หน้า : พิมพ์หน้านี้ - มว.-รพ.จุฬาฯ–ม.ศิลปากร พัฒนานวัตกรรมรักษาโรคผิวหนังด้วยรังสียูวีจากแสงอาทิตย์

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ข่าวประชาสัมพันธ์ => ข้อความที่เริ่มโดย: prdelivery ที่ 9 ก.พ. 21, 14:46 น

มว.-รพ.จุฬาฯ–ม.ศิลปากร พัฒนานวัตกรรมรักษาโรคผิวหนังด้วยรังสียูวีจากแสงอาทิตย์


กระทู้: มว.-รพ.จุฬาฯ–ม.ศิลปากร พัฒนานวัตกรรมรักษาโรคผิวหนังด้วยรังสียูวีจากแสงอาทิตย์
เริ่มกระทู้โดย: prdelivery ที่ 9 ก.พ. 21, 14:46 น
(http://img.in.th/images/e4031b2050ca4bba4602c5d78eab4de4.jpg)


พุ่งเป้าการรักษาให้มีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากการรักษาด้วยยา และลดความแออัดของจำนวนผู้ป่วยที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5

ชี้ในอนาคตผู้ป่วยสามารถประยุกต์ใช้เครื่องต้นแบบมาตรวัดยูวีในการติดตามค่าความรับรังสียูวี เพื่อรักษาโรคสะเก็ดเงินด้วยตัวเองที่บ้านได้

ย้ำมาตรรังสียูวีสำหรับการวัดแสงอาทิตย์เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลถึงประสิทธิภาพของการรักษา

ฝ่ายมาตรวิทยาอุณหภูมิและแสง สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมมือกับหน่วยผิวหนัง ฝ่ายอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกันวิจัยเพื่อพัฒนาต้นแบบและวิธีการสอบเทียบมาตรรังสียูวี สำหรับการวัดรังสียูวีจากแสงอาทิตย์ เพื่อใช้ในการประเมินประสิทธิภาพสำหรับการรักษาโรคสะเก็ดเงินด้วยรังสียูวีจากแสงอาทิตย์ โดยมุ่งเน้นการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่เกิดจากการรักษาด้วยยา ลดความแออัดของจำนวนผู้มารับการรักษาในโรงพยาบาล ตลอดจนภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางผู้ป่วย

โรคผิวหนัง ถึงแม้ว่ามีความเสี่ยงต่ำที่จะก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ก็ก่อให้เกิดความรำคาญรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน มีผลต่อจิตใจ ความมั่นใจและบุคลิกภาพของผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “โรคสะเก็ดเงิน”  เมื่อป่วยเป็นโรคสะเก็ดเงิน ความรุนแรงของผื่นผิวหนังอักเสบจะเปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยที่มากระทบ โดยเฉพาะทุกวันนี้ที่สภาวพอากาศเต็มไปด้วยฝุ่นละออง PM2.5 อาจทำให้อาการของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินลุกลาม สร้างความทรมาน และเพิ่มความทุกข์ทางใจให้ผู้ป่วยได้

ที่ผ่านมา การรักษาโรคสะเก็ดเงินด้วยวิธีการฉายแสงอาทิตย์เทียมนั้นให้ผลทางการรักษาได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ยังคงมีข้อจำกัดหลายด้าน เช่น โรงพยาบาลที่เปิดให้บริการรักษาโรคสะเก็ดเงินด้วยเครื่องฉายแสงอาทิตย์เทียมทั่วประเทศมีเพียง 30 แห่งเท่านั้น ซึ่งนั่นกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้มีคิวรักษาที่ยาวนาน จึงทำให้มีผู้ป่วยสะสมเพิ่มมากขึ้น สร้างความแออัดให้กับพื้นที่ในโรงพยาบาล อีกทั้งอาจมีความเสี่ยงที่เกิดจากการรักษาหากเครื่องมือที่ใช้ไม่ได้มาตรฐาน ตลอดจนผู้ป่วยบางรายที่เป็นผู้มีรายได้ต่ำ ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่มากในการเดินทางเข้ามารักษาที่โรงพยาบาล

จากข้อจำกัดดังกล่าว ทางคณะนักวิจัย จากฝ่ายอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้ริเริ่มงานวิจัยเพื่อทดลองใช้แสงอาทิตย์ในการรักษาโรคสะเก็ดเงิน (Helio-therapy for anti-psoriasis treatment) ซึ่งจำเป็นต้องใช้มาตรรังสียูวี (UV meter) ในการตรวจวัดเพื่อหาค่าความรับรังสีที่มีประสิทธิผลต่อการรักษาโรคสะเก็ดเงิน (Anti-psoriasis effective UV irradiance measurement) ดังนั้นจึงได้เข้าหารือกับนักวิจัยจากฝ่ายมาตรวิทยาอุณหภูมิและแสง (มว.) เพื่อดำเนินการวิจัยร่วมกันโดยนำองค์ความรู้ด้านมาตรวิทยาสร้าง “นวัตกรรมต้นแบบมาตรวัดรังสียูวี” เพื่อตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาหรือข้อจำกัดที่มีมาก่อนหน้านั้น โดยทีมวิจัยจากทั้ง 3 หน่วยงานได้ร่วมกันออกแบบฟังก์ชั่นการทำงานของเครื่องเพื่อให้ครอบคลุมและเหมาะสมกับวิธีการรักษา


(http://img.in.th/images/652b33debbfaa3fcb0ce836e9ee686ab.jpg)


นอกจากฟังก์ชั่นการทำงานที่ตอบโจทย์การรักษาแล้ว วิธีการสอบเทียบมาตรรังสียูวีสำหรับการวัดแสงอาทิตย์นั้น เรียกได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลถึงประสิทธิภาพของการรักษา ซึ่งในเรื่องนี้ ทางทีมวิจัยจาก มว. ได้มีการพัฒนาต้นแบบมาตรวัดรังสียูวีมาตั้งแต่ปี 2563 (เริ่มโครงการ) โดยมีการเขียนซอฟต์แวร์ สร้างเครื่องมือค้นแบบและทำการสอบเทียบ (Calibration) เครื่องต้นแบบ ก่อนนำไปทดลองใช้จริงเพื่อให้ตรงกับความต้องการต่อการใช้งานและเพื่อสร้างความมั่นใจในการรักษา


(http://img.in.th/images/e2d68e6cf9e493a0c758033c534abde8.jpg)

 
อย่างไรก็ตาม เครื่องต้นแบบมาตรวัดรังสียูวียังอยู่ในช่วงของการพัฒนาเพื่อให้มีประสิทธิภาพ และสะดวกกับการใช้งาน ทาง มว. ได้มีแผนพัฒนาเครื่องต้นแบบดังกล่าวให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ประมวลผลให้สามารถส่งข้อมูลการวัดแบบไร้สาย (Wireless transfer data) ผ่านระบบ Wi-Fi เพื่อนำข้อมูลขึ้นเว็บไซต์อย่างทันท่วงที (Semi-real time) ซึ่งจะทำให้แพทย์ ผู้ป่วยหรือประชาชน หรือนักวิจัย สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทันที


ในอนาคตจะมีการประยุกต์ใช้เครื่องต้นแบบมาตรวัดยูวีมาเป็นอุปกรณ์ที่ผู้ป่วยสามารถนำมาใช้ในการติดตามค่าความรับรังสียูวี เพื่อทำการรักษาโรคสะเก็ดเงินด้วยตัวเองที่บ้านได้ ซึ่งจะช่วยลดความแออัดของพื้นที่ในโรงพยาบาล ลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาตลอดจนค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการเดินทางไปโรงพยาบาล แต่ทั้งนี้ยังคงต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตการวางแผนรักษาและการให้คำแนะนำในการรักษาโดยแพทย์ผิวหนังที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

รายชื่อนักวิจัย
หน่วยผิวหนัง ฝ่ายอายุรศาตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
อ.พญ.ไอณภัค บุญทวียุวัฒน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้แสงในการรักษาโรคทางผิวหนัง
คุณจารุวรรณ เพิ่มเจริญ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์

ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
ผศ.ดร.สุมามาลย์ บันเทิง
ผศ.ดร.สมเจตน์ ภัทรพานิชชัย

ฝ่ายมาตรวิทยาอุณหภูมิและแสง สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ  (มว.)  กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) 
นายพลวัฒน์ จำปาเรือง
นายชยุฒม์ เจริญกิจ
นายพิเชษฐ์ วงษ์นุช
นางสาวจารุวรรณ พรมสิงห์