หน้า : พิมพ์หน้านี้ - บริหารจัดการและกระจายฉีดวัคซีน ส่งผลความเชื่อมั่นนักลงทุนดิ่ง เศรษฐกิจติดลบ

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ห้องข่าว => ข้อความที่เริ่มโดย: blackholedell ที่ 3 ส.ค. 21, 17:54 น

บริหารจัดการและกระจายฉีดวัคซีน ส่งผลความเชื่อมั่นนักลงทุนดิ่ง เศรษฐกิจติดลบ


กระทู้: บริหารจัดการและกระจายฉีดวัคซีน ส่งผลความเชื่อมั่นนักลงทุนดิ่ง เศรษฐกิจติดลบ
เริ่มกระทู้โดย: blackholedell ที่ 3 ส.ค. 21, 17:54 น
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ประจำเดือนกรกฎาคม 2564 พบว่า ดัชนีในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยู่ในเกณฑ์ซบเซา ที่ระดับ 64.37 ปรับตัวลดลง 39.3% จากเกณฑ์ทรงตัวในเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือน ที่ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ตกลงมาอยู่ในเกณฑ์ซบเซา ซึ่งค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะความเชื่อมั่นของนักลงทุนขณะนี้ต่ำมากๆ แล้ว

เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา ตลาดคาดหวังว่า รัฐบาลจะสามารถบริหารจัดการและกระจายฉีดวัคซีนได้ดี และเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลต้า จะไม่ได้แพร่ระบาดสาหัสมากนัก ทำให้ภาพขณะนี้ที่ไม่เป็นไปตามคาดการณ์ไว้ ก็ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น โดยปัจจัยลบที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด คือ การระบาดโควิด-19 ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น แต่หลายประเทศยังโชคดีที่สามารถฉีดวัคซีนได้มากแล้ว ขณะที่ประเทศไทยยังคงกระจายฉีดวัคซีนได้ไม่มากนัก ซึ่งยังไม่เห็นแนวโน้มที่รัฐบาลจะสามารถควบคุมการระบาดได้ จึงยกระดับมาตรการล็อกดาวน์ และเพิ่มจังหวัดควบคุมเข้มข้นหรือสีแดงเข้มเป็น 29 จังหวัด ทำให้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจมีมากขึ้น ส่วนปัจจัยบวกที่คาดหวังคือ การเร่งฉีดวัคซีนให้กับคนในประเทศ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้นเร็วที่สุด และนโยบายของภาครัฐ

“หากมีการฉีดวัคซีนในประเทศได้ตามที่คาดหวังไว้ ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสในการดีดตัวขึ้น (รีบาวด์) ได้ แต่ในระยะสั้นๆ 1-2 เดือนนี้ คาดว่าจะเป็นไปได้ยาก เพราะการฉีดวัคซีนที่ผ่านมา ยังเห็นบางวันฉีดได้แค่หลัก 7-8 หมื่นคนเท่านั้น ส่วนบางวันก็เห็นฉีดได้หลัก 4 แสนคน ซึ่งมองว่าหากสามารถบริหารให้ฉีดวันซีนในหลัก 4-5 แสนคนต่อวันได้ จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนมากขึ้น โดยมองว่าการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ คงเป็นไปไม่ได้แล้วในปีนี้ บวกกับการล็อกดาวน์ที่ยาวนานขึ้น และเพิ่มเป็น 29 จังหวัด ทำให้ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ โอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะถดถอยมีสูงมาก โดยคาดว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ครึ่งปีหลังจะติดลบ 0.4% แต่ทั้งปี 2564 จีดีพียังสามารถบวกได้ที่ 0.6% เพราะคาดว่าตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 2/2564 จะบวกได้ 6-7% จากฐานที่ต่ำมากๆ ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า” นายไพบูลย์ กล่าว

โดยแนวโน้มระยะต่อไป เป้าหมายดัชนีสิ้นปี 2564 ประเมินว่า ดัชนีมีโอกาสที่จะแตะระดับ 1,600 จุดได้อีก หากไตรมาส 4/2564 เศรษฐกิจจะสามารถกลับมาฟื้นตัวได้ เพราะคุมการระบาดได้ในไตรมาส 3 นี้ แต่โอกาสที่ดัชนีทะลุระดับ 1,600 จุดสูงกว่านี้คงยาก

https://www.thaipost.net/main/detail/112067