หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ท้องผูกเรื่องใกล้ตัวที่คุณควรรู้  (อ่าน 1 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 27 พ.ย. 18, 15:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ท้องผูกเชื่อว่าหลายคนต้องเคยมีปัญหานี้ ท้องผูกคืออาการที่มีปัญหาของระบบทางเดินอาหาร ทำให้ขับถ่ายลำบาก ซึ่งรอบนี้เราจะพาทุกท่านเจาะลึกลงไปอีก เพื่อรู้จักโรคท้องผูกนี้มากยิ่งขึ้น

ท้องผูก เกิดจากการเคลื่อนไหวของลำไส้ไม่สม่ำเสมอหรือมีการขับถ่ายลำบาก ซึ่งพฤติกรรมและความถี่ในการถ่ายอุจจาระปกติของแต่ละคนอาจมีความแตกต่างกัน โดยปกติคือน้อยกว่า 3 สัปดาห์ อุจจาระของคุณอาจจะแข็งขึ้น และมีอาการถ่ายลำบากหรือเจ็บเวลาถ่าย โดยในขณะที่ท้องผูกคุณอาจจะต้องใช้แรงมากกว่าปกติในการเบ่งถ่าย หรือรู้สึกว่าไม่สามารถถ่ายอุจจาระให้สุดได้

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องผูก
1. รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย
2. มีกิจกรรมทางกายหรือการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย
3. ดื่มน้ำน้อย
4. การทานยาบางชนิด (เช่น ยาต้านซึมเศร้า ยาระงับปวด ยาลดกรดในกระเพาะ และยาเสริมธาตุเหล็ก)
5. รับประทานยาระบายหรือสวนถ่ายบ่อย
6. มีการเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวัน เช่น เดินทางไกล
7. สุขนิสัยการขับถ่ายไม่เหมาะสม เช่น ชอบกลั้นอุจจาระ
8. มีปัญหาหรือความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร เช่น ลำไส้แปรปรวน เนื้องอก หรือลำไส้อุดตัน
9. โรคและสภาวะความเจ็บป่วยต่างๆ เช่น โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง เบาหวาน ฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ โรคพากินสัน เส้นเลือดในสมองตีบ และการได้รับบาดเจ็บของเส้นประสาท

การรักษาอาการท้องผูก
1. รับประทานอาหารที่มีกากใยสูงโดยเฉพาะผักและผลไม้
2. ดื่มน้ำมาก ๆ
3. ขยันออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
4. ปรับพฤติกรรมการขับถ่ายให้ถูกต้อง
5. ไม่ควรใช้ยาระบายติดต่อกันเป็นเวลานาน
6. การใช้ยาระบายเป็นทางเลือกสุดท้ายแต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
7. การผ่าตัด ใช้ในกรณีที่ท้องผูกมีสาเหตุมาจากการลำไส้เกิดการอุดตัน ตีบแคบ หรือหย่อนออกมา โดยแพทย์อาจจะมีการผ่าตัดลำไส้ใหญ่ในบางช่วงออก

ภาวะแทรกซ้อนของอาการท้องผูก
อาการท้องผูกโดยทั่วไปไม่ค่อยก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดในขณะขับถ่าย แต่หากเกิดอาการท้องผูกบ่อยมากขึ้นอาจส่งผลให้อุจจาระตกค้างอยู่ภายในลำไส้จนแห้งและแข็ง ทำให้ถ่ายออกได้ลำบากหรือไปเสียดกับผนังลำไส้และทวารหนักขณะถ่าย จึงอาจทำให้ถ่ายเป็นเลือด ในบางรายอาจพัฒนาเป็นแผลแตกรอบ ๆ ทวารหนักหรือโรคริดสีดวงทวารขึ้นได้ เนื่องจากต้องใช้แรงเบ่งในการขับอุจจาระ

จบกันไปแล้วสำหรับเรื่องของท้องผูก ที่แม้จะไม่อาการที่หนักอะไรแต่ทุกท่านก็ควรรับรู้เอาไว้ เพื่อประโยชน์ต่อไป หวังว่าทุกท่นจะได้รับข้อมูลที่ดีจากบทความนี้
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 13 ธ.ค. 18, 18:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เคยกินยาระบายแล้วแบบไม่ถ่ายเลย เพราะกินบ่อยมากก็เลิกกินค่ะ เปลี่ยนมากินน้ำกินผักบ่อยๆ เรามีกินไฟเบอร์ดีท็อกซ์ด้วยค่ะ ของ fabbella ตัวนี้ก็ช่วยให้หายท้องผูก ขับถ่ายคล่องค่ะ แต่ว่าต้องทำเป็นประจำนะคะ ไม่งั้นไม่หายแน่นอน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ท้องผูก  สุขภาพ  สาระน่ารู้ 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม