หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ระวังพระแบบเทวทัตที่สร้างภาพให้ดูดีเกินพระพุทธ  (อ่าน 11 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 14 ม.ค. 20, 10:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

เคยมีข่าวพระบางวัดนำอาหารที่บิณฑบาตได้มาคลุกรวมกันทั้งคาวหวานแล้วจึงฉัน นัยว่าเพื่อเป็นอุบายให้ตัดซึ่งกิเลส แต่กรณีนี้ตึงเกินไปไหม ไม่เคยมีใครพระธรรมวินัย ก็เป็นการสร้างภาพแบบเทวทัตหรือไม่ ต้องพึงสังวร

พระฉันอาหารนั้นมีบทสวดพิจารณาอาหาร ว่า “ไม่ให้เป็นไปเพื่อความเพลิดเพลิน สนุกสนาน. . .แต่ให้เป็นไปเพียงเพื่อความตั้งอยู่ได้แห่งกายนี้” อย่างไรก็ตามการที่ต้องนำอาหารมาเทรวมกันคลุกเคล้าแล้วฉันเพื่อไม่ให้เกิดความสุขกับการฉันนั้นคงไม่ใช่ เราไม่จำเป็นต้องบิดเบือน ทำอาหารที่มีรสชาติดีให้กลายเป็นดั่ง “ขยะ” แล้วค่อยกินก็ได้ การทำอย่างนั้นเป็นการตึงเกินไปหรือไม่

ในสมัยพุทธกาล ก็มีผู้ทำอาหารอันประณีตมากมายถวายพระพุทธเจ้า เช่น “ขณะนั้นเป็นเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงครองอันตรวาสกแล้ว ถือบาตรจีวรเสด็จพระพุทธดำเนินไปสู่นิเวศน์ของพราหมณ์นั้น ครั้นถึงแล้ว ประทับนั่งเหนือพระพุทธอาสน์ที่เขาจัดถวาย พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ จึงพราหมณ์นั้นอังคาสภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ด้วยขาทนียโภชนียาหารอันประณีต ด้วยมือของตน จนพระผู้มีพระภาคเสวยเสร็จแล้ว. . .”

การถวายอาหารอันประณีตนั้นเป็นไปตามศรัทธาของญาติโยม ตราบที่ไม่ได้ไปขอจากญาติโยมก็ไม่ผิดพระธรรมวินัย ในพระไตรปิฎกกล่าวว่า “ภิกษุใด ขอโภชนะอันประณีตเห็นปานนี้ คือ เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ปลา เนื้อ นมสด นมส้ม เพื่อประโยชน์แก่ตนแล้วฉัน เป็นปาจิตตีย์” แต่ทั้งนี้ยกเว้นในกรณีพระที่ป่วยอยู่ก็อาจขอบิณฑบาตเพื่อให้ได้อาหารอันประณีตได้

แม้แต่ในสมัยพุทธกาล ก็ยังมีกรณีที่พระยังมีกิเลส ไปบิณฑบาตกับผู้ที่ถวายอาหารอันประณีตมากกว่าที่ไม่ประณีต แต่ก็ไม่มีบัญญัติห้ามใดๆ เช่น กรณี “อนาถบิณฑิกเศรษฐี ทำบุญโดยทำนองนี้ ทั้งให้ทานแก่คนยากจน และการถวายทานแด่พระภิกษุสงฆ์ จนกระทั่งทรัพย์สินเงินทองที่เก็บสะสมไว้ลดน้อยลงไปโดยลำดับ ทรัพย์ที่หาได้มาใหม่ก็ไม่เท่ากับจ่ายออกไป ภัตตาหารที่จัดถวายพระภิกษุสงฆ์ก็ลดลงทั้งคุณภาพและปริมาณ จนที่สุดข้าวที่หุงถวายพระก็จำเป็นต้องใช้ข้าวปลายเกวียน กับข้าวก็เหลือเพียงน้ำผักเสี้ยนดอง. . .พระภิกษุสงฆ์ที่เป็นปุถุชนก็พากันไปรับอาหารบิณฑบาตที่ตระกูลอื่นที่ถวายอาหารมีรสเลิศกว่า

ส่วนในธุดงค์ 13 ที่มีเขียนว่า “ปัตตปิณฑิกังคะ (องค์แห่งผู้ถือฉันเฉพาะในบาตรเป็นวัตร คือ ไม่ใช้ภาชนะใส่อาหารเกิน 1 อย่างคือบาตร คำสมาทานว่า “ทุติยภาชนํ ปฏิกฺขิปามิ, ปตฺตปิณฺฑิกงฺคํ สมาทิยามิ” แปลว่า “ข้าพเจ้างดภาชนะที่สอง. . .” เป็นข้อปฏิบัติประเภทวัตรที่ผู้สมัครใจจะพึงสมาทานประพฤติได้ เพื่อเป็นอุบายขัดเกลากิเลส ช่วยส่งเสริมความมักน้อยและสันโดษ แต่ไม่ใช่ภาคบังคับ ไม่ใช่พระธรรมวิจัย และไม่ใช่เป็นทางเดียวที่จะสละกิเลสได้
การเคร่งจนเกินไป ระวังจะเป็นเทวทัต มีอยู่ครั้งหนึ่งพระเทวทัต “ขอประทานพระวโรกาส ภิกษุทั้งหลายพึงถือการอยู่ป่าเป็นวัตรตลอดชีวิต รูปใดอาศัยบ้านอยู่ รูปนั้นพึงต้องโทษ ภิกษุทั้งหลายพึงถือเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตรตลอดชีวิต รูปใดยินดีกิจนิมนต์ รูปนั้นพึงต้องโทษ ภิกษุทั้งหลายพึงถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตรตลอดชีวิต รูปใดยินดีคหบดีจีวร รูปนั้นพึงต้องโทษ ภิกษุทั้งหลายพึงถือการอยู่โคนไม้เป็นวัตรตลอดชีวิต รูปใดเข้าอาศัยที่มุงที่บัง รูปนั้นพึงต้องโทษ ภิกษุทั้งหลายไม่พึงฉันปลาและเนื้อตลอดชีวิต รูปใดฉันปลาและเนื้อ รูปนั้นพึงต้องโทษ”

“พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า อย่าเลย เทวทัต ภิกษุใดปรารถนา ภิกษุนั้นจงถือการอยู่ป่าเป็นวัตร รูปใดปรารถนา จงอยู่ในบ้าน รูปใดปรารถนา จงถือเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร รูปใดปรารถนา จงยินดีกิจนิมนต์ รูปใดปรารถนา จงถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร รูปใดปรารถนา จงยินดีคหบดีจีวร เราอนุญาตโคนไม้เป็นเสนาสนะ ๘ เดือน เราอนุญาตปลาและเนื้อที่บริสุทธิ์โดยส่วนสาม คือ ไม่ได้เห็น ไม่ได้ยิน ไม่รังเกียจ”

การที่มีการถือเคร่งทางใดทางหนึ่งก็คงเป็นไปตามคำสอนของครูบาอาจารย์หนหลัง ในแง่หนึ่งก็เป็นการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ มุ่งลดกิเลส แต่ในอีกแง่หนึ่งก็เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนให้ปฏิบัติแบบนี้ ทางละกิเลสไม่ใช่การทรมานตนหรือดัดจริตผิดเพี้ยน แต่ให้มีศีล สมาธิ ปัญญาต่างหาก เราพึงฉุกคิดได้ด้วยว่า บางคนอาจอ้างตนว่า “ดีกว่า” เพื่อหวังทำลายหลักการของพุทธเรื่องทางสายกลาง และมุ่งยกตนข่มท่านแบบเทวทัตซึ่งเป็นอันตรายต่อพระพุทธศาสนา

จงฉุกคิดสังวรถึงพวกคนที่ชอบทำดี พูดดีให้ดูดีกว่าคนอื่น พวกนี้อาจเป็นปีศาจในคราบนักบุญ


อ้างอิง

บทสวดพิจารณาอาหาร http://www.trueplookpanya.com/true/ethic_detail.php?cms_id=18519

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ มหาวรรค ภาค ๒ https://cutt.ly/FrygIPa

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ มหาวิภังค์ ภาค ๒ https://cutt.ly/5ryfvEo

อนาถปิณฑิกเศรษฐี เอตทัคคะในฝ่ายผู้เป็นทายก http://www.84000.org/one/3/02.html

ธุดงค์ 13 พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม https://cutt.ly/qrygS2w

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒ เรื่องวัตถุ ๕ ประการ http://www.84000.org/tipitaka/book/v.php?B=7&A=3770&Z=3863

ตามข้อ

ที่มา : https://bit.ly/2Tj2v3C
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14 ม.ค. 20, 10:14 น โดย trebs5b » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม