หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: มนุษย์แม่ลูกอ่อน อยากแชร์ตัวช่วยดูแลสุขภาพตอนท้อง ยันให้นมลูก  (อ่าน 38 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 24 พ.ค. 18, 23:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
สวัสดีค่ะ ว่าที่คุณแม่ทั้งหลายที่เข้ามาอ่านกระทู้ เก็บเกี่ยวความรู้ไปดูแลตัวเองเพื่อก้าวสู่ความเป็นมนุษย์แม่ลูกอ่อนกันนะคะ เราเองก็ภูมิใจมากเลยที่กำลังยืนอยู่ ณ จุด นี้ เลยขออาศัยช่วงลูกหลับมาขยับเม้าส์ บรรเลงคีย์บอร์ด แบ่งปันประสบการณ์ในการดูแลสุขภาพตั้งแต่ก่อนท้อง ยัน ให้นมลูก อ่านกันซะหน่อย

ซึ่งเชื่อว่าสาวๆหลายคนหลังแต่งงานคงจะมีโมเม้นอยากจะมุ้งมิ้งๆกับสามีแบบตัวปลิวๆ ซักระยะ แล้วค่อยปั่มปั๊มลูก เราก็คนนึง ขอคุณสาว่าแต่งแล้ว 1 ปีแล้วกันค่อยมีลูกนะ คุณสาก็ตามใจ แต่พอผ่านเกือบๆปี คุณสามีก็ชวนไปตรวจสุขภาพ ปรึกษาคุณหมอเตรียมความพร้อมก่อนมีบุตรซะหน่อย หลังจากตรวจสุขภาพทุกอย่างผ่านไปด้วยดี แต่อีก 3 เดือน 4 เดือนกว่าจะครบปี คุณหมอก็แนะนำให้กินโฟลิคให้ได้เพียงพอในแต่ละวัน เพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกายในการตั้งครรภ์ แต่คุณหมอเค้าไม่ได้จ่ายยามานะ เราไปหาซื้อเองที่ร้านขายยา ทางเภสัชแนะนำเป็น folic acid ตัวนี้ค่ะ มีมานาน น่าเชื่อถือ ดูปลอดภัยเลยซื้อมากิน



นอกจากโฟลิคแล้ว เราเองก็กินพวกวิตามิน อาหารเสริมบำรุงตัวเองอยู่แล้ว พอรู้ว่าท้องก็จะสรรหาอะไรที่เหมาะกับคนท้องกิน แต่ส่วนใหญ่จะเจอคำเตือนบนฉลากบอกว่า เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ลองไปถามเพื่อนที่มีลูก คุณหมอของเค้าก็จ่ายให้กินปกติ เพราะคำเตือนแบบนี้มีในอาหารเสริมทุกชนิด มันเป็นกฎของ อย. ตอนไปฝากท้อง เพื่อความมั่นใจเราเลยขนทุกกระปุกที่มีแบกไปให้หมอดูให้หน่อยว่าตัวไหนกินได้ ไม่ได้บ้างอีกทีนึง

ก็มี 9 plus formular, น้ำมันปลา, แคลเซียม เห็นเพียบๆแบบนี้ ก็ได้มาจากตอนไปซื้อโฟลิคนั่นแหล่ะ แอบให้เภสัชจัดมาเผื่อเลยว่าท้องแล้วต้องกินอะไร 555 บานเลย พอคุณหมอดู เค้าก็บอกว่าท้อง 3 เดือนแรกให้กินโฟลิคตัวเดียวเหมือนเดิมไปก่อน เพื่อช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ และเพื่อป้องกันความพิการรุนแรงแต่กำเนิด ด้านสมอง และไขสันหลังได้ถึงร้อยละ 50 เลยนะ พออีก 3 เดือนมีนัดไปอัลตราซาวด์ ลูกแข็งแรงปกติดี



คุณหมอเลยบอกให้เปลี่ยนมากิน 9 plus formular ตัวเดียวก็พอ เพราะมีวิตามิน 9 ชนิด บวกอีก 4 แร่ธาตุสำคัญ เช่น ไอโอดีน ที่มีผลต่อการพัฒนาเซลล์สมองของเด็ก มีโฟลิคด้วย และมีน้ำมันปลา กับแคลเซียมผสมอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากกินน้ำมันปลากับแคลเซียมเพิ่มก็กินได้ แต่สำหรับเราไม่ชอบกินหลายๆตัว ถ้าในเม็ดนึงมีครบแล้วก็พอ แล้วก็พยายามกินอาหารที่มีโฟลิคสูง เช่น ตับไก่ เนื้ออกไก่ ผักใบเขียว พวกคะน้า หน่อไม้ฝรั่ง บรอคโคลี่ ดอกกุยช่าย ส้ม มะละกอ เมล็ดถั่ว และอาหารอื่นๆ ให้ครบ 5 หมู่ด้วย อย่างในนมก็มีแคลเซียมใช่มั้ย แต่ควรกินนมให้หลากหลาย ไม่ควรเน้นกินอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไป ให้กินนมวัวสลับกับนมถั่วเหลือง หรือถ้ากินนมแพะได้ด้วยก็จะดี อาหารอื่นๆก็เหมือนกันควรกินให้หลากหลาย เพราะถ้าเน้นอย่างใดอย่างหนึ่งมากไป ตอนลูกคลอดออกมา เด็กก็อาจจะแพ้สิ่งนั้นได้ พอคุณหมอเห็นว่าเรามีวิตามินบำรุงอยู่แล้ว ไม่เคยจ่ายยาบำรุงตัวอื่นเลยค่ะ เราก็เลยกินแต่ 9 plus formular ตัวที่เอาไปปรึกษาหมอว่ากินได้มั้ยอย่างเดียวเลย ทั้งนี้ขึ้นกับแต่ละการวิเคราะห์ของคุณหมอแต่ละคนนะคะ



ในเรื่องของอาหารการกิน มนุษย์ท้องหลายคน อาจเป็นกังวลเรื่องนี้เป็นพิเศษ ว่าอะไรควรกินไม่ควรกิน คนท้องกินอะไรได้บ้าง อย่างน้อยๆ ก็เรื่องน้ำมะพร้าวหล่ะ ที่หลายคนสับสนว่ากินได้มั้ย หรือควรกินตอนอายุครรภ์กี่เดือน จริงๆกินได้ กินแต่พอดี ส่วนเรากินตอนเดือนที่ 7 – 8 แต่ช่วงใกล้คลอดไม่กินเลย ตอนคลอดออกมาตัวลูกก็ไม่เป็นไขนะ ผิวใสด้วย ความกังวลพวกนี้แหล่ะจะทำให้เราเครียด ลูกน้อยในท้องก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย เราเลยไปหาตัวช่วยที่เชื่อถือได้ มาเป็นที่ปรึกษา นั่นก็คือ App Hi-Familly Club Today for Tomorrow ของนม HI Q ที่โหลดไว้ตอนลงทะเบียนในเพจ เพื่อรับข่าวสารความรู้ App เค้าดี๊ดี ลองโหลดมาติดโทรศัพท์ไว้ดูนะคะ เหมือนมีหมออยู่ใกล้ตัว 555



คือจะแบบเด้งเตือนอัพเดทมาตลอดว่าอายุครรภ์เท่านี้ เท่านั้น เด็กในครรภ์จะมีพัฒนาการยังไง คุณแม่ควรดูแลเรื่องอาหารการกินยังไงให้ลูกได้รับสารอาหารที่เพียงพอ แล้วก็จะมีนักโภชนาการคอยโทรเข้ามาแนะนำอยู่เรื่อยๆ จนถึงหลังคลอดมาแล้วก็ยังโทรติดตามอยู่ มาให้ความรู้เรื่องพัฒนาการของลูกน้อย แล้วใน App มีให้อัพเดทน้ำหนักทุกสัปดาห์ด้วยนะ เพื่อเตือนเราว่าน้ำหนักเราควรไม่เกินเท่าไหร่ในสัปดาห์นั้นๆ แต่เรานี่แบบว่ากินอิ่ม นอนหลับ น้ำหนักเกินกำหนดจ้า แต่หมอตัวจริงบอกว่าน้ำหนักเกิน แต่เกินแบบยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ ไม่มีภาวะเบาหวาน ก็ไม่เป็นไร น้ำหนักขึ้นมาทั้งหมด 20 โลจ้า จะร้องตอนหลังคลอดเนี่ยแหล่ะ หมอบอกว่าต้องเอาลงให้ได้ภายใน 3 – 4 เดือนนะ ไม่งั้นส่วนที่เกินมาจะตกอยู่กับตัวแม่ทั้งหมด ผ่านมา 2 เดือนแล้วให้นมลูก เลี้ยงลูกเอง น้ำหนักเลยลงค่อนข้างไว หลายไป 12 โลละ ค่อยมีกำลังใจหน่อย

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 พ.ค. 18, 17:42 น โดย nappell » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 26 พ.ค. 18, 00:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
บวกกับการออกกำลังกายเป็นส่วนสำคัญที่ทำได้ตั้งแต่ตอนท้องเลยนะ ควรมาก โดยเฉพาะคุณแม่ที่คลอดเอง เพราะต้องอาศัยความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขน ขา ในการเบ่ง และเพื่อลดการเป็นตะคริวด้วย เราทำตามท่าที่ได้รับคำแนะนำจาก รพ. มาตอนอบรมเลี้ยงลูก เราไม่เคยเป็นตะคริวเลย แต่เราไม่สะดวกถ่ายรูปทำท่าการออกกำลังกายเป็นตัวอย่างมาแปะให้ดู เลยไปเสิร์จหาที่แบบใกล้เคียงมาให้ ตามลิงก์นี้เลย https://babylove.co.th/บทความเกี่ยวกับแม่/โยคะพิชิตอาการกวนใจในช่วงตั้งครรภ์ ส่วนตอนหลังคลอดเรายังออกกำลังกายไม่ได้มาก เพราะผ่าคลอดมา เน้นทำนู่น ทำนี่ ให้วุ่นๆ บวกกับให้น้องเข้าเต้า น้ำหนักก็ลงเรื่อย ๆ อย่างที่บอกไปก่อนหน้า แต่ไม่ชะล่าใจนะค๊า เดี๋ยวต้องไปหาวิธีออกกำลังกายมาแชร์กันอีกที หรือใครมีแนะนำมาได้เลยเด้อ อ้อ!! ที่สำคัญ อย่ายกของหนักในช่วง 3 เดือนแรกหลังผ่าคลอดนะคะ แผลอาจจะอักเสบ หรือปริได้ระวังกันด้วยจ้า



จนถึงตอนนี้คลอดน้องมาได้ 2 เดือนแล้ว ก็เป็นช่วงที่เราต้องให้นมลูก เราก็ยังมี App เป็นที่ปรึกษาคนสนิทเหมือนเดิม ที่เพิ่มเติม คือ กินโฟลิค และ 9 plus formular วนไป เพราะไปอ่านเจอว่าโฟลิคส่วนมากจะกินตอนก่อนท้องและตั้งครรภ์ในช่วงแรก แต่โฟลิคก็ยังช่วยการสร้างน้ำนมแม่หลังคลอดได้ ช่วยรักษาภาวะซีดหรือโลหิตจาง แถมช่วยบำรุงผิวและสุขภาพไปอีก เลยต้องมากินวนไป เพื่อนๆ เข้ามาเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้ได้เลยนะคะ https://www.dumex.co.th/articles/Pages/Pregnancy/Preg_Breast/nutri-folic.aspx แล้วก็เน้นกินอาหารกระตุ้นน้ำนมด้วย พวกแกงเลียงใส่หัวปลี ใบแมงลักเยอะๆ ไก่ผัดขิง โชคดีที่เป็นของโปรด น้ำขิงร้อนๆ ไม่ใส่น้ำตาล น้ำนมนี่พุ่งปี๊ด ปั๊มนมทีไรดีใจเวอร์ อยากให้มีเยอะๆ เราเน้นให้นมแม่อย่างเดียว อยากให้กินนานที่สุดเท่าที่จะนานได้ เพราะนมแม่คือนมที่ดีที่สุดต่อลูกน้อยค่ะ

แหะๆ ลูกเริ่มขยับตัว น่าจะได้เวลาตื่นของเค้าแล้ว ต้องขอตัวจบการรีวิวไปก่อนน๊า หวังว่าตัวช่วยของประสบการณ์ท้องแรกครั้งนี้ จะมีประโยชน์ต่อว่าที่คุณแม่ไม่มากก็น้อยนะคะ หากมีเวลาว่างๆอีก ตอนน้องโตพอจะกินอาหารได้แล้ว อยากจะมาแชร์วิธีทำอาหารสำหรับเด็กทารกด้วยอีก รอติดตามอ่านกันด้วยน๊า บายค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม