หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ลูกหนี้มีเฮแต่บริษัทเงินกู้โดนอ่วม เปิด ‘ฎีกา’ ปี 60 พบทั้งระบบส่อผิดกฎหมาย  (อ่าน 37 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 9 มี.ค. 18, 09:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
รายงานข่าวเปิดเผยว่าหลังกลุ่มลูกหนี้ผู้เสียหายจากสัญญาปล่อยเงินกู้รวมตัวกันยื่นเรื่องร้องเรียนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และศูนย์ดำรงธรรม เพื่อให้เข้ามาสอบสวนเอาผิดกับผู้ประกอบการปล่อยเงินกู้ ลิสซิ่ง จำนำทะเบียนรถทั้งหลายที่มีการทำสัญญาหลบเลี่ยงกฎหมายและเอาเปรียบลูกหนี้เงินกู้เกือบทั้งระบบนั้น จากการเปิดเผยของผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายล่าสุดพบว่า มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2131/2560 ที่วางบรรทัดฐานบังคับแก่เจ้าหนี้-ลูกหนี้ที่มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยไม่เป็นไปตามกฎหมายกำหนด

โดยศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาในคดีที่เจ้าหนี้ (โจทก์) คิดดอกเบี้ยจากลูกหนี้ (จำเลย) ร้อยละ 1.3 ต่อเดือน หรืออัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15.6 ต่อปี ซึ่งเป็นการคิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 มาตรา 3 ประกอบประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ปพพ.) มาตรา 654 มีผลให้ดอกเบี้ยดังกล่าวตกเป็นโมฆะ เมื่อดอกเบี้ยของโจทก์เป็นโมฆะ เท่ากับสัญญากู้ยืมมิได้มีการตกลงเรื่องดอกเบี้ยกันไว้ โจทก์ไม่มีสิทธิ์ได้ดอกเบี้ยก่อนผิดนัด และไม่อาจจะนำเงินที่จำเลยชำระแก่โจทก์มาแล้วไปหักออกจากดอกเบี้ยที่โจทก์ไม่มีสิทธิ์คิดได้ จึงต้องนำเงินที่จำเลยชำระไปชำระเงินต้นทั้งหมด

ทั้งนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาข้างต้น ถือเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่ใช้บังคับต่อเจ้าหนี้-ลูกหนี้ในการจัดทำสัญญาเงินกู้และเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า แม้การคิดดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดไปเพียง 0.6% ศาลถือว่าเป็นการกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ขัดกฎหมายจึงพิพากษาให้ตกเป็นโมฆะทั้งหมด และในส่วนของ พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราพ.ศ.2560 ใหม่ได้บัญญัติบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนกฎหมายรุนแรงขึ้นโดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งยังบัญญัติถึงการกระทำที่ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายฉบับนี้เอาไว้อย่างละเอียดใน (1)-(3) ด้วยแล้ว ถือเป็นบทลงโทษที่รุนแรงกว่ากฎหมายเดิมชัดเจน

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบสัญญาเงินกู้ของบริษัทลิสซิ่งรายใหญ่ พบว่า สัญญาเงินกู้จำนำทะเบียนรถที่บริษัทอ้างว่าดำเนินการถูกกฎหมาย โดยคิดดอกเบี้ย 15% และค่าบริการ 8% และสัญญาของผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของสถาบันการเงินขนาดใหญ่ รวมทั้งของธุรกิจเงินกู้ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ต่างก็ทำสัญญาเงินกู้ที่กำหนดให้ลูกหนี้ต้องนำรถยนต์หรือจักรยานยนต์มาเป็นหลักทรัพย์ประกัน ซึ่งหากอิงตามฎีกา 2131/2560 ย่อมเกินกว่ากฎหมายกำหนดแน่นอน เพราะสัญญาเงินกู้ในลักษณะดังกล่าวไม่ใช่ลักษณะสัญญาเช่าซื้อตามกฎหมายเช่าซื้อ หรือสินเชื่อส่วนบุคคลตามที่อ้างกัน แต่ถือเป็นสัญญาเงินกู้ยืมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ต้องอยู่ในบังคับพ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ซึ่งกำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ไม่เกิน 15% เท่านั้น

ที่มา : http://www.naewna.com/business/325522
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม