ้ำหลังป่าในวัด หมดลมหายไปนานและเกิดฟื้นขึ้นมาใหม่ และเผยกลับคนใกล้ชิดมาตลอดว่า ขอเวลากลับมาเกิดใหม่เพื่อสร้างวัดแห่งนี้ให้เสร็จ และขอเร่งทำความเพียรก่อนที่จะหมดเวลา ต้องละสังขารกลับไปไม่เกิน 9 ก.ย.57 หรือวันที่ 9 เดือน 9 ในปี 2557 นี้

ทั้งนี้ พระครูปริยัติเขตคณารักษ์ วัดป่าเรไร เจ้าคณะอำเภอคอนสาร กล่าวว่า เป็นเรื่องของทางวัด ส่วนจะขัดระเบียบข้อปฏิบัติของสงฆ์หรือไม่ที่นั้น ยังไม่เคยมีบทลงโทษในเรื่องนี้มาก่อน

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ยั้งไม่หยุด!
เรทกระทู้
« ตอบ #233 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 09:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 สวัสดีค่ะคุณดีสฯ ที่จังหวัดกระบี่ก็คงมีสถานะเดียวกันกับอินเดียนั้นเป็นจะได้ แต่คงไม่หนักหนากว่าเพราะว่ายังติดกับประเทศอื่นๆ ในเกาะสุมาตราทั้งหลาย หากน้ำทะเลไม่หนุนสูงไปกว่านี้ก็คงจะไม่เกินอันตรายใด ๆ ก็มีแต่จะเป็นข้อคิดพิจารณาในคราวหน้าว่าเราจะมีวิธีป้องกันภัยกันอย่างไรเพราะว่าอดีตมักจะบทเรียนในปัจจุบันให้กระทำแต่ในสิ่งที่ถูกต้องที่จะต้องแก้ไข ประเทศไทยเราบอกแล้วว่าใช้ความดีเถิดหนาปกป้องประเทศของเราต่อไป ให้ทุกพื้นที่ร่วมกันทำบุญทำทานก็จะพ้นผ่านภัยอันตรายไปนั้นได้

ชาติใดรุมสกัมประเทศไทยประเทศเหล่านั้นก็จะล่มสลายไปด้วยเช่นกัน ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัวได้ ความจริงไม่ต้องมาพูดให้ซ้ำๆ จนเกิดความอิดหนาระอาใจแต่ทว่าพูดเพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ที่คิดจะสร้างความวิบัติให้แก่คนไทยและประเทศไทยนั้น ให้เลิกคิดกระทำต่อไทย ยิ่งเรื่องพวกอุ้มบุญท้้งหลาย ก็ต้องอุ้มบาปในชาติตัวเองกระนั้นได้ เพราะว่าที่ผ่านมาก็มิได้คิดที่จะทำความดีกันต่อไป เมื่อหลังจากแพ้สงครามก็น่าจะคิดทำดีต่อไป แต่เวรกรรมเคราะห์กรรมที่ได้สร้างสมเอาไว้และมาเพิ่มเติมอีกที่ประเทศไทย มันจึงเป็นเรื่องเวรกรรมซ้ำซ้อนยอกย้อนไปบังเกิดแก่ประเทศตัวเองอีกนั้นได้ อีกหน่อยก็คงไม่เหลือประเทศในผืนที่โลกกระนั้นได้ เพราะไม่เคยคิดดีต่อชาติบ้านเมืองอื่นแต่อย่างใด เวลาผ่านมาก็ไม่สามารถไปล้มล้างความคิดที่จะเบียดเบียนกระนั้นได้ และที่ประเทศไทยโดนหนักหนาสาหัสอย่างมากมาย แต่ก็ไม่ว่ากันเพราะประเทศไทยคือเวรกรรมที่ซ้ำซ้อนอีกแหละนั่นที่จะกรรมหนากว่าเดิมอีกนั้นได้ เพราะฉะนั้นก็ลาก่อนแล้วกันไม่มีวันฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ ถึงจะไปเชื่อมโยงกับประเทศอื่นใดเช่นอินเดียไซร้ก็เป็นการทำลายตัวเองเสียมากกว่าเพราะว่ามันเข้ากันไม่ได้ และเขาก็อาจจะคิดว่าเปฺ็น ไส้ศึก เสียมากกว่าที่จะเข้าไปในอินเดียนั้นหนาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกันเหมือนกับเมืองไทยนั้นอีกหรือไม่ (อีนางหญิงใหญ่ใจคด) q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #234 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 09:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 คุุณดีสฯ ไม่มีใครที่จะอยู่เหนือบทบัญญัติของพระพุทธเจ้าได้หรอกน๊ะไม่งั้นก็คงจะมีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นมาใหม่ เพราะว่าปาฏิหารย์เหนือกว่านี่ก็คิดให้ดีจะทำให้ศาสนาเสื่อมไปอีกก็เป็นได้ เพราะนี่เป็นถึงชั้นสูงสุดที่จะมานำเสนอให้เห็นและจะเป็นประเด็นที่ต่างชาติจะพูดว่าได้ว่านี่ไงที่ว่าเรื่องปาฏิหารย์ในประเทศไทยไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด คนไทยก็จะได้เลิกงมงาย ดั่งที่เราเคยบรรยายเอาไว้ถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองไทย

ไม่รู้ว่าเป็นการจัดฉากที่ว่าเพื่อการพิสูจน์ให้ทั่วโลกให้เห็นว่าไม่จริงหรอกหนาที่พูดว่าประเทศไทยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรนั่น และนี่คือการกระทำที่เหนือธรรมชาตินั้นมันเกินกว่าการที่จะไม่มีข้อพิสูจน์ได้

และนี่จะเป็นการขยายความให้เห็นถึงระดับการศึกษาในประเทศไทยและความเป็นไปในไทยที่เชื่อแต่สิ่งงมงาย และจะเป็นข่าวกระจายไปทั่วโลกกระนั้นได้ และจะมีบทพิสูจน์กันให้โลกเห็นและจะเป็นประเด็นที่จะชี้ทุกเรื่องในประเทศไทยให้เห็นว่า ปกครองประเทศแบบงมงาย อะไรปานนั้นเห็นจะได้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #235 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 09:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สุโขทัยยังท่วมขัง7อำเภอพิษณุโลกมีแนวโน้มน้ำเพิ่มขึ้น
10 ก.ย. 57 07.18 น.




กรมชลฯ รายงานสถานการณ์น้ำล่าสุด สุโขทัยยังมีน้ำท่วมขัง 7 อำเภอ พิษณุโลกมีแนวโน้มน้ำเพิ่มขึ้น ขณะที่นครสวรรค์ใกล้เข้าสู่ภาวะปกติ

กรมชลประทาน สรุปสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด โดยพื้นที่ จ.สุโขทัย ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ 7 อำเภอ คือ อ.เมือง ศรีสัชนาลัย ศรีนคร ทุ่งเสลี่ยม ศรีสำโรง สวรรคโลก และกงไกรลาศ ส่วน จ.พิจิตรจากที่เกิดฝนตกต่อเนื่อง น้ำไหลหลากจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขัง 4 อำเภอ คือ อ.เมือง ดงเจริญ โพธิ์ประทับช้าง และสามง่าม ขณะที่ จ.พิษณุโลก น้ำจาก จ.สุโขทัย ไหลเข้าท่วมเขตพื้นที่ อ.พรหมพิราม สถานการณ์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วน จ.พระนครศรีอยุธยา จากการที่ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 1,050 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้มีน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกเขตคันกั้นน้ำ 2 อําเภอ ได้แก่ อ.เสนา และผักไห่

ด้าน จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ อ.หนองบัว หากไม่มีฝนตกเพิ่มคาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 1-2 วัน จ.เชียงราย และตาก ภายหลังน้ำป่าไหลหลากท่วมพื้นที่การเกษตร น้ำเอ่อล้นตลิ่ง และมีดินไสลด์ล่าสุด สถานการณ์ทั้ง 2 จังหวัด เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว




ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ให้ดูกันไป
เรทกระทู้
« ตอบ #236 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 09:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 คือตอนนี้จะมีเรื่องผุดขึ้นมาเพื่อเป็นตุ๊กตาให้ทำข้อบัญญัติหรือข้อกฏหมายในประเทศไทยทั้งทางสงฆ์และฆารวาส ที่จะต้องมาปรับปรุงแก้ไขใหม่หมดกระนั้นได้

และนี่คือเหตุที่จะบอกถึงผลในระยะไกลที่จะต้องมาคิดหาวิธีการป้องกันมิให้เกิดในอนาคตกระนั้นได้

ดังนั้น หากมีเรื่องเกิดขึ้นในเวลานี้เพื่อจะชี้ให้เห็นถึงการที่จะจับประเด็นไปแก้กฏหมายกันใหม่ทั้งทางโลกและทางธรรม เพื่อให้สมดุลเหมาะสมนั้นในประเทศไทย q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #237 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 09:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีครับคุณจู ช่วงนี้คุยสบายๆครับ ของที่มาจะได้คืนกลับไปครับ ตอนนี้มันลอยไปมาอยู่คล้ายจานบินเลยครับ...อย่าลืมคุยสบายๆ คุยเรื่องท่านธรรมชาติก็ดีครับ...



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #238 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 09:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หนูจะไม่ทน! เด็กประถม-อนุบาล รวมตัวขับไล่ ผอ.
10 ก.ย. 57 08.42 น.



เมื่อเวลา 08.30 น. วันนี้ 9 ก.ย.57 ที่โรงเรียนวัดนารีประดิษฐ์ ม.4 ต.ท่าไร่ อ.เมือง จ.นครศรีศรีธรรมราช โรงเรียนระดับชั้นอนุบาล-ประถม 6 ได้มีผู้ปกครองและเด็กนักเรียนกว่า 100 คน ออกมารวมตัวกันเพื่อขับไล่ นางนัยเนตร ศรีอุทัย ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดนารีประดิษฐ์ เพื่อให้ออกไปจากพื้นที่ โดยให้เหตุผลว่าตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่าน ตั้งแต่ที่นางนัยเนตรเข้ามาดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนแห่งนี้ ได้กลั่นแกล้งบรรดาครูที่อยู่เก่า จนถึงขั้นต้องย้ายออกจากโรงเรียนไปเป็นจำนวนหลายคน พร้อมทั้งนำครูที่ตัวเองสนิทสนมเป็นพิเศษเข้ามาทำหน้าที่แทน

นางอรอุมา เหลื่อมแก้ว อายุ 35 ปี ผู้ปกครองเด็กนักเรียนรายหนึ่งกล่าวว่า ที่ผ่านมาบรรดาผู้ปกครองที่นำเด็กมาเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ ไม่สามารถทนพฤติกรรมการกระทำของนางนัยเนตรได้ เนื่องจากมีหลายเหตุการณ์ที่ นางนัยเนตรประพฤติโดยมิชอบ โดยเฉพาะมีการกลั่นแกล้งโยกย้ายครูหลายคนจนต้องย้ายออกไปจากโรงเรียน

ล่าสุด ได้ยกเลิกสัญญาจ้าง นางลดาวัลย์ พละพลึง ครูอัตราจ้างสอนชั้นอนุบาล ซึ่งเป็นที่ไม่พอใจให้แก่บรรผู้ปกครองและนักเรียนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเห็นว่านางลดาวัลย์ เป็นคนดี เป็นที่รักใคร่ของผู้ปกครองและนักเรียน นอกจากนี้ ผู้ปกครองยังได้ทราบข่าวการทุจริตเงินงบประมาณของโรงเรียน กรณีการเรียกเก็บเงินรายวันจากเด็กนักเรียนรายละ 5-10 บาท โดยอ้างว่าเป็นค่าอาหารกลางวัน ทั้งๆที่ทาง สพฐ.ได้มีการสนับสนุนค่าอาหารเด็กมาแล้วต่อคนต่อหัว 20 บาท

รวมทั้งการจัดซื้อจัดจ้างวัสดุอุปกรณ์ ครุภัณฑ์ภายในโรงเรียน ส่อไปในทางทุจริต ทำให้ผู้ปกครองทนไม่ไหว ต้องย้ายบุตรหลานไปเรียนที่โรงเรียนอื่นซึ่งจากเดิมเด็กกว่า 400 คน ตอนนี้เหลือเพียงแค่ 84 คนเท่านั้น จึงได้นัดรวมตัวกันเพื่อขับไล่นางนัยเนตร ออกจากพื้นที่ และไม่ยอมให้ครูลดาวัลย์ ออกจากโรงเรียนโดยเด็ดขาด

ผู้สื่อข่าวรายงาน ต่อมาผู้ปกครองและเด็กนักเรียนทั้งหมด ได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 42/2 ม.4 ต.ท่าไร่ ห่างจากโรงเรียนประมาณ 1 กม. ซึ่งเป็นบ้านพักของนางนัยเนตร โดยขบวนขับไล่ ได้ชูป้ายที่เขียนข้อความต่างๆ พร้อมตะโกนด่าทอตลอดระยะทาง ขณะที่นางนัยเนตรได้หลบเข้าไปอยู่ภายในบ้าน โดยไม่ยอมออกมาพบกับผู้ปกครองและนักเรียนแต่อย่างใด

ต่อมาในเวลาประมาณ 10.30 น. นายสมศักดิ์ อนันตพืช นายกเทศมนตรีตำบลปากนคร พร้อมด้วย นายศานติศักดิ์ บุญสุข ผู้ใหญ่ หมู่ 4 ต.ท่าไร่ อ.เมือง ได้เดินทางเข้ามาเพื่อสอบถามและเข้ามาไกล่เกลี่ยกับชาวบ้าน โดยนายสมศักดิ์ ได้พูดคุยทำความเข้าใจกับผู้ปกครองและนักเรียนเพื่อทำความเข้าใจ พร้อมกับรับปากว่าจะประสานเรื่องนี้ด้วยตนเอง จึงทำให้ผู้ปกครองและเด็กนักเรียนพึงพอใจก่อนแยกย้ายกลับแต่ยืนยันว่าจะกลับมารวมตัวอีกครั้งหากปัญหาดังกล่าวไม่ได้รับการแก้ไข



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #239 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 09:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 ที่บอกว่าประเทศไทยจะหนาวไม่มากนั้น แต่อยากบอกว่าผิดกันจะหนาวนานและให้คิดวิธีแก้ไขให้กับประชาชนที่ไม่มีเสื้อผ้ากันหนาวเพราะว่าจะมีผู้คนล้มตายกันมาก เพราะว่าเป็นการทดแทนซึ่งกันและกันหากน้ำไม่ท่วมทำความเสียหายนั้นก็จะเป็นการแก้กันที่อากาศหนาว ในตอนนี้ก็จะมีการเจ็บป่วยเกิดขึ้นมาก็ให้กระทรวงสาธารณสุขนั้นหนาเตรียมยาเอาไว้และคงจะต้องออกไปเยี่ยมเยียนประชาชนกันมากขึ้นเพราะจะมีคนเจ็บไข้ได้ป่วยกันมากขึ้นเพราะความชื้นที่อยู่ในชั้นใต้ดินที่น้ำลงไปท่วมขังจะทำให้หนาวนานกว่าปกติกระนั้นได้ หากจะเป็นการแก้ไขในหน้าแล้งต่อไปก็สามารถขุดเจาะน้ำในชั้นใต้ดินมาใช้ได้ ต่อไปประเทศไทยก็จะกลับสู่ภาวะปกติที่เราจะมีน้ำใช้ในหน้าแล้งต่อไป

ประเทศไทยร้ายกลายเป็นดีเสมอไม่ว่าเรื่องอันใด ก็ขอบอกให้พวกต่างชาติภาษาที่จะมาคิดร้ายต่อไทย ก็ขอให้เลิกคิดซะเพราะว่าความดีไม่ได้สร้างแค่วันเดียวกระนั้นได้ และหากจะมาแข่งขันกันในเรื่องนี้ก็เห็นทุกชาติในโลกนี้แพ้ประเทศไทยทั้งหมดจะบอกให้

แล้วให้ไปคิดพิจารณาแล้วกันและก็คิดสรรให้คนไทยที่ดีได้ตื่นขี้นมาและรวมตัวกันนั้นหนาเป็นเกาะป้องกันไทย เพราะว่าเวลานี้เขาจะเอาเรื่อง ความดี มาคิดบวกลบคูณหาร จากท่านธรรมชาตินั้นจะเป็นผู้ตัดสินโลกใบนี้กระนั้นได้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #240 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 09:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลวงพ่อพิมพ์ท่านยังละสังขารเลย หากเมื่อคืนก่อน 3 ทุ่มมีใครชวนท่านคุยให้เวลาผ่านไปเลยช่วงนั้นไปท่านก็คงยังอยู่ แต่ก็คงจะโดนสังคมว่าท่านมากมายครับ...ท่านเลยไปดีกว่า...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ชี้ให้เห็นกัน!
เรทกระทู้
« ตอบ #241 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 09:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 เรื่องใดก็ไม่สำคัญเท่ากับเบียดเบียนน้ำมันของประเทศไทยไปกินใช้อย่างฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย โดยไม่คิดว่าจะทำให้ประเทศไทยเดือดร้อนกันสักเท่าไหร่ และนี่คือ กรรมหนา ที่ว่าแก้อย่างไรก็ไม่หาย และอยากจะบอกว่ากาลเวลาก็จะนำพาความทุกข์หรือสุขกันอย่างไร ก็ให้ดูได้ว่าทำกับประเทศไทยกันเอาไว้อย่างไรนั้นหนาก็จะทุกข์ยิ่งกว่าจะบอกให้ ให้เตรียมตัวรับกันเอาไว้ในชาติที่เบียดเบียนน้ำมันในชาติไทยในทุก ๆ ชาติไป

เพราะว่า ท่านธรรมชาตินั้นหนาท่านรู้เห็นกระนั้นได้ ไม่เป็นไรน๊ะคนไทยที่ผ่านมานึกว่าทำบุญ ทำทานร่วมกันนั้นหนาที่จะได้รับทุกข์โศกร่วมกันมาอย่างยาวนานกระนั้นได้

เวลานี้ก็ถึงเวลาที่จะมานั่งมองถึงปัญหาของชาติที่มาเบียดเบียนประเทศไทยกันนั้นว่าเขาจะทุกข์ร้อนอย่างไรนั้นก็เป็นเรื่องของเขาไป แต่ให้คิดเสมอว่าเราจะต้องกระทำความดีกันต่อไป เพราะว่าเรื่องนี้คือเรื่องของไทย แต่เรื่องของชนชาติอื่นที่มาเบียดเบียนประเทศไทยนั้นเขาก็จะได้รับกรรมในทุกชาติ ๆ ไป q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #242 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 09:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พายุทรายถล่มรัฐแอริโซนา สหรัฐฯ



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ StormChasingVideo , Dusty Beard Photography สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

เผยคลิปพายุทรายขนาดมหึมาพัดถล่มเมืองฟินิกซ์ รัฐแอริโซนาของสหรัฐฯ ฝุ่นคลุ้งทั่วเมืองทำลายทัศนวิสัย เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับผลกระทบ

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2557 สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า เกิดพายุฝุ่นทรายลูกใหญ่ เข้าพัดถล่มเมืองฟินิกซ์ รัฐแอริโซนาของสหรัฐอเมริกา โดยก่อตัวขึ้นเป็นแนวยาวตามเส้นขอบฟ้าและเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมหลายพื้นที่ของเมืองฟินิกซ์

รายงานระบุว่า เหตุดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ ต้องประกาศเตือนภัยพายุฝุ่นทรายในพื้นที่เมืองฟินิกซ์ ซึ่งจะก่อให้เกิดทัศนวิสัยที่เลวร้าย ก่อนที่จะประกาศยกเลิกคำเตือนในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา หลังพายุฝุ่นทรายคลายความรุนแรง และเคลื่อนตัวออกจากเมืองฟีนิกซ์ อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานผู้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเหตุการณ์นี้


กระปุกดอทคอม


ท่านธรรมชาตินี่มีหลายๆแบบนะคุณจู..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ค่อยเป็นค่อยไป!
เรทกระทู้
« ตอบ #243 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 09:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 คุณดีสฯ ที่เมกาคนผิวดำจะสร้างปัญหาให้เกิดความวุ่นวายเสมือนย้อนอดีตนั้นที่ไปรุกรานชาติอินเดียนแดงกระนั้นได้ และนี่ก็คงถึงเวลาเอาคืนแล้วหล่ะอย่างยั่งยืนกระนั้นได้ ความจริงเมกาน่าจะคิดน๊ะว่าอาฟริกาก็คนผิวดำเฉกเช่นกันนั้นได้ แต่หามีความเมตตากรุณาที่จะคิดเป็นเสมือนญาติคือมนุษยชาติเดียวกันกระนั้นได้ และหากจะคิดสร้างสรรค์ผู้นำก็คนผิวดำก็น่าจะสร้างความสามัคคีร่วมใจกันได้ แต่นี่ก็คือหุ่นเชิดนั่นไงที่จะต้องไม่กระทำดั่งที่ตัวเองคิดได้ สำหรับประเทศไทยหลุดพ้นแล้วที่จะไม่เป็นหุ่นเชิดของใคร หากจะเป็นตอนนี้ คงจะเป็นหุ่นไล่กาขาวหรือไม่ประการใด

แต่อยากจะบอกว่าหากกาขาวไม่อยู่ห้ำหั่นประเทศไทยนั้นหนา ทรัพย์ในดิน สินในน้ำจะผุดขึ้นมาให้เราศิวิไรซ์ ต้องให้หมดพวกคนพาลสัน....หยาบให้หมดไปก่อนกระนั้นได้ (หมายถึงหันหลังให้กับประเทศไทย) วันนั้น เราก็จะสุขสันต์และกลับฟื้นขึ้นมาใหม่ และพวกเขาเหล่านั้นจะล่มสลายในที่สุดกระนั้นได้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #244 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 09:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้โพสต์โดยคุณ เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร สมาชิกเว็บไซต์ยูทูปดอทคอม

น้ำท่วมระนอง 2 ตำบล และมีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมถนนเพชรเกษม หลังฝนตกต่อเนื่องมาหลายชั่วโมง ชาวบ้านหวั่นเส้นทางขาด

วันนี้ (10 กันยายน 2557) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักที่ จ.ระนอง อย่างต่อเนื่อง พร้อมเกิดน้ำป่าไหลหลากเอ่อล้นเข้าท่วมใน ต.นาคา และ ต.สุขสำราญ อ.สุขสำราญ จนท่วมมาถึงผิวการจราจรที่ถนนเพชรเกษม หลักกิโลเมตรที่ 696 และหลักกิโลเมตรที่ 688–689 โดยน้ำมีความสูงประมาณ 10-30 เซนติเมตร

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในพื้นที่บอกว่า ถ้าฝนยังตกลงมาต่อเนื่องและมีน้ำป่าไหลหลากเช่นนี้ อาจเป็นไปได้ว่าจะทำให้เส้นทางขาดได้ รวมถึงสวนปาล์ม สวนยางของชาวบ้านก็จะได้รับความเสียหายมากขึ้น
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ชี้ชัดฟันธง!
เรทกระทู้
« ตอบ #245 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 09:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 แต่มีเรื่องที่น่าคิดนี่สิคุณดีสฯ ที่อยากจะบอกเอาไว้ คือไม่ว่าเรื่องอันใดที่เกิดขึ้นที่เมกาหนัก ๆ ทั้งนั้นนั้นหนาจะบอกให้ และที่สำคัญไม่มีชาติอื่นใดนั้นได้รับผลแห่งการกระทำของท่านธรรมชาติที่จะตัดสินความแต่ประการใด เพราะว่าจะรับไปเต็ม ๆ นั้นเพราะว่าเป็นทวีปที่ไม่ติดต่อกับชนชาติใด

ต่อไปก็เป็นทวีปออสเตรเลีย นี่ก็มือขวา มือซ้าย

ญี่ปุ่นอีกหรือนั่นก็เปรียบเสมือนทวีปออสเตรเลียเช่นกันจะบอกเอาไว้ให้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #246 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 10:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก YouLike (คลิปเด็ด)

สุดหดหู่ คลิปพาลูกช้างเดินจนหมดแรง ล้มนอนกลางตลาด ที่ จ.สมุทรสาคร ชาวเน็ตวิจารณ์เพียบ

เป็นคลิปที่เห็นแล้วอดหดหู่ใจไม่ได้เลยทีเดียว สำหรับคลิป "พาลูกช้างเดินจนหมดแรง" เผยแพร่เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2557 ซึ่งได้บันทึกภาพของลูกช้างตัวหนึ่งนอนแอ้งแม้งอยู่กลางตลาด

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ตลาดเปิดท้ายกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร วิดีโอบันทึกภาพลูกช้างนอนหมดแรงอยู่กลางตลาด ท่ามกลางสายตาของประชาชนที่มองอย่างสะเทือนใจ แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้

ขณะที่มีเสียงประกาศบอกว่าให้ควาญช้างรีบนำช้างออกไปจากบริเวณตลาด เนื่องจากปิดทางเข้าร้านค้าสร้างความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก พร้อมกับกำชับว่าตลาดไม่ใช่สถานที่ที่จะพาช้างมา เนื่องจากคนพลุกพล่านและเคยเตือนหลายครั้งแล้ว

อย่างไรก็ดีเมื่อคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขว้าง บ้างก็ระบุว่า คนประกาศน่าจะให้คนมาช่วยเอาอาหารหรือน้ำให้ช้างก่อน เพราะช้างหมดแรง ต่อให้คนมีหลายสิบคนก็ไม่สามารถนำช้างออกไปได้ ขณะเดียวกันก็กล่าวถึงกฎหมายคุ้มครองช้างว่าไม่ควรจะให้ช้างซึ่งเป็นสัตว์ประจำชาติมาเร่ร่อนลำบากอย่างนี้ พร้อมเปรียบเทียบกับกรณีหมีแพนด้าที่นอนห้องแอร์เย็นสบาย แต่ช้างไทยกับต้องเดินแลกอาหารในเมือง

ส่วนล่าสุด (10 กันยายน 2557) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ช่อง 3 ระบุว่า มีคนร้องเรียนไปยังมูลนิธิช้าง ว่ามีการกระทำลักษณะนี้บ่อยครัง แต่ปัจจุบันไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับ ส่วนกรณีนี้จริง ๆ แล้ว ตำรวจสามารถจับควาญช้างได้ ถ้าเห็นว่าทารุณสัตว์ แต่ทั้งนี้โทษปรับก็เพียง 1,000 บาท เท่านั้น

กระปุกดอทคอม
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ระวังภัย!
เรทกระทู้
« ตอบ #247 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 10:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 ตอนนี้เมกาฯ จะมีปัญหาเพราะจะไม่มีใครเชื่อมั่นในคำพูดที่รังสรรค์กันอีกต่อไป และนั่นก็ทำกับไทยเอาไว้นั้นอย่างมากมาย ก็ให้เขาไปแก้ปัญหาของเขาไป และสำหรับไทยอะไรที่ไปเชื่อมโยงกับเมกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นั้นหนาต้องวิเคราะห์ให้หนักเอาไว้เพราะว่าไม่มีความจริงใจกันอีกต่อไปแล้วนั่นที่ผ่านมานั้นก็คงจะเจ็บกระดองใจนั้นจะบอกเอาไว้ให้ ก็ถือเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับประเทศไทย

ตอนนี้คิดทุกอย่างว่าจะมาในเล่ห์กลไหนที่จะต้องรับมือกันเอาไว้ให้จงได้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #248 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 10:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร

ฮือฮา ปูทหารยักษ์เดินเต็มชายหาดปากบารา จ.สตูล นับล้านตัว นักท่องเที่ยวแห่ชมกันคับคั่ง

วันนี้ (10 กันยายน 2557) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า พบปูทหารยักษ์เดินเต็มชายหาดปากบารานับล้านตัว ใน ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล โดยชายหาดดังกล่าวเป็นชายหาดเลียบถนนเส้น ละงู-ปากบารา นักท่องเที่ยวแห่ชมกันคับคั่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เหล่าปูทหารยักษ์ดังกล่าวมีพฤติกรรมเคลื่อนที่และหยุดเป็นระยะ พร้อมทั้งมีอาการตื่นตกใจง่าย ส่วนสาเหตุที่มีชื่อว่า "ปูทหาร" ก็เนื่องมาจากการที่เมื่อปูดังกล่าวลงไปในรู ก็จะขุดทรายขึ้นมาล้อมรอบเป็นรูปวงกลมคล้ายบังเกอร์ของทหาร

สำหรับลักษณะเด่นของปูทหารยักษ์ คือมีกระดองใหญ่ โค้งนูน สีเทาอมฟ้า บนกระดองจะเป็นเนินมีร่องลึก ส่วนกล้ามและครีบมีสีครีมออกเหลือง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ซะงั้น
เรทกระทู้
« ตอบ #249 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 11:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 คุณดีสฯ พูดยังไม่ทันข้ามวันเรื่องนี้นั้นก็มีขึ้นมาจนได้

งามหน้า! อดีตทูตมะกันประจำยูเอ็นถูกสอบฐานฟอกเงิน พบหลักฐานโอน “เงินสกปรก” เกือบ 50 ล้านเข้าบัญชีเมียในออสเตรีย
ข่าวต่างประเทศ, สหรัฐอเมริกา
10 ก.ย. 57 10:33 น.
ทางการสหรัฐฯเปิดการสอบสวนนักการทูตชื่อดัง “ซัลมาย คาลิลซาด” ที่มีดีกรีเป็นถึงอดีตเอกอัครราชทูตอเมริกันประจำสหประชาชาติ หลังพบหลักฐานอาจพัวพัน “การฟอกเงิน” จากกรูเกิลล์

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #250 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 11:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 ในขณะนี้ประเทศไทยมีมวลน้ำอยู่มากมายทั้งในชั้นใต้ดินและในเขื่อน เราจะต้องบริหารจัดการน้ำในประเทศของเราให้มีความสมดุลกันนั้นได้ และที่บอกว่ายางพารามีเอาไว้เพื่อที่จะได้เก็บกักน้ำเอาไว้ใช้ในเวลาหน้าแล้ง ยางพาราก็นำมาผลิตเป็นถังใส่น้ำแทนโอ่งมังกรนั่นไง และมีวิธีใดที่จะมาทำเป็นกำแพงกันน้ำนี่สามารถกระทำได้ไหม เพราะว่าเราควรจะต้องใช้วัสดุที่มีอยู่ในประเทศของไทยป้องกันประเทศไทยเอาไว้ได้ หากว่าเราจะมาผลิตใช้กันเองกันในไทย q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
น่าทำนานแล้ว!
เรทกระทู้
« ตอบ #251 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 11:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 บอกแล้วว่าทุกอย่างจะแพ้ภัยตัวเองหมดกระนั้นได้ ความน่าเชื่อถือก็คงจะสั่นคลอนแต่แปลกมามาเกิดในวันที่ 11 กันยาซึ่งเป็นวันที่โดนเครื่องยินชนตึกถล่มนั้นหนาน่าคิดไหม และจะทำให้ทั่วโลกเขาไม่ไว้วางใจที่จะให้ทำหน้าที่เป็นพี่เบิ้มอีกต่อไป ก็ขอให้เตรียมรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงการใช้เงินตรากระนั้นเห็นจะได้

ไทยก็ควรจะหันไปใช้เงินหยวนได้แล้วเพราะว่าเหมาะสมยิ่งกว่าในไทยเพราะว่าในสภาพแวดล้อมของเอเซียตะวันออกเฉียงใตั ประชาชนจะใช้วิถีชีวิตที่คล้ายคลึงกันในอันที่จะดำรงชีวิตร่วมกันในภูมิภาคนี้ได้ แต่ที่ประเทศไทยมีอัตราแลกเปลี่ยนเงินที่แพงมากเมื่อเทียบกับเงินหยวนของจีนกระนั้นได้

ไทยก็มีสิทธิ์ที่จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เข้ากับสถานการณ์และสิ่งแวดล้อมภายในบ้าเนมืองและภูมิภาคนี้เช่นกันคิดว่าจริงไหม q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #252 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 13:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ด่วน!! เฮลิคอปเตอร์ตก ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ยังไม่ทราบหน่วย
เฮลิคอปเตอร์ตก ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ยังไม่ทราบหน่วย ในพื้นที่บริเวณเขาชงโค อ.ท่าชนะ

วันนี้ (10 ก.ย.) เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ผ่านมา มีรายงานว่า เฮลิคอปเตอร์ตก ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ในพื้นที่บริเวณเขาชงโค อ.ท่าชนะ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเดินเท้าเข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบ หลังได้รับแจ้งพิกัดและกลุ่มควัน ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นของหน่วยงานรัฐหรือเอกชน

อย่างไรก็ตาม ในโลกออนไลน์มีข่าวลือว่าเหตุอ.ตก ดังกล่าวเป็นของช่อง 3 ซึ่ง ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวของช่อง 3 โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมและทวิตเตอร์ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ว่า “กรณีมีข่าวแชร์ว่า ฮ.สกายรีพอร์ต ช่อง 3 ตกที่สุราษฎร์ธานี ไม่จริงค่ะ ทีมข่าวโดยกฤต เจนพนิชการ และนักบินยังอยู่ที่ จ.ภูเก็ต และแยมก็ไม่มีภารกิจวันนี้ ยังไม่ตายค่ะทุกคน” ทั้งนี้หากมีความคืบหน้าว่าเฮลิคอปเตอร์ตกเป็นหน่วยงานใดจะมีการรายงานให้ทราบอีกครั้ง


ภาพประกอบข่าว

ที่มา: http://news.mthai.com/general-news/381315.html


โพสจัง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #253 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 14:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 คุณดีสฯ พอพูดถึงเรื่องอากาศหนาว ช่วงตอนกลางวันวันนี้บรรยากาศในตอนฤดูหนาวก็มาเลยเชียว คิดว่าหน้าหนาวจะมาเร็วกว่าปกติไม่ทราบเช่นกันว่าเรื่องนี้นั้นเป็นเยี่ยงใด ก็ขอให้ดูแลเอาใจใส่สุขภาพกันให้ถ้วนหน้าและให้สถานพยาบาทหาหยูกยาให้พร้อมแล้วกัน เพราะอากาศแปรผันอย่างมากมาย ดินฟ้าอากาศประเทศไทยยิ่งไม่ปกติกันไปใหญ่

แต่ถึงอย่างไรขอให้คนไทยมีจิตใจที่มีสติและเตรียมรับกับเหตุการณ์ไม่ปกติของดินฟ้าอากาศให้พร้อมเพรียงกันจงได้

เหนือกว่าสิ่งใด ก็คืออาชีพผู้สื่อข่าวของไทยในเวลานี้ก็ขอให้มีจิตสำนึกที่ดีในการที่จะส่งข่าวสารไปยังต่างชาติภาษาใด ก็ขอให้มีความจริงใจ และมีความถูกต้องและจะต้องแสดงจุดยืนของประเทศไทยให้กับต่างชาติภาษาถึงเจตนาที่จะรักษาความมั่นคงของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนนี้ที่จะบ่งชี้ให้เห็นถึงความดีของประเทศไทย q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
จบไหม!
เรทกระทู้
« ตอบ #254 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 14:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 ปัญหาเรื่องข้าวหากว่ายังไม่ตัดสินความประการใด ดินฟ้าอากาศก็แปรปรวนอย่างนี้แหละน๊ะจะบอกให้ หากทำให้ถูกต้องล่ะก้อก็คงจะต้องพบความผิดปกติของดินฟ้าอากาศในไทยเป็นแน่แท้ ที่แน่ ๆ ผู้คนที่อยู่ต่างจังหวัดจะโดนหนักน๊ะในเรื่องความหนาวเย็นที่จะอดรนทนกันไม่ได้ ก็ทำเสียให้ถูกต้องแล้วกันเพื่อป้องกันภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้นกระนั้นได้

สำหรับประเทศไทยนั้นหากมีอะไรที่ทำไม่ถูกต้องตามทำนองครองธรรมนั้น ก็จะเกิดเหตุวิปริตผิดธรรมชาตินี่แหละจะบอกเอาไว้ให้ เพราะทุกอย่างมีการดำเนินการตามขนบธรรมเนียมประเพณีไทย หากกระทำการดูหมิ่นเกิดขึ้นมาเมื่อใดก็เมื่อนั้นก็เตรียมรับกับการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามทำนองครองธรรมก็แค่นั้นแหละประเทศไทย q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ผิดไปตอนไหน!
เรทกระทู้
« ตอบ #255 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 14:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*073 เป็นภาพสุดซึ้้งเลยน๊ะลิงกอริลล่าเพศเมียตัวนี้ที่ดีกว่าคนมากมายเลยน๊ะคุณดีสฯ หากผู้คนนี้มีนิสัยที่ดีเยี่ยงลิงตัวนี้ก็จะดีอย่างมากมาย โลกก็คงจะไม่วุ่นวายเฉกเช่นทุกวันนี้ได้ ประเทศคงสงบไปนานแล้ว มาออกข่าวก็เมื่อสาย จะหันกลับไปเป็นลิงกอริลล่าต้นกำเนิดก็คงไม่ได้ เพราะลอกคราบกันมาหลายยุคสมัย เมื่อก่อนนี้ก็มีแค่ไล่ล่ากันเท่านั้น แต่ตอนนี้นั้นขนอาวุธยุทโธปกรณ์กันออกมาและยิ่งไปกว่านั้นผลิตกันขึ้นมาใช้เข่นฆ่ากันอีกนี่สิมันผิดมนุษย์พันธุ์ดี ๆ อย่างกอริลล่าที่เป็นต้นกำเนิดของมนุษย์เราอีกน๊ะจะบอกให้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #256 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 14:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 คุณดีสฯ นี่ก็เป็นเรื่องบอกเหตุเหมือนกันน๊ะกับสภาวะดินฟ้าอากาศของไทยที่จะมีผลกระทบต่อเครื่องบินที่จะบินขึ้นลงนี่แหละน๊ะที่จะต้องไปศึกษาให้ดีก่อนนั้นได้ เพราะว่าอากาศจะปรวนแปรอย่างรวดเร็วนี่ไง เรื่องเครื่องฮ.ตกนี่ก็บ่งชี้ให้เห็นนั้นได้ ก็ให้ระแวดระวังภัยกันเอาไว้ในด้านการบินต่าง ๆ ในไทย และก็ต้องส่งข่าวไปยังเพื่อนบ้านก็จะดีอย่างมากมาย q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #257 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 15:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ของแปลกมาอีกแล้วครับคุณจู


หินประหลาดลอยน้ำได้


แห่พิสูจน์หินประหลาดลอยน้ำได้ อ้างช่วยหายป่วยจากโรค!! นักวิทย์คาดเป็นหินพัมมิส
วันที่ 10 ก.ย. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด นครพนม ได้รับแจ้งจากชาวบ้านใน อ.ธาตุพนม ว่ามีผู้ครอบครองหินประหลาด โดยมีเสียงร่ำลือว่าสามารถลอยน้ำได้ จึงเดินทางไปพิสูจน์กันเป็นจำนวนมาก ที่บ้านหมู่ 3 ต.ธาตุพนมเหนือ ซึ่งเป็นบ้านของนายณัฐสิทธิ์ ฉันทะพจน์ วัย 49 ปี หัวหน้าส่วนสวัสดิการและสิ่งแวดล้อม อบต.พระกลางทุ่ง พบชาวบ้านจุดธูปกราบไหว้หินสีน้ำตาล เป็นรูพรุน ขนาดเท่ากำปั้น น้ำหนักประมาณ 2.5 กรัม ที่นายณัฐสิทธิ์ เจ้าของหินก้อนดังกล่าว นำมาโชว์ให้ผู้สื่อข่าวชมและร่วมพิสูจน์






โดยนายณัฐสิทธิ์ ได้นำขวดโหลใส ภายในมีน้ำเปล่าเกือบเต็มขวดโหล พร้อมกับก้อนหินซึ่งห่อด้วยผ้ายันต์สีแดง นำหินมากดให้จมน้ำ 3-4 ครั้ง โดยทำซ้ำกันสาธิตให้ดู ปรากฏว่าแม้จะจับให้จมน้ำสักกี่ครั้ง หินก้อนนี้ ก็ยังคงลอยโผล่ลอยเหนือน้ำ สร้างความประหลาดใจให้กับผู้พบเห็น ขณะที่ชาวบ้านหลายรายต่างยกหินอธิษฐานขอพร หลังมีความเชื่อส่วนตัวว่าเป็นหินศักดิ์สิทธิ์
นายณัฐสิทธิ์ กล่าวว่า พื้นเพเป็นชาว อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ขณะวัย 9 ขวบ ได้ไปเดินเล่นที่หาดทรายริมฝั่งโขงกับบิดาและมารดาขณะไปดูแลไร่ยาสูบ เท้าขวาได้เตะสะดุดเข้ากับวัตถุนึกว่าขี้ควายแห้ง เมื่อเห็นว่าเป็นหิน จึงก้มเก็บหินก้อนนี้ใส่กระเป๋านำกลับบ้าน ก่อนนำมาโยนใส่โอ่งน้ำหลังบ้าน รุ่งเช้ามาดูอีกครั้ง หินกลับลอยขึ้นมาเหนือน้ำ จึงเก็บรักษาหินก้อนดังกล่าวเรื่อยมา กระทั่งเข้าเรียนชั้น ม.3 ได้นำหินให้อาจารย์สอนวิทยาศาสตร์คนหนึ่งดู ระบุว่าเป็นหินชนิดหนึ่ง

เจ้าของหินประหลาด เล่าต่อว่า ตนเคยฝันบ่อยครั้งว่ามีผู้หญิงโบราณผิวดำ มวยผม มีผ้าพันอกสวมใส่ผ้าถุงมาเข้าฝัน จูงมือตนชวนไปเล่นที่ริมฝั่งโขง จะพาลงไปเล่นน้ำ ตนจึงบอกว่าหายใจไม่ออก ผู้หญิงโบราณคนดังกล่าวยังบอกว่าให้รักษาหินไว้ อย่านำไปทำอย่างอื่นที่ไม่ดีเด็ดขาด

นายณัฐสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันจึงเก็บหินไว้ในหิ้งพระเรื่อยมา ก่อนอธิษฐานขอให้สอบบรรจุและได้เป็น จนท.ปกครอง อ.ธาตุพนม ก่อนโอนย้ายมาที่ อบต.ดังกล่าว ขณะรับราชการบรรจุใหม่ๆ ตนป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบบี กินยารักษาหมอแผนปัจจุบันไม่หาย มารดาจึงทักว่ามีหิน จึงต้มยาหม้อสมุนไพร หลังน้ำต้มเย็นลง จึงลองเอาหินจุ่มในน้ำก่อนดื่มกิน ปรากฏว่ารุ่งเช้าปัสสาวะที่เคยมีสีขุ่น กลับใส รอดตายจากโรคดังกล่าว และมีสุขภาพแข็งแรงตามลำดับ

หลังข่าวแพร่สะพัดไป ได้มีชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง ในตัวจังหวัดแห่ไปกราบไหว้ โดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่หลายราย ต่างยกหินขึ้นท่วมหัวและอธิษฐานขอพรให้มีโชคลาภ ปราศจากโรคภัยเบียดเบียน โดยนายณัฐสิทธิ์ กล่าวเสริมด้วยว่า มีผู้ป่วยใกล้บ้านเป็นโรคปอด ขอยืมหินไปจุ่มน้ำต้มสมุนไพร แต่ไม่รู้ว่าหายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสุขภาพและความเชื่อของแต่ละบุคคล

ด้านนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญรายหนึ่ง ระบุว่า หินประหลาดก้อนนี้ คาดว่าน่าจะเป็นหินพัมมิส ลักษณะเนื้อเป็นฟองและเบา มีเนื้อสีจางและสีขาวมีรูพรุนเล็กๆ จนบางครั้งสามารถลอยน้ำได้ ถ้าใช่อาจเกิดจากหินลาวาที่มาเรียงตัวบนพื้นผิวโลก พบมากในจังหวัดที่มีภูเขาไฟ เช่น จ.บุรีรัมย์ และหินชนิดนี้มีการนำเข้าจากประเทศอินโดนีเซีย นำมาใช้ฟอกกางเกงยีนส์ ซึ่งพบว่าในโลกนี้มีหินลอยน้ำได้ แต่ต้องนำมาพิสูจน์เสียก่อน



ที่มา: http://entertainment.goosiam.com/


โพสจัง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #258 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 15:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ช่อง 3 ออกมาปฏิเสธข่าวไม่ใช่ ฮ.ของช่อง 3


เฮลิคอปเตอร์ ช่อง 3 ตก ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ยืนยันว่าไม่จริง พร้อมโชว์รูปทีมข่าว
"ฐปณีย์ เอียดศรีไชย" โพสต์ IG แจงกรณีข่าว ฮ.ตกที่สุราษฎร์ธานี ยืนยันไม่ใช่ทีม SkyReport ของช่อง 3 วันนี้ทีม SkyReport มีภารกิจบินทีมเดียว คือ ทีมของ "กฤต เจนพนิชการ" มีแผนบินไป จ.สุราษฎร์ฯ ในช่วงบ่ายจริง แต่ยังไม่เริ่มภารกิจ ขณะนี้ทีมข่าวและนักบินยังอยู่ที่สนามบินภูเก็ต ส่วนจะเป็น ฮ.ของหน่วยใด ยังไม่ทราบ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ



ที่มา: https://www.facebook.com/pages/Newsmania/157343344350715?fref=photo


โพสจัง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #259 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 16:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ชีวิตไม่แน่นอน ชายเร่ร่อนผู้จบ ป.โท จากเมืองนอก
เมื่อ: 9 ก.ย. 14, 08:12 น



ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยายของชายชราวัย 80 ปี อดีตข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข ที่เคยได้รับทุนไปเรียนต่อเมือ งนอก รุ่นเดียวกับ “หมอบรรลุ” อดีตรองปลัด สธ.จนจบปริญญาโท แต่จากชีวิตมีอันจะกิน กลับผกผันมาเป็นคนไร้บ้าน ไร้ญาติ นอนตากยุง จนคนดูแคลนว่า “วิกลจริต” เจ้าตัวเผยปูมหลังเพราะเคยผิดพลาดครั้งใหญ่ ติดเหล้า-อารมณ์รุนแรง ทำครอบครัวแตกสลาย จึงตัดสินใจออกมาใช้ชีวิตข้างถนน แต่ไม่ยอมรับเป็นคนเร่ร่อน โดยมีความหวังสุดท้ายก่อนลาโลก อยากให้ลูกอโหสิกรรม พร้อมทำพินัยกรรมมอบเงินมรดกเฉียดล้านบาทให้ทดแทนความผิดที่ละทิ้งครอบ ครัว...

เรื่องราวสะท้อนชีวิตอีกมุมหนึ่งของคนเร่ร่อนสนามหลวง ได้รับการเปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่บริเวณริมคลองหลอด หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มูลนิธิส่งเสริมอิสระชน ที่ทำงานด้านช่วยเหลือคนเร่ร่อน ร่วมกับคณะนักวิจัยปริญญาโท-เอก ด้านสังคมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล ลงพื้นที่สำรวจการใช้ ชีวิตคนเร่ร่อนและหญิง*** ย่านสนามหลวง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือด้านสุขอนามัย โดยพบชายชรารายหนึ่ง แต่งกายซอมซ่อ คอคล้องบัตรหลายใบ ถือย่าม-สะพายถุงกระสอบ มีป้ายภาษาไทยและภาษาอังกฤษติด ไว้ว่า “ไปเรื่อยๆ” “moving on aimlessly” และ “jingle all the way” มีใบประกาศนียบัตรปริญญาโท มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา เมืองแชมเปิลฮิล ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมภาพถ่ายศิษย์เก่าคนไทยร่วมสถาบันถูกผูกติดอยู่

จากการเข้าไปพูด คุย ชายชราคนดังกล่าวบอกว่าชื่อ นายชัยพร วัฒนาพร อายุ 80 ปี บ้านอยู่เขตดุสิต กทม. เมื่อทีมงานมูลนิธิส่งเสริมอิสระชนและนักวิจัยมหิดล ได้ทดสอบความรู้ ปรากฏว่านายชัยพรสามารถแปลอังกฤษเป็นไทยได้เป็นอย่างดี ทั้งเมื่อตรวจสอบประวัติการศึกษา พบว่าจบปริญญาโทจากประเทศสหรัฐอเมริกาจริง โดยในเว็บไซต์สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี มีระเบียบเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ ครั้งที่ 33/2512 ลงวันที่ 25 พ.ย.2512 ข้อความ “ทางกระทรวงสาธารณสุขได้รายงานการไปศึกษาวิชาสาธารณสุข ณ สหรัฐอเมริกาของนายชัยพร วัฒนาพร” ซึ่งเอกสารชิ้นเดียวกันยังปรากฏชื่อบุคคลที่เคยถูกส่งไปศึกษาต่อต่างประเทศ ในปีเดียวกันคือ นพ.บรรลุ ศิริพาณิชย์ อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ไปศึกษาวิชาการบริหารโรงพยาบาล ที่ประเทศอังกฤษด้วย

ทั้งนี้ นายชัยพรเผยปูมหลังก่อนออกมาเร่ร่อนว่า เกิดมาในครอบครัวที่ค่อนข้างมีฐานะมั่นคง บิดาไปรับราชการที่ จ.เชียงใหม่ ในวัยเด็กจึงเข้าเรียนที่ปรินส์-รอยแยลส์วิทยาลัยเชียงใหม่ จบมัธยมศึกษาโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นได้สอบเข้าศึกษาคณะสาธารณสุขศาสตร์ ที่วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศิริราช จนจบอนุปริญญา แล้วมารับราชการที่กระทรวงสาธารณสุข ในตำแหน่งสารวัตรสาธารณสุข ในสมัยนั้นมีหน้าที่ออกหน่วยบริการไปทั่วประเทศ ช่วงรับราชการใหม่ๆ ชีวิตค่อนข้างก้าวหน้า เพราะไม่นานก็ได้ทุนไปเรียนต่อคณะสาธารณสุขศาสตร์ จนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากนั้นได้รับการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชา เสนอชื่อให้รับทุนรัฐบาลสหรัฐอเมริกาไปศึกษาระดับปริญญาโท คณะสาธารณสุขศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา ช่วงนั้นได้ใช้ชีวิตอยู่ในหอของมหาวิทยาลัย มีเพื่อนฝูงเป็นข้าราชการไทยจำนวนมาก เมื่อจบการศึกษาแล้ว เพื่อนๆทุกคนกลับมารับราชการจนมีตำแหน่งใหญ่โต บางคนเป็นอดีตผู้บริหารสำนักผังเมือง ผู้บริหารกระทรวงศึกษาฯ คณบดีของมหาวิทยาลัยชื่อดัง ส่วน นพ.บรรลุ ศิริพาณิชย์ ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่ ทราบว่าเป็นข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข ที่ถูกส่งไปศึกษาปีเดียวกันแต่คนละประเทศ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #260 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 16:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นายชัยพรเล่าชีวิตที่ ผันผวนให้ฟังด้วยว่า แม้จะเป็นคนที่มีความสามารถด้านการศึกษา แต่อาภัพในเรื่องความรัก ทั้งอดีตเป็นคนที่เคยดื่มสุราอย่างหนักมาก่อน เมื่อเรียนจบจากสหรัฐฯ ได้พบรักแต่งงานอยู่กินกับอดีตลูกจ้างกระทรวงสาธารณสุขคนหนึ่ง จนมีบุตรสาว 2 คน แต่ด้วยความไม่เข้าใจกัน ประกอบกับเป็นคนที่มีอารมณ์โกรธรุนแรง โดยเฉพาะช่วงที่ดื่มสุรา ทำให้ชีวิตคู่เกิดปัญหา ที่สุดก็ต้องหย่าร้างกัน ด้วยความเสียใจ จึงตัดสินใจลาออกจากกระทรวงสาธารณสุข ไปทำงานเป็นผู้จัดการอยู่ที่สถาบันแม็คเคน เพื่อการฟื้นฟูสภาพ จ.เชียงใหม่ ดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อน โดยทิ้งครอบครัวและลูกออกจากบ้านไปไม่เคยกลับไปพบอีกเลย ปัจจุบันบุตรสาวทั้งคู่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี โดยคนสุดท้องมีอาชีพเป็นพยาบาล

แม้จะอายุร่วม 80 ปี แต่อดีตข้าราชการจบโทเมืองนอก ยังจดจำเรื่องราวของตัวเองในอดีตได้เป็นอย่างดี โดยกล่าวว่า หลังออกจากราชการมาได้หลายปี ที่สุดก็กลับมาเข้ารับราชการอีก จนเกษียณในตำแหน่งนักวิชาการสุขาภิบาล 5 สำนักงานสาธารณสุขเชียงใหม่ ชีวิตช่วงนั้นเนื่องจากไม่มีครอบครัว จึงไปพักอาศัยอยู่ กับญาติใน จ.เชียงใหม่ แต่เป็นคนที่ไม่ชอบรบกวนใคร จึงตัดสินใจออกมาทำงานอาสาสมัครในมูลนิธิวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี และด้วยความมีนิสัยส่วนตัวที่มีความเห็นขัดแย้งกับคนอื่น สุดท้ายก็ออกมา ในที่สุดด้วยความต้องการที่จะมีอิสระกับการเดินทางท่องเที่ยวอย่างอิสระใน ชีวิต ประกอบกับความฝังใจกับเรื่องล้มเหลวในชีวิตครอบครัว จึงตัดสินใจมาอยู่ที่สนามหลวง เมื่อปี 2550 จากนั้นอยู่ต่อมาเรื่อยๆจนปัจจุบัน ทุกวันนี้ทรัพย์สินที่ติดตัวมีเพียงเสื้อผ้า 2 ชุด กับหนังสือดิกชันนารี ที่เก็บเอาไว้ อ่านทบทวนความรู้

โพสจัง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #261 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 16:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 คุณดีสฯ เป็นชีวิตที่เศร้ามากไม่น่าเชื่อว่าจะมีเรื่องเยี่ยงนี้ เพราะว่าได้คู่ครองที่ไม่คู่ควรกันจึงทำให้ชีวิตแปรผันไปนั่นเอง คือบางทีภรรยาก็เป็นตัวขับเคลื่อนให้ผู้ชายจะดีหรือจะร้ายก็ได้น๊ะในการเป็นครอบครัวไทย คนเป็นช้างเท้าหลังก็มีพลังที่จะผลักดันให้เท้าหน้าเดินไปนั้นได้ คือต้องมีกำลังใจที่จะส่งเสริมซึ่งกันและกัน และข้อสำคัญต้องรักตัวเองให้มากๆ กระนั้นได้ หากไม่รักตัวเองแล้วก็คงไม่มีความรักให้แก่ใคร และหากรักตัวเองก็ต้องเผื่อแผ่ความรักไปให้กับคนรอบข้างด้วยกระนั้นได้ สิ่งที่ผิดคือละทิ้งหน้าที่อันยิ่งใหญ่ก็คือการเป็นพ่อที่สมบูรณ์แบบที่จะเป็นต้นแบบให้แก่ลูกนี่ไง แต่บังเอิญว่าสายเลือดนั้นก็มีส่วนสำคัญที่จะส่งเสริมให้ลูกนั้นดีได้ และนี่ก็คือเรื่องของครอบครัวไทยที่จะต้องตระหนักรู้ว่าเราจะต้องส่งเสริมให้เกิดคุณค่าในการคัดสรรคนที่จะมาร่วมทุกข์ร่วมสุขกันการก่อร่างสร้างชีวิตให้เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบนั้นได้

การเป็นครอบครัวประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน ก็ต้องมีเสาหลักสำคัญในการที่จะช่วยกันส่งเสริมให้แก่กันให้เกิดความมั่นคงเป็นครอบครัวประเทศไทยที่จะสร้างรากฐานให้เกิดความมั่นคงให้กับประชาชนที่อยู่อาศัย หากขาดความรักเป็นข้อสำคัญ ก็คงเสมือนชีวิตของท่านผู้นี้ที่ทำให้รู้ว่าวิถีไทยนี้จะเป็นเยี่ยงใด และนี่คือรากฐานของครอบครัวไทยที่จะเอามาเปรียบเทียบกับประเทศไทยที่จะต้องช่วยกันประคับประคองให้เกิดความมั่นคงนั้นเราก็ต้องเป็นพี่น้องร่วมท้องแม่เดียวกันใช่ไหมที่จะต้องช่วยกันดูแลรักษาครอบครัวประเทศไทยให้เกิดความมั่นคงเพื่อให้ความคุ้มครองป้องกันภัยให้แก่ลูกหลานของเราในวันข้างหน้าที่จะได้ไม่ต้องไปเร่ร่อนนั้นหนาก็เสมือนหนึ่งว่าไม่มีบ้านคือ ประเทศชาติหรือประเทศไทยของเรากระนั้นแล..... q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
หลายเรื่องนัก!
เรทกระทู้
« ตอบ #262 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 17:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 ความคิดตรงกันคุณดีสฯ ที่ว่าครอบครัวประเทศไทยยังตกหล่นเรื่องการสำรวจคนที่เร่ร่อนที่ไม่มีบ้านที่อยู่อาศัยต้องตะรอนไปทั่วที่เห็นก็มีเห็นอยู่ตามข้างถนนหนทาง ซึ่งขนาดสุนัขเราก็ยังจะเอามาดูแลกระนั้นได้ แต่สิ่งที่เราเห็นคนที่เดินเร่ร่อนคุ้ยเขี่ยอาหารตามกองขยะที่เป็นคนน๊ะเห็นแล้วเราก็สะท้อนใจ บางทีในประเทศไทยที่เป็นเมืองที่มีความเมตตา ไม่ควรเห็นสิ่งเหล่านี้น๊ะที่จะมาเป็นข้อตำหนิในการดูแลประชาชนในภาครัฐฯ กระนั้นได้ เรื่องนี้ก็ต้องมีเจ้าหน้าที่ๆ จะต้องคอยสอดส่องดูแลไง ผู้สูงอายุก็จะมีมากขึ้นในไทยเพราะมีความรู้ในเรื่องการรักษาสุขภาพอนามัยกันมากขึ้น และก็มีการส่งเสริมในเรื่องคุณภาพชีวิตของคนไทยมากขึ้นกระนั้นได้

บางทีเราก็ต้องเข้าไปดูแลในเรื่องเหล่านี้ที่จะเป็นเครื่องบ่งชี้ของเมืองที่มีธรรมะปกครองไง เราก็ต้องเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้ความเมตตากับคนเหล่านี้นั้นได้ เราก็เห็นว่ามีการตั้งโรงทานของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ที่เฝ้าดูแลอยู่นั้นได้ แต่ตอนนี้เราไม่เห็นแล้วน๊ะไม่ทราบว่ายังดำเนินการอยู่ไหม เราคนไทยก็ต้องคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน นี่แหละยังมีอีกหลายเรื่องนั้นในประเทศไทยที่จะต้องคอยดูแลบำรุงรักษา เพราะว่าจะได้เป็นต้นแบบให้กับต่างชาติภาษานั้นไงว่าเราคือเมืองแห่งธรรมะ ที่จะต้องไม่มีเรื่องเหล่านี้น๊ะที่จะเป็นข้อครหากระนั้นได้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สะเทือนใจ!
เรทกระทู้
« ตอบ #263 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 17:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 คุณดีสฯ ฟังเพลงนี้จะสะท้อนให้เห็นของคนที่ไม่ได้ทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวได้ว่าจะลงท้ายด้วยสถานการณ์เยี่ยงใด ลองฟังเพลงนี้ดูน๊ะหากเปรียบกับประเทศไทยที่ไม่ให้ความสำคัญกับเสาหลักของบ้านเมืองไทย

เพลง เรฟูจี

เวิ้งฟ้ากว้างกลางนํ้าเรือลําน้อยล่องไป
ลอยล่องไป ล่องไป ถอยไป ถอยห่างดิน
ดินแผ่นดินถิ่นฐานตัวเอง
โดนละเลงสงครามเสียจนสิ้นแผ่นดิน

เวิ้งฟ้ากว้างทางฝันชีวันนั้นมืดมน
ทนทุกข์ ทนทุกข์ ทนสู้ทนสู้ต่อไป
ไกลห่างไกลสุดสายตา
ลอยล่องในนาวาถึงคราไร้แผ่นดิน

ดินถิ่นเดิมลุกร้อนดั่งไฟแผดเผา
ฟืนสุมเตาเจ้าคงเจ้าเคยยัดใส่เตา

คราวผู้คนบนพื้นดินเดิม...ปากหมอง
ไยไม่มองไม่เคยเหลียวแลเห็นแก่ตัว
กิน...มีเหลือเผื่อแผ่กันวันนั้น
วันนี้คงไม่ต้องล่องเรือ

เกลือจิ้มเกลือเหลือเพียงเรือล่องมา
มาเข้ามาเข้ามาเรฟูจี

เวิ้งฟ้ากว้างกลางนํ้าเรือลําน้อยล่องมา
มาล่องมาเข้ามาเข้ามาหาแผ่นดิน
ดิน...ถิ่นนี้มีนํ้าตา
มีเหลือวันเวลาถ้ามาเพื่อดับไฟ แผดเผา
ฟืนสุมเตาเจ้าคงเจ้าเคยยัดใส่เตา

คราวผู้คนบนพื้นดินเดิม...ปากหมอง
ไยไม่มองไม่เคยเหลียวแลเห็นแก่ตัว
กิน...มีเหลือเผื่อแผ่กันวันนั้น
วันนี้คงไม่ต้องล่องเรือ q*064
...อ้างอิง http://sz4m.com/t455

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #264 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 17:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมถึงอยากให้รัฐทำเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน หาบ้านให้คนชราอยู่ดูแลเขาให้ดี มีอาหารให้ทานทุกมื้อ ดูแลจนกว่าจสิ้อายุขัย และทำพิธีเผาในนิคมคนชราเลย เช่นญี่ปุ่นเขาจะดูแลคนขรานั้นเป็นอย่างดีที่สุดครับและซื้อที่ดินที่เชียงใหม่ให้คนชรามาอยู่กันในบั้นปลายอย่างดีที่สุดครับคุณจู เพราะคนขราเขาเคยสร้างชาติสร้างแผ่นดินมาเขาจึงเคารพบูชาคนชราทุกๆคนครับ จึงทำนิคมคนชราขึ้นในประเทศไทยครับ...



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิด คิด คิด
เรทกระทู้
« ตอบ #265 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 17:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 แต่ดูจากสีหน้าและแววตาของท่านก็ดูมีความสุขดีอยู่น๊ะที่เราเห็นในภาพนั้นได้ แสดงว่ามีความสุขที่จะใช้ชีวิตอยู่อย่างนี้และคงจะมีความภาคภูมิใจก็ที่ได้ไปเห็นโลกกว้างมาแล้วกระนั้นได้ และก็คงจะถ่ายทอดให้กับเพื่อน ๆ ในวัยเดียวกันและคงจะพูดให้ความรู้ถ่ายทอดให้แก่กันก็อาจจะเป็นได้ ถึงได้ไม่ค่อยมีคนเหล่านี้มาก่อความเดือดร้อนวุ่นวายสักเท่าไหร่ เราก็ต้องคิดดีเอาไว้ก่อนแหละว่าท่านผู้นี้อาจจะใช้วาจาพูดคุยให้คนที่เร่ร่อนตระหนักรู้ถึงคุณค่าชีวิตขึ้นมาก็อาจจะเป็นได้ แต่ที่ต้องมาใช้ชีวิตร่วมชะตาเดียวกันก็คงจะมีแนวคิดร่วมกันคือไม่อยากไปทำความลำบากให้แก่ใคร และใช้ชีวิตอิสระเสรีและก็คงไม่เหง่าล่ะสิเพราะมีเพื่อนอยู่ข้าง ๆ มากมาย และนี่ก็คือผืนแผ่นดินไทยที่ยังมีอีกมุมหนึ่งของชีวิตคนไทยที่ก็ยังมีชีวิตที่สมบูรณ์คือไม่ได้เจ็บไข้แสดงว่ายังมีที่ที่จะมีอาหารมาประทังร่างกาย บางทีผู้สื่อข่าวในประเทศนี้อาจจะไม่คิดไปทำข่าวก็อาจจะเป็นได้ หากทำข่าวเรื่องนี้คงจะไม่เกิดมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแน่นอนในไทย แต่มัวไปสนใจเรื่องที่ทำให้ประเทศ.......อย่าพูดดีกว่าน๊ะไม่อยากย้อนอดีตนั้นได้ เดินหน้าดีกว่าประเทศไทย ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน จริงไหม q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดกันบ้างไหม!
เรทกระทู้
« ตอบ #266 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 17:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061ดินถิ่นเดิมลุกร้อนดั่งไฟแผดเผา
ฟืนสุมเตาเจ้าคงเจ้าเคยยัดใส่เตา

เนื้อร้องตรงนี้กินใจน๊ะคุณดีสฯ ที่ผ่านมา อาชีพไหนบ้างล่ะที่ทำเหมือนเนื้อเพลงนี้ได้ สุมไฟให้เกิดเรื่องราวเสมือนเอาฟืนเข้าไปยัดใส่เตาให้เผาไหม้ทั้งตัวเองและประเทศไทย q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
น๊ะ..คนไทย!
เรทกระทู้
« ตอบ #267 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 17:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061คราวผู้คนบนพื้นดินเดิม...ปากหมอง
ไยไม่มองไม่เคยเหลียวแลเห็นแก่ตัว
กิน...มีเหลือเผื่อแผ่กันวันนั้น
วันนี้คงไม่ต้องล่องเรือ

นี่ก็เป็นเนื้อร้องอีกท่อนหนึ่งซึ่งเป็นอุทธาหรณ์ให้คนที่คิดจะทำการอันใดที่จะไม่คิดถึงเนื้อร้องท่อนนี้นั้นก็จะต้องพบกับความวิบัติเยี่ยงนี้เช่นกันในไทย q*061

ตัวอย่างก็มีที่ให้เห็น
ชี้ประเด็นคนดีเป็นข้อใหญ่
มีความรักนำพาประเทศไทย
คือรักชาติที่ยิ่งใหญ่ในใจตน

คิดจะทำอันใดเรื่องใดนั้น
รักเท่านั้นดลบันดาลทุกแห่งหน
คือรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เหนือกว่าตน
นี่แหละคน วีระบุรุษ สุดยอดเอย. q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ให้กำลังใจ!
เรทกระทู้
« ตอบ #268 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 17:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 คุณดีสฯ มีที่ดินที่รัฐฯ ยึดมาได้หลายร้อยไร่ท่านอาจจะมีความคิดอะไรของท่านก็ได้ที่เราไม่อาจหยั่งรู้ได้ แต่หากได้รับทราบข้อมูลเหล่านี้ก็คงจะมีไอเดียดี ๆ ผุดขึ้นมาในอนาคตก็อาจจะเป็นได้ ขอให้ใจเย็น ๆ รอคอยข่าวดีกันต่อไป เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน ที่รัฐนั้นจะต้องให้สวัสดิการแก่ประชาชนของประเทศไทยอยู่แล้วกระนั้นได้ และก็คงจะเป็นเรื่องที่จะต้องมีการศึกษาวิจัยกันต่อไป เรื่องนี้รัฐฯ ท่านก็คงจะดูแลอยู่แต่อาจจะไม่ทั่วถึงกระนั้นได้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #269 เมื่อ: 10 ก.ย. 14, 18:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ให้รัฐบาลสร้างทุกๆเขตในกทม. ให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของคนชรา ที่สมัครใจมาทำงานมาอยู่ร่วมกันทั้งชายและหญิง มาพัฒนาศูนย์การเรียนรู้นี้ร่วมกันครับ ผู้อาวุโสเหล่านี้มีความรู้มาเกือบทุกคนมาร่วมกันระดมสอมงแบบผู้ใหญ่หรือผู้อาวุโสร่วมกันกัน ใครมีความรู้เรื่องใดก็ช่วยๆกัน และหากขาดผู้มีความรู้บางด้ารัฐบาลก็จัดผู้มีความรู้เข้ามาสอนได้ทำงานร่วมกันทั้งหมดครับเช่นการขุดบ่อเลี้ยงปลาว่าจะเลี้ยงปลาช่อนหรือปลาดุกดีที่มีราคาดี เลี้ยงไว้ทานกันเองและมีมากก็จัดส่งไปขายให้พ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อได้ มีผักสวนครัวรั้วกินได้มีพืชทุกอย่างที่ปลูกอยู่ในศูนย์ทาง กทม.ก็เก่งในการจัดสวนมีคนเก่งๆกันมากมาย มีการเลี้ยงไก่ออกไข่ และเลี้ยงสัตว์อื่นๆลอยอยู่บนบ่อปลาก็ได้หรือจะให้แยกออกไปต่างหากก็ได้เช่นกันมีสนามกีฬามีทุกอย่างอยู่ในนั้นเพื่อให้คนชราออกกำลังกายทุกอย่างและลูกหลานจะมาเยี่ยมมาพบมาอยู่ได้ตลอดเวลาครับ...เสาร์อาทิตย์มีการแสดงของดารามาเยี่ยมหรือมาแสดงละครกันในศูนย์ได้อย่างมีความสุขครับคุณจูแต่จะมีใครที่มีความคิดเหล่านี้ที่จะมาต่อยอดความคิดนี้ได้ ก็ต้องรอดูกันต่อไปครับ... หากรัฐบาลทำจะเป็นที่ชื่นชมของคนทั้งประเทศครับคุณจูครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 36

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม