หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ยาต้านรีโทรไวรัส(ANTIRETROVIRALS:ARVS)  (อ่าน 3 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 10 ธ.ค. 18, 06:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
ยาต้านรีโทรไวรัส (Antiretrovirals: ARVs)

ในการรักษาเอดส์นั้น ปัจจุบันยังไม่มียาหรือวิธีการรักษาใดที่จะกำจัดเชื้อเอชไอวีให้หมดไปได้ แต่มียาที่จะช่วยชะลอการพัฒนาของโรค คือ ยาต้านเอชไอวี หรือยาต้านรีโทรไวรัส (Antiretrovirals: ARVs) ซึ่งแพทย์จะจ่ายยาภายใต้การพิจารณาการตอบสนองต่อยาแต่ละชนิด และจะจ่ายยารักษาทันทีเมื่อปริมาณของ CD4 อยู่ที่ระดับ 350 เซลล์/ลูกบาศก์เมตร หรือต่ำกว่า

หากผู้ป่วยได้รับยาตั้งแต่ในระยะเริ่มแรกที่ได้รับเชื้อ ยาจะออกฤทธิ์ควบคุมไม่ให้ไวรัสมีการแพร่กระจายและพัฒนาไปสู่การเจ็บป่วยในขั้นที่รุนแรงอย่างเอดส์ โดยการรับประทานยาแบบที่คนไทยคุ้นเคยกันดี คือ PEP (Post-exposure Prophylaxis) เปรียบเสมือนเป็นยาฉุกเฉินที่ต้องรับประทานหลังอาจได้รับเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ร่างกาย ส่วนวิธีการใช้ยา มีทั้งแบบใช้ยาต้านรีโทรไวรัสตัวเดียว (ARVs) หรือใช้ยาต้านร่วมกันหลายตัว (Antiretroviral Therapy: ART)

ยาต้านรีโทรไวรัส (Antiretrovirals: ARVs) จะช่วยยับยั้งไม่ให้เซลล์ของไวรัสมีการแบ่งตัวขยายตัวแล้วแพร่กระจายลุกลามไปสร้างความเสียหายแก่เซลล์เนื้อเยื่ออวัยวะบริเวณอื่น ๆ ต่อไปได้

กลุ่มยาของยาต้านรีโทรไวรัส
Non-nucleoside Reverse Transcriptase Inhibitors (NNRTIs): ได้แก่ ยาเอฟฟาไวเรนซ์ (Efavirenz) และเนวิราปีน (Nevirapine)

Nucleoside หรือ Nucleotide Reverse Transcriptase Inhibitors (NRTIs) เช่น ยาอาบาคาเวียร์ (Abacavir) ยาที่ใช้ร่วมกันอย่างทีโนโฟเวียร์ (Tenofovir) กับเอ็มตริไซตาบีน (Emtricitabine) และลามิวูดีน (Lamivudine) กับซิโดวูดีน (Zidovudine)

Protease Inhibitors (PIs): ยายับยั้งเอนไซม์โปรตีเอส เช่นยาอะทาซานาเวียร์ (Atazanavir) และอินดินาเวียร์ (Indinavir)

และยากลุ่มใหม่อื่นๆ ที่อาจถูกนำมาใช้ เช่น

Entry หรือ Fusion Inhibitors: ยายับยั้งไม่ให้ไวรัสจับตัวหรือเข้าสู่เซลล์เป้าหมาย (เซลล์เม็ดเลือดขาว CD4) เช่น เอนฟูเวอไทด์ (Enfuvirtide) และมาราไวรอค (Maraviroc)

Integrase Inhibitors: ยายับยั้งกระบวนการทำงานของเอนไซม์อินทีเกรส เช่น ราลทีกราเวียร์ (Raltegravir) เอลวิทีกราเวียร์ (Elvitegravir) และโดลูทีกราเวียร์ (Dolutegravir)

ส่วนใหญ่แพทย์จะรักษาด้วยการจ่ายยาต้านร่วมกันหลายตัว

(Antiretroviral Therapy: ART) เป็นการให้ยาต้ามรีโทรไวรัสตั้งแต่ 3 ตัวยา จาก 2 กลุ่มยาข้างต้นขึ้นไป เพราะไวรัสเอชไอวีสามารถแบ่งตัวแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว เชื้อจะดื้อยาได้ง่าย หากได้รับยาเพียงแค่ตัวเดียว หรือแพทย์อาจจ่ายยาสูตรผสม (Fixed Dose Combination) ซึ่งเป็นการรวมยาต้านเอชไอวีหลายชนิดไว้ในยาเม็ดเดียว

ส่วน PEP (Post-exposure Prophylaxis) เป็นการรับประทานยาต้านเอชไอวีแบบใช้ยาต้านร่วมกันหลายตัวตามใบสั่งแพทย์ โดยต้องรับประทานยาให้เร็วที่สุดหลังได้รับเชื้อภายใน 72 ชั่วโมง ยาจะมีประสิทธิภาพในการยับยั้งการติดเชื้อและการแพร่กระจายของเชื้อ อย่างการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันกับผู้ที่ติดเชื้อ โดยผู้ที่ใช้ยา PEP ต้องรับประทานยา 1-2 ครั้ง/วัน ต่อเนื่องทุกวันเป็นเวลา 28 วัน

โดยทั่วไป ผู้ป่วยที่มีเชื้อเอชไอวีควรเข้ารับการตรวจหาปริมาณ CD4 ทุก ๆ 3-6 เดือน และรับประทานยารักษาอย่างถูกต้องต่อเนื่อง แม้จะรับประทานยาควบคุมไวรัสไม่ให้พัฒนาไปยังระยะที่รุนแรงขึ้นได้ แต่เชื้อเอชไอวีจะยังคงอยู่ในร่างกาย และยังสามารถติดต่อไปยังบุคคลอื่นได้หากไม่มีการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ ผู้ป่วยจึงต้องเข้ารับการรักษาและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีอาการป่วยอย่างรุนแรง ผู้ที่มีโรคแทรกซ้อนที่เป็นการติดเชื้อแบบฉวยโอกาส (เมื่อภูมิคุ้มกันบกพร่อง) ผู้ติดเชื้อที่ตั้งครรภ์ ผู้ที่ป่วยโรคเกี่ยวกับไตอันเป็นผลมาจากการติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยที่กำลังรักษาตับอักเสบ บี หรือ ซี อยู่ในขณะนั้น หรือผู้ป่วยที่มีค่า CD4 ต่ำกว่า 350 เซลล์/ลูกบาศก์เมตร

ส่วนผู้ป่วยที่อยู่ในระยะเอดส์แล้ว การติดเชื้อเอชไอวีไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และเมื่อพัฒนาสู่ระยะเอดส์ ภูมิคุ้มกันร่างกายจะทำงานบกพร่องอย่างหนัก ทำให้เกิดการติดเชื้อและเจ็บป่วยจนร่างกายอ่อนแอและถึงแก่ชีวิตได้ในที่สุด ผู้ป่วยที่พัฒนาไปสู่ระยะเอดส์จึงควรไปพบแพทย์อยู่เสมอ เพื่อรับยาและรักษาอาการป่วยแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น โดยมีคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

การดูแลผู้ป่วยเอดส์ต้องให้ความสำคัญทั้งในด้านสภาพร่างกายและสภาพจิตใจไปพร้อม ๆ กัน โดยขั้นตอนสำคัญในการดูแลผู้ป่วยเอดส์ ได้แก่

เตรียมความพร้อม ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเอดส์และการดูแลผู้ป่วยเอดส์ ผู้ดูแลควรดูแลตนเองให้มีสุขภาพดีแข็งแรงสมบูรณ์ก่อน อย่างการรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ หมั่นออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ แล้วควรศึกษาลักษณะของโรค การติดต่อของเชื้อ และการดูแลตามอาการที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ผู้ดูแลและผู้ที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย เนื่องจากหลาย ๆ คนอาจยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับการติดเชื้อเอชไอวี ทำให้เกิดความวิตกกังวลที่ผิดไปจากความเป็นจริง และอาจกระทบต่อสภาพจิตใจของทั้งบุคคลรอบข้างและตัวผู้ป่วยเองได้

ใส่ใจเรื่องอาหารผู้ป่วย นอกเหนือจากการรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์แล้ว ผู้ดูแลควรใส่ใจจัดเตรียมในเรื่องอาหารเป็นพิเศษ โดยเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงในปริมาณที่เหมาะสมให้ผู้ป่วยบริโภค เช่น ผักและผลไม้ที่สะอาดปลอดสารพิษ เนื้อสัตว์ปรุงสุก หลีกเลี่ยงอาหารดิบ หากผู้ป่วยมีอาการข้างเคียงจากการรับประทานอาหารใด ๆ ควรรีบพาผู้ป่วยเข้ารับการรักษาจากแพทย์

เฝ้าระวังการติดเชื้อ รักษาสุขอนามัยในขณะดูแลผู้ป่วย ล้างมือให้สะอาดหากสัมผัสกับของเหลวจากผู้ป่วย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค ทำความสะอาดบ้านอยู่เสมอ ระมัดระวังตนเองไม่ให้ติดเชื้อจากผู้ป่วยผ่านเลือด หรืออุปกรณ์ดูแลผู้ป่วยที่มีของเหลวจากร่างกายของผู้ป่วยอยู่ โดยทำความสะอาดของใช้ ไม่ใช้ของที่อาจส่งต่อเชื้อได้ร่วมกัน อย่างมีดโกน หรือแหนบกำจัดขน และดูแลผู้ป่วยไม่ให้นอนหรือนั่งอยู่ที่เดิมเป็นเวลานาน ๆ เพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับที่จะทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อได้ต่อไป


https://lovefoundation.or.th/th/ยาต้านรีโทรไวรัส-antiretrovirals-arvs/


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  รีโทรไวรัส เอดส์ เอชไอวี CD4 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม