หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: พบอีกปมฉาว ‘เงินกู้’ บีบลูกหนี้เซ็นสัญญาโหด ส่อเลี่ยงภาษี VAT  (อ่าน 65 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 2 มี.ค. 18, 09:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่กระทรวงการคลังเตรียมออกกฎหมายเพื่อควบคุมธุรกิจปล่อยเงินกู้ เช่าซื้อและจํานำทะเบียนรถที่ไม่ใช่สถาบันการเงินหรือ “นอนแบงก์” ทำให้เกิดการขุดคุ้ยการกระทำที่ไม่เป็นธรรมกับลูกหนี้ของธุรกิจเหล่านี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับการร้องเรียนจากลูกหนี้ที่ได้ทำสัญญาเช่ารถ กับบริษัทลิสซิ่งรายใหญ่ของเมืองไทยที่ให้บริการเช่าซื้อรถและจักรยานยนต์ครบวงจร โดยสัญญาเช่าซื้อที่บริษัทดังกล่าวอ้างว่าดำเนินการถูกกฎหมาย และไม่หวั่นว่ากฎหมายดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทนั้น แท้ที่จริงสัญญาที่ทำกับลูกหนี้ มีทั้งที่ดำเนินการเช่าซื้อปกติ และจัดทำเป็นสัญญาเงินกู้ยืมที่มีการกำหนดเงื่อนไขแนบท้ายบังคับให้ลูกหนี้ต้องนำสินทรัพย์รถยนต์หรือจักรยานยนต์มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยบังคับให้ลูกหนี้เซ็นโอนลอยกรรมสิทธิ์เอาไว้

แหล่งข่าวในแวดวงการเงินการธนาคาร รายหนึ่งเปิดเผยว่า มีบริษัทที่ให้บริการเงินด่วน ประเภทจำนำทะเบียนรถที่ไม่ใช่สถาบันการเงินในกำกับธปท. รายหนึ่งมีการปล่อยกู้ในลักษณะที่บังคับเอาสินทรัพย์ค้ำประกันเอาจากลูกหนี้ ซึ่งบริษัทนี้มีสโลแกนสินเชื่อที่คุ้นหูผู้บริโภคเป็นอย่างดี มีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศนับพันสาขา ซึ่งจากการตรวจสอบสัญญาที่จัดทำกับลูกหนี้พบว่าล้วนหลบเลี่ยงไปจัดทำเป็นสัญญาเงินกู้ยืมแบบมีหลักประกัน กำหนดให้ลูกหนี้ต้องนำสินทรัพย์รถยนต์หรือจักรยานยนต์มาเป็นหลักประกัน มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และค่าธรรมเนียมประกาศบนเว็บไซต์สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดรวมแล้วตั้งแต่ 20-50%

“การจัดทำสัญญาในลักษณะนี้ไม่ใช่สัญญาเช่าซื้อรถปกติตามกฎหมายลิสซิ่ง ซึ่งต้องมีการโอนกรรมสิทธิ์กำหนดตารางเงินก่อนเช่าซื้อ แต่ถือเป็นสัญญาเงินกู้ยืมแบบมีหลักประกันที่ต้องอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และอยู่ในบังคับ พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ซึ่งนอกจากจะทำให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนแล้ว ยังทำให้รัฐเสียหาย เพราะไม่มีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากค่างวดรายเดือน ซึ่งหากคิดจากพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อในระบบ 100,000 ล้าน กระทรวงการคลังจะเสียรายได้จากค่าธรรมเนียมเช่าซื้อจดจำนองนี้ปีละพันล้านบาท”แหล่งข่าวกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในสัปดาห์หน้าเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์ลูกหนี้ ซึ่งเป็นกลุ่มประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากธุรกิจปล่อยเงินกู้ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-bank) จะเข้ายื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อให้ดีเอสไอและศูนย์ดำรงธรรมเข้ามาดำเนินการสอบสวนเอาผิดกับบรรดาธุรกิจปล่อยเงินกู้ ลิสซิ่งเช่า-ซื้อและจำนำทะเบียนทั้งหลายที่มีการจัดทำสัญญาเงินกู้ขัดกฎหมาย กำหนดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่างๆ สูงเกินจริง บางรายนั้นเป็นบริษัทลูกของธนาคารชั้นนำของประเทศโดยตรงแต่มีการจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมาดำเนินธุรกิจปล่อยกู้อย่างผิดกฎหมายอย่างชัดเจน

ที่มา : http://www.naewna.com/business/324002
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม