หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: บิ๊กตู่ อย่าให้เกิด ... เสือหิวรุมทึ้งส่วนบุญเศรษฐี ‘ดิวตี้ฟรี’ (ตอนที่ 1)  (อ่าน 64 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 15 ก.ค. 16, 16:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

http://www.1morenews.com/4107.html

มีความพยายามอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับความเคลื่อนไหว “ล้มสัมปทานรัฐ” ในกรณีของ “ร้านค้าปลอดภาษีอากร” หรือ “ดิวตี้ฟรี” รวมทั้ง “ปิ๊คอัพ เคาท์เตอร์” ทั้งในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง ซึ่งถือเป็น “ขุมทอง” มูลค่ามหาศาล ที่ผู้ละโมบบางคนอยากเข้าไปมีส่วนแบ่งผลประโยชน์ จึงต้องใช้ความพยายามทุกวิถีทางที่จะต้องจัดการกับผู้รับสัมปทานเจ้าเดิม ด้วยสารพัดวิธีการ ทั้งบนดิน ใต้ดิน แม้กระทั่งการชกใต้เข็มขัด

ล่าสุดมามุขใหม่อีก นำ “หน่วยงานตรวจสอบทุจริต” และใช้ สื่อสารมวลชน ที่มักจะแตกตื่นกับวาทกรรม ยึดทรัพย์ เรียกทรัพย์คืน เป็นจำนวนนับหมื่นนับแสนล้านบาท

“ชาญชัย อิสระเสนารักษ์” คนชื่อคุ้นหูในแวดวงนักการเมืองไทย ใช้สถานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาเสนอแนะมาตรการ และกลไกในการปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) นำเอกสารแจกจ่ายสื่อมวลชนกระแสหลัก

ฉากหน้าต้องการจะเอาผิดเจ้าของสัมปทานดิวตี้ฟรีสุวรรณภูมิ กล่าวหาว่าทำรัฐสูญเสียผลประโยชน์นับแสนล้านบาท
การตีข่าวนี้ ท่ามกลางกระแส “เลสเตอร์ ซิตี้” สื่อทั่วโลกรู้กันเป็นอย่างดีว่าเจ้าของทีมเป็นคนไทยแท้ๆ “วิชัย ศรีวัฒนประภา” ทำธุรกิจ “ร้านค้าปลอดอากร” ในนาม “คิง เพาเวอร์” จนประสบผลสำเร็จทางธุรกิจ และเพิ่งจะประกาศชัยชนะ รับถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเป็นทางการ ยังไม่ถึง 1 สัปดาห์ ด้วยซ้ำไป จะมองเป็นอื่นไปได้อย่างไร

สิ่งนี้ ... จึงถูกตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใด เพราะอะไร ทำไม ต้องมาแถลงช่วงนี้ ทั้งที่ประเด็นที่นำมาแถลงนั้น ล้วนแต่เป็นเรื่องเก่า ซ้ำซาก มีการพิจารณากันหลายรัฐบาล โดยเฉพาะในยุคคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) หลัง 19 กันยายน 2549 เป็นต้นมา ได้มีกลุ่มบุคคลเข้าไปตรวจสอบ (ข่าววงในมีว่า ...“คุณหนุ่มรถไถ” เป็นคนเดินโพย ภายใต้ร่มใบของ “บิ๊ก บ.” ช่วงนี้ต่อสู้กันหนักมาก มีข้อพิพาททางกฎหมายถึงโรงถึงศาล เพราะเอกชนรายนี้แข็งเอาเรื่อง เพราะไม่ได้ทำผิดจึงไม่ยินยอม
ต่อมารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นผู้ควบคุมกลไกการบริหาร ทีมงานตบทรัพย์ จึงลดบทบาทตัวเองลงมา เพราะรู้ดีว่า ...เอาไม่ได้ง่ายๆ แล้ว เมื่อบ้านเมืองกลับสู่ยุคปกติ

ข้อกล่าวหาที่ว่าซ้ำเดิมๆ ที่ “ชาญชัย อิสรเสนารักษ์” นำมาตั้งประเด็นอีกครั้ง หัวข้อใหญ่คือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้ร่วมกับบริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี และบริษัท คิงเพาเวอร์ สุวรรณภูมิ กระทำผิดสัญญา ตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน ปี 2535 ซึ่งเป็นผลให้สัญญาเป็นโมฆะ แต่ได้มีการต่อสัญญากันอีก 2 ครั้ง ซึ่งรายละเอียดในสัญญา “คิง เพาเวอร์” ได้เสนอผลประโยชน์ตอบแทนให้ ทอท. ในอัตราร้อยละ 15 ของยอดจำหน่ายสินค้าปลอดอากรทั้งหมดก่อนหักค่าใช้จ่าย หลังจากนั้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 ในปีที่ 6-10 ตามลำดับ จนกว่าจะครบระยะสัญญา 10 ปี (2548-2558) รวมเป็นเงินกว่า 15,000 ล้านบาท กระทั่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้มีมติยกคำร้องแล้วว่า ไม่เข้าข่ายที่จะต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ปี 2535 !!!

มาดูกันชัดๆ ป.ป.ช.ว่ายังไง !!

เมื่อวันที่ 4 ต.ค.2554 หลังมีการส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ยกคำร้อง!! กรณีกล่าวหานายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.คมนาคม ,บอร์ด ทอท. และที่ปรึกษาทั้งคณะ รวมถึงคณะทำงานต่ออายุสัญญาของบริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี และผู้บริหารของกลุ่มบริษัทฯ ร่วมกันทุจริตโครงการร้านค้าปลอดอากร และโครงการบริหารพื้นที่กิจกรรมเชิงพาณิชย์ในอาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

จากการไต่สวน ป.ป.ช.เสียงข้างมากเห็นว่า การกระทำดังกล่าวไม่เป็นความผิด!!

เนื่องจากเนื่องจากโครงการมีมูลค่าไม่ถึง 1,000 ล้านบาท จึงไม่ถือว่าเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมายร่วมทุน และไม่ได้กีดกันผู้ค้ารายอื่น เพราะในการเปิดประมูล มีบริษัทเอกชนเข้าร่วมมากกว่า 1 บริษัท จึงไม่เข้าข่ายการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (พ.ร.บ.ฮั้ว) พ.ศ.2542 ป.ป.ช.จึงมีมติให้คำร้องนั้นตกไป

นอกจากนี้ ทางคิงส์ พาวเวอร์ เคยได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหาย กรณี บอร์ด ทอท. ชุด คมช. ยกเลิกสัญญา โดยเรียกค่าเสียหายร่วม ๆ 6.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งศาลแพ่งยังได้มีคำพิพากษาคุ้มครองชั่วคราว ที่สุด บอร์ด ทอท. ก็ยอมกลับมติไม่ยกเลิกสัญญา เนื่องจากกลัวจะเสียค่าโง่กว่า 6.8 หมื่นล้านบาท

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 15 ก.ค. 16, 16:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มีต่อ...
นี่คือข้อเท็จจริงในประเด็นแรกที่ถูกตั้งข้อกล่าวหา

นอกจากนี้ยังมีประเด็นยิบย่อยที่ “ชาญชัย อิสระเสนารักษ์” พาดพิง ชี้ชวนให้สังคมเชื่อว่า ได้มีการกระทำความผิดกรณีการขายสินค้านอกสนามบิน ทั้งยังหลบเลี่ยงการส่งผลประโยชน์เข้ารัฐประมาณ 21,000 ล้านบาท การตั้งร้านค้าปลอดอากรในเมือง ซึ่งเขารู้กันทั่วไปแล้วว่า บริเวณในเมือง ใครมีปัญญา ก็สามารถตั้งร้านค้าปลอดอากรได้ แต่ต้องไปส่งมอบสินค้าปลอดอากร ที่จุดส่งมอบในสนามบิน ซึ่งการผ่านจุดบริการนี้ทาง ทอท. ก็มีสัญญาผูกมัดกับเอกชนเอาไว้อีกทีหนึ่ง ในลักษณะสัญญาสัมปทานเพื่อคิดค่าตอบแทน จะมาเอากันฟรี ๆ ได้อย่างไร

และโดยข้อเท็จจริง “ร้านค้าปลอดอากรในเมือง” ที่ว่าใครจะตั้งก็ได้แล้วนั้น นอกจากคิง เพาเวอร์ ซอยรางน้ำ กับที่พัทยาแล้ว ยังมีการให้ใบอนุญาตกิจการปลอดภาษีในเมือง ที่ จ.หนองคาย (บริษัท ฟอร์จูน โลจิสติกส์ฯ) ซึ่งเป็นการอนุญาตตามกฎหมายศุลกากร โดยมีหลักการเช่นเดียวกัน คือ สินค้าที่จะนำเข้ามาขายภายในร้านจะถูกควบคุมโดยสำนักสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ และจะมีการตรวจสอบสต็อกสินค้าอย่างเข้มงวด ลูกค้าที่จะซื้อสินค้าได้ต้องเป็นคนที่กำลังจะเดินทางไปต่างประเทศ เวลาซื้อต้องมีหนังสือเดินทางไปด้วย และต้องไปรับสินค้าที่จุดส่งสินค้า Pick-up Counter ในท่าอากาศยานเท่านั้น

รวมทั้ง ห้างล๊อตเต้ บิ๊กดิวตี้ฟรี แห่งเกาหลี คู่แข่งจากต่างชาติกำลังเร่งมือสร้าง ห้างปลอดอากร ดังว่าแถว ๆ พระราม 9 ใหญ่โตมโหระทึก

รวมถึงสิ่งที่ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ที่พยายามจะตรวจสอบเรื่อง การติดเครื่องเพื่อติดตามตรวจสอบการซื้อขาย ซึ่งที่จริง ทางการท่าอากาศยาน มีวิธีการตรวจสอบด้วยระบบที่รัดกุม แม้ไม่ใช้จากเครื่องที่ว่า แต่มีระบบตรวจสอบจากกล้องและการเปิดลิ้นชักแต่ละครั้ง เมื่อมีความผิดปกติ จะสามารถตรวจสอบได้อยู่แล้ว

เหล่านี้ จึงเป็นประเด็นที่น่าเคลือบแคลงว่า มันเกิดอะไรขึ้น... เหตุใด “อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์” ถึงเอาประเด็นเก่า ๆ ที่เคยมีการนำเสนอต่อสาธารณะมาฉาย วนไป... วนมา... ซ้ำมา... ซ้ำไป...อยู่แบบนี้ ทางคิงส์ พาวเวอร์ หรือ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ชี้แจงจนกระจ่างชัด วิญญูชนหากติดตามก้อจะรู้ว่า สิ้นข้อสงสัย แล้ว

การตรวจสอบสามารถทำได้ไม่มีใครว่า ถ้าบริสุทธิใจ แต่ไม่ใช่ !!! ...เลือกที่จะพูดข้อมูลครึ่งเดียว (Half Fact)

กระบวนการตรวจสอบยังไม่จบสิ้นกระบวนความ เอามาเผยแพร่กับสาธารณะ ขู่ว่ามีหลักฐานอย่างนั้นอย่างนี้

กรรมาธิการส่วนใหญ่ยังไม่รับรู้รับทราบ ยังไม่ได้ลงมติ แต่เอามาแถลงเป็นวรรคเป็นเวร

แบบนี้จะไม่ให้เรียกว่าการนำไปตีกิน แล้วจะให้เรียกว่าอย่างไร?

ข้อมูลไม่ได้ใหม่ เคยต่อสู้ไปถึงศาลมาแล้ว

แล้วยังจะบอกว่านำข้อมูลชุดนี้ไปให้กับประธานกรรมาธิการ หรือให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ...ซึ่งไม่รู้ว่าจะรับหรือยังไม่รับข้อพิจารณา

แต่...ความเสียหายทางธุรกิจ หรือทางชื่อเสียง ของภาคเอกชนเกิดขึ้นแล้ว แบบนี้แล้วทางการเมืองตอบเป็นอย่างอื่นได้อย่างไร

ย่อหน้าจากนี้ไป ... ขอเรียกร้องไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่านได้บริหารบ้านเมืองมาดีอยู่แล้ว ต้องระมัดระวัง อย่าให้เหลือบ ริ้น ไร เข้ามาอาศัยใบบุญ อ้างตรวจสอบการทุจริต พอได้จังหวะในช่วงที่รัฐบาล ที่กำลังสาละวนวุ่นวาย เรื่องประชามติรัฐธรรมนูญ เรื่องแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ เรื่องโร้ดแม๊พ เรื่องต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายใน กรณี ม.112 ไปสร้างเรื่องทำลายภาคเอกชนขึ้นมาอีก

นายกรัฐมนตรี ต้องระวังเสือหิวตัวเก่าไป เสือหิวตัวใหม่อาจจะเข้ามา

ช่วงนี้รัฐบาลทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน๊อต แล้วจะต้องมาระวังหลังอีก...!!!

อย่าให้เกิดพฤติกรรมหลงยุค ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ทำพฤติกรรมเสมือนโจรการเมือง ใช้วิธีการอาศัยตำแหน่ง เพื่อออกข่าวให้โด่งดังแล้วไปไล่ตบทรัพย์ รีดไถ นักธุรกิจเอกชน แบบนี้มันต้องหมดไปจากบ้านเมืองไทยเสียที

อย่าให้เกิดพฤติกรรม ไปรีดไถนักธุรกิจเอกชน เมื่อไม่ได้ตามต้องการ ก็เอาเรื่องเก่า ประเด็นเก่า ทำท่าขึงขังแถลงผ่านสื่อ

ที่สำคัญคราวที่แล้วเกือบทำภาครัฐเสียค่าโง่ เพราะโดนเอกชนฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหายไปอีก 6-7 หมื่นล้านบาท เพียงเพราะ แกงค์ตบทรัพย์ กลุ่มหนึ่งที่วางแผนมาสวาปาม

พฤติกรรมเหล่านี้...มันควรจะหมดไป โดยเฉพาะในยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ควรจะมีเกิดขึ้นอีกเลย

คนระดับนายกรัฐมนตรี ผู้นำประเทศ ย่อมเข้าใจ ไม่ใช่เหตุจะเกิดขึ้นแล้ว หรือ เหตุยังไม่เกิด ขอเพียงแต่ว่าต้องระมัดระวัง ตัดไฟแต่ต้นลม อย่าให้เกิดปัญหาขึ้นมาอีก ไม่อย่างนั้นภาคเอกชนกระเจิด กระเจิง ตกหล่มวาทะกรรมทางการเมือง ทุจริต จะเรียกเอาเงินคืนเป็นแสนล้าน ถ้าเป็นอย่างนั้น ความเชื่อถือเชื่อมั่น ในการลงทุนจากภาคเอกชนจะเกิดขึ้นได้อย่างไร คราวนี้จะกลายเป็นหายนะของประเทศไทยแน่ ๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ปปช. คมช. รัฐบาล ทอท. คิงเพาเวอร์ 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม