หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: จักรวรรดินิยมจีนมาแล้ว  (อ่าน 4 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 3 ธ.ค. 20, 10:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

จักรวรรดินิยมจีนมาแล้ว
AREA แถลง ฉบับที่ 718/2563: วันพฤหัสบดีที่ 03 ธันวาคม 2563

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส sopon@area.co.th

ตอนนี้จีนแผ่อิทธิพลเข้ามาในประเทศไทยเป็นอย่างมาก หลายคนกลัวว่าไทยจะตกเป็นเมืองขึ้น (ทางเศรษฐกิจ) ของจีน ความจริงจะเป็นอย่างไร เรามาดูกัน จะได้เตรียมตัวถูก

เมื่อช่วงกลางปี 2563 ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตทท แอฟแฟร์ส (www.area.th) ได้เผยแพร่ผลสำรวจพบว่า เฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ยังมีต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลถึง 15% ของทั้งหมดที่ขายได้ในครึ่งแรกของปี และเชื่อว่าส่วนใหญ่ก็คงเป็นบริษัทหรือนักลงทุนจากประเทศจีน โดยพื้นที่ๆ นักลงทุนจีนสนใจได้แก่แถวใจกลางเมือง รัชดา-ลาดพร้าว บางนา-อุดมสุข เป็นต้น


ชาวจีนต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในเขตใจกลางเมืองหรือ Central Business District (CBD) และทำเลเด่นๆ อีกบางแห่ง เช่น บริเวณถนนรัชดา-ลาดพร้าว บริเวณอ่อนนุช-สุวรรรณภูมิ และบริเวณบางนา-เทพารักษ์ เพราะมีรถไฟฟ้าวิ่งผ่าน คนจีนคงเคยชินกับการใช้ระบบขนส่งมวลชน และเป็นเส้นทางไปสนามบินสุวรรณภูมิได้โดยง่าย ส่วนทำเลอื่นๆ ก็ไม่ได้เข้าไปอยู่มากนัก โดยเฉพาะย่านฝั่งธนบุรี แทบหาคนจีนหรือชาวต่างประเทศไปซื้อไม่ได้เลย เพราะห่างไกลความเจริญพื้นที่ใจกลางเมืองและพื้นที่ใกล้สนามบิน

การที่จีนแห่มาซื้อห้องชุดนี้อาจเป็นแค่จุดเริ่มต้นของการแผ่อิทธิพลของจีนเข้ามาในประเทศไทย แต่จีนมาแรงจริงๆ มีคนเคยตั้งคำถามว่า “เคยเห็นคนอเมริกันมาไล่ซื้อโรงแรม เกสต์เฮาส์ ขนาดเล็ก ไล่ซื้อมหาวิทยาลัยเอกชน ไล่ซื้ออาคารชุดไล่ซื้อที่การเกษตร ซื้อตึกแถวเปิดร้านอาหาร เปิดล้งรับซื้อผลไม้ เปิดบริษัททัวร์ เปิดกิจการแข่งกับคนไทยไหม ที่พูดมานี่คนจีนแผ่นดินใหญ่ทำทั้งหมด เราไม่กลัวจีนมายึดประเทศ แต่กลับปลุกกระแสกลัวอเมริกันมายึดประเทศ” ยิ่งกว่านั้นคนจีนมาสวมบัตรประชาชนคนไทยน่าจะมีจำนวนมหาศาล คนเหล่านี้กลายเป็นคนไทยไปแล้วโดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป ในต่างจังหวัด มีบ้านบางหลังมีคนชื่อเดียวกันนับร้อยคน บางคนก็สวมบัตรประชาชนคนตายเลยก็มี

คนจีนในสมัยก่อนที่มาพึ่งพระบรมโพธิสมภารนั้นเป็นอีกภาพหนึ่งที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เมื่อราว 100 ปีก่อน เกิดทุพภิกขภัยอดอยากแห้งแล้ง คนจีนโดยเฉพาะจีนตอนใต้ย้ายไปต่างประเทศมากมายโดยเฉพาะในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (ยุคนั้นหลังยุคคนจีนไปใช้แรงงานสร้างทางรถไฟในสหรัฐอเมริกา) จีนตอนนั้นมาแบบเสื่อผืนหมอนใบ หนีตายมาตั้งหลักแหล่งในต่างประเทศ และมีจำนวนมากที่หวังจะกลับไปบ้านเกิด แต่แล้วก็ตั้งรกรากในประเทศไทยเพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในจีนในปี 2492

แต่จีนยุคใหม่ที่มาไทยนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง จีนยุคใหม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสารพัดให้ไปตั้งรกราก ให้ไปขยายอิทธิพลในต่างประเทศ เช่นที่จีนเคยทำสำเร็จมาแล้วในซินเกียง และทิเบต แต่ละคนที่มาได้เงินติดกระเป๋ามาพอสมควร หรือมีวิสาหกิจจีนหนุนหลัง ไม่ใช่พวก “เสื่อผืนหมอนใบ” แบบร้อยปีก่อนแล้ว ทำให้การรุกทำธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นล้งสารพัดสินค้าไทย หรือการมาเปิดกิจการโรงแรม หรือธุรกิจบริการต่างๆ เช่น นายหน้าอสังหาริมทรัพย์เป็นไปอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้บางส่วนยังมาฝังตัวอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่มาเรียนมหาวิทยาลัยในประเทศไทยแล้ว

อันที่จริงจีนก็เคยเป็นมหาอำนาจที่ไทยต้องไป “จิ้มก้อง” มานานแล้ว จำได้ว่าตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยกรุงธนบุรีก็ยิ่งชัด สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น (ก่อนที่จักรวรรดินิยมในยุโรปเข้ามารุกรานไทย) จีนก็มีบทบาทอย่างมาก ยังมีภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ไทย ที่ทรงเครื่องทรง “ฮ่องเต้” มาตั้งแต่รัชกาลที่ 1-5 นี่แสดงว่าอิทธิพลของจีนยิ่งใหญ่กว่ายุคนี้เสียอีก ไม่แน่ว่าในอนาคตเมื่อจีนมีอิทธิพลเหนือการเมืองและเศรษฐกิจไทยยิ่งกว่าในยุคต้นของกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้นำไทยอาจใส่เครื่องเคราแบบจีนขึ้นมาอีกก็ได้

ที่น่าสังเกตอีกอย่างหนึ่งก็คือ นักธุรกิจชั้นนำชาวไทยเชื้อสายจีนที่ประสบความสำเร็จ ออกมาเชียร์จีนกันยกใหญ่ และดีใจมากที่ไทยจะมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจใกล้ชิดกับไทย ท่านเหล่านี้ย่อมต้องมีผลประโยชน์ทางธุรกิจกับประเทศจีน ไม่ใช่เพียงการเชียร์เพราะเป็นคนเชื้อชาติเดียวกัน ทั้งนี้หลายท่านก็ไปทำธุรกิจในจีนจนประสบความสำเร็จ ความเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนไทย-จีนเหล่านี้ ดูประหนึ่งว่าได้กลายเป็นตัวแทนของจีนในประเทศไทย มากกว่าจะเป็นนักธุรกิจไทยด้วยซ้ำ

ผมในฐานะนายกสมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์สากล (www.fiabci-thai.org) ได้ทราบจากนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์ว่า ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3/2563 นี้เป็นต้นมา จีนได้เข้าไปลงทุนซื้อห้องชุดในสิงคโปร์เพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน แต่เดิมจีนจะซื้อในเขตใจกลางเมือง แต่เดี๋ยวนี้ซื้อในเขตชานเมืองมากขึ้น นี่ขนาดว่าราคากลางของห้องชุดในสิงคโปร์เป็นเงินประมาณ 33 ล้านบาทไทย (ในขณะที่ไทยมีราคาเฉลี่ย 4.0 ล้านบาท) แถมต่างชาติที่ซื้อต้องเสียภาษีซื้อ 20-25% จีนยังมีซื้อกันใหญ่ ไทยเราไม่กำหนดราคาขั้นต่ำที่ซื้อได้ และแทบไม่ต้องเสียภาษี ก็เท่ากับว่าไทยเราปล่อยให้จีน “ซื้อกระจาย” ในขณะที่คนไทยหรือคนทั่วโลกไม่อาจไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ในจีน เพราะเขาให้คนจีนเองหรือใครก็ตามเช่าได้แค่ 70 ปีเท่านั้น

ตามพระราชบัญญัติอีอีซีของไทย เราเปิดโอกาสให้จีนเข้ามาทำธุรกิจบริการได้ โดยสามารถซื้อห้องชุดได้ 100% สามารถเช่าที่ดินได้ 99 ปี สามารถพาญาติโยมมาได้ สามารถใช้เงินสกุลของตนเองได้ และได้สิทธิประโยชน์อีกมากมาย ดังนั้นอสังหาริมทรัพย์ในภาคตะวันออกของไทยคงจะมีจีนมาซื้อมากกว่าชาติอื่น ในขณะเดียวกันชาติตะวันตก สแกนดิเนเวีย ญี่ปุ่น เกาหลีก็ทำท่าถอยห่างจากประเทศไทยไปยังอินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา ยิ่งทำให้จีนแทรกเข้ามาได้มากขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปร้านอาหารทั้งหลายต้องเขียนป้ายภาษาจีนเป็นสำคัญ ไม่ใช่ภาษาญี่ปุ่นหรือรัสเซียเช่นแต่ก่อนแล้ว

อาจกล่าวได้ว่าจีนไปประเทศทั่วโลกโดยครอบครองอสังหาริมทรัพย์ผ่านกระบวนการเช่าที่ดิน 99 ปี โดยเฉพาะในกัมพูชาและลาว และผ่านการรับสัมปทานต่างๆ เช่น ในศรีลังกา ปากีสถาน รวมทั้งการให้เงินกู้ ซึ่งประเทศผู้กู้อาจมีโอกาสกลายเป็นทาสเงินกู้ในอนาคตได้ แต่สำหรับในประเทศไทย จีนมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีอำนาจในประเทศไทย มีนักธุรกิจคนไทยเชื้อสายจีนเป็นหัวหอก จึงเชื่อว่าจีนจะมีอิทธิพลทางด้านอสังหาริมทรัพย์ในไทยเหนือชาติอื่นอื่นใดที่มาลงทุนในประเทศไทย

ไทยคงต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับจักรวรรดินิยมจีนอันยิ่งใหญ่ เพราะคงสู้รบปรบมือด้วยได้ยาก



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม