หน้า : 1  พิมพ์หน้านี้ - แนวทางไหน ... ดีกว่ากัน???

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ห้องข่าว => ข้อความที่เริ่มโดย: lo ที่ 14 พ.ย. 10, 15:46 น

แนวทางไหน ... ดีกว่ากัน???


กระทู้: แนวทางไหน ... ดีกว่ากัน???
เริ่มกระทู้โดย: lo ที่ 14 พ.ย. 10, 15:46 น
จากกรณีผู้ประกอบการโรงแรมและร้านค้าภายในซอยสุขุมวิท 31 ภายในซอยบ้านพักของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องเดือดร้อนทำมาค้าขายไม่ได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทั้งทหารและตำรวจ สนธิกำลังกันอารักขารักษาความปลอดภัยบ้านนายกฯอย่างเข้มงวด จนกระทบต่อธุรกิจไม่มีลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการ  และรอวันเจ๊ง ต้องขอความช่วยเหลือจากนายกรัฐมนตรี ตามที่มีข่าวออกไปแล้วนั้นต่อมาเมื่อวันที่ 13 พ.ย. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจธุรกิจต่างๆ ภายในซอยสุขุมวิท 31 ซอยบ้านพักของนายอภิสิทธิ์ ตลอดตั้งแต่ต้นซอยจนถึงท้ายซอย พบว่าตลอดซอยมีทหาร  ตำรวจ  ถืออาวุธสงครามครบมือ คอยอารักขารักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ขณะที่ธุรกิจประเภทให้บริการได้รับผลกระทบอย่างหนัก ไม่ได้มีเฉพาะโรงแรม ตามที่เป็นข่าวเท่านั้น หากยังมีร้านอาหาร อพาร์ตเมนต์ให้เช่า ร้านสปา และธุรกิจบริการอื่นๆ ต่างก็ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน  เพราะลูกค้าชาวต่างชาติที่ส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 85 เป็นชาวญี่ปุ่นและเกาหลี ไม่กล้าเข้ามาใช้บริการ  เนื่องจากกลัวในเรื่องของความไม่ปลอดภัย และการเข้า-ออก ที่ไม่สะดวก  
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายอนันต์ หะยีมะสาและ ผู้จัดการโรงแรมเดอะยูโร แกรนด์ โฮเต็ล ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามบ้านนายกฯว่า โรงแรมได้รับความเดือดร้อนมาตลอดตั้งแต่นายอภิสิทธิ์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะมีทหาร ตำรวจถืออาวุธสงครามครบมือเข้ามาอารักขารักษาความปลอดภัย บริเวณหน้าบ้านนายกฯตรงข้ามกับโรงแรม จนทำให้ลูกค้าชาวญี่ปุ่นไม่มีใครกล้าที่จะเข้ามาพัก ทำให้รายได้ของโรงแรมลดลงอย่างน่าตกใจ จากรายได้ เดือนละ 1-2 ล้านบาท ตอนนี้เหลือเพียงเดือนละ 2-3 แสนบาท  บางวันมีรายได้เข้าเพียงวันละ 100-200 บาทเท่านั้น ทั้งนี้ ไม่ใช่แต่เพียงโรงแรมเราเท่านั้น แต่ธุรกิจภายในซอยนี้ได้รับผลกระทบกันทั้งหมด
นายอนันต์กล่าวอีกว่า ทางโรงแรมเคยยื่นขอความ ช่วยเหลือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง ตั้งแต่ก่อนมีการชุมนุมของคนเสื้อแดง แต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ จนต้องขึ้นป้ายเรียกร้องกับนายกฯ และเป็นข่าว ต่อมาทาง บช.น. โทรศัพท์มาขอความร่วมมือให้เอาป้ายออก และมีเจ้าหน้าที่จากสำนักนายกรัฐมนตรี เข้ามาสอบถามข้อมูล  ตนได้ขอให้ลดกำลังเจ้าหน้าที่อารักขาลง และขอไม่ให้ปิดถนน และคนที่มาก็รับปากว่าจะดำเนินการให้ แต่จนมาถึงวันนี้ยังไม่มีการดำเนินอะไร หลังจากนี้คงต้องดูไประยะหนึ่งก่อนว่า จะมีใครเข้ามาช่วยเหลืออย่างไรบ้าง หากไม่มีความคืบหน้าอีก หรือยังไม่มีการดำเนินการใดๆ เหมือนกับที่ผ่านมา ทางโรงแรมได้ทำป้ายผ้าขนาดใหญ่ เพื่อเตรียมเรียกร้องกับนายกฯไว้แล้ว และจะขึ้นป้ายในวันที่ 19 พ.ย.นี้แน่นอน

สรุป คือ กิจการต่างๆ ควรปิดกิจการ ??? รึว่า นายกฯ ย้ายที่พักชั่วคราว ??? แนวทางไหนดีกว่ากัน


กระทู้: แนวทางไหน ... ดีกว่ากัน???
เริ่มกระทู้โดย: lo (To be con.) ที่ 15 พ.ย. 10, 20:10 น
จากกรณีผู้ประกอบการโรงแรมและร้านค้าภายในซอยสุขุมวิท 31 ภายในซอยบ้านพักของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องเดือดร้อนทำมาค้าขายไม่ได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทั้งทหารและตำรวจ สนธิกำลังกันอารักขารักษาความปลอดภัยบ้านนายกฯอย่างเข้มงวด จนกระทบต่อธุรกิจไม่มีลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการ  และรอวันเจ๊ง ต้องขอความช่วยเหลือจากนายกรัฐมนตรี ตามที่มีข่าวออกไปแล้วนั้นต่อมาเมื่อวันที่ 13 พ.ย. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจธุรกิจต่างๆ ภายในซอยสุขุมวิท 31 ซอยบ้านพักของนายอภิสิทธิ์ ตลอดตั้งแต่ต้นซอยจนถึงท้ายซอย พบว่าตลอดซอยมีทหาร  ตำรวจ  ถืออาวุธสงครามครบมือ คอยอารักขารักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ขณะที่ธุรกิจประเภทให้บริการได้รับผลกระทบอย่างหนัก ไม่ได้มีเฉพาะโรงแรม ตามที่เป็นข่าวเท่านั้น หากยังมีร้านอาหาร อพาร์ตเมนต์ให้เช่า ร้านสปา และธุรกิจบริการอื่นๆ ต่างก็ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน  เพราะลูกค้าชาวต่างชาติที่ส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 85 เป็นชาวญี่ปุ่นและเกาหลี ไม่กล้าเข้ามาใช้บริการ  เนื่องจากกลัวในเรื่องของความไม่ปลอดภัย และการเข้า-ออก ที่ไม่สะดวก  
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายอนันต์ หะยีมะสาและ ผู้จัดการโรงแรมเดอะยูโร แกรนด์ โฮเต็ล ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามบ้านนายกฯว่า โรงแรมได้รับความเดือดร้อนมาตลอดตั้งแต่นายอภิสิทธิ์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะมีทหาร ตำรวจถืออาวุธสงครามครบมือเข้ามาอารักขารักษาความปลอดภัย บริเวณหน้าบ้านนายกฯตรงข้ามกับโรงแรม จนทำให้ลูกค้าชาวญี่ปุ่นไม่มีใครกล้าที่จะเข้ามาพัก ทำให้รายได้ของโรงแรมลดลงอย่างน่าตกใจ จากรายได้ เดือนละ 1-2 ล้านบาท ตอนนี้เหลือเพียงเดือนละ 2-3 แสนบาท  บางวันมีรายได้เข้าเพียงวันละ 100-200 บาทเท่านั้น ทั้งนี้ ไม่ใช่แต่เพียงโรงแรมเราเท่านั้น แต่ธุรกิจภายในซอยนี้ได้รับผลกระทบกันทั้งหมด
นายอนันต์กล่าวอีกว่า ทางโรงแรมเคยยื่นขอความ ช่วยเหลือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง ตั้งแต่ก่อนมีการชุมนุมของคนเสื้อแดง แต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ จนต้องขึ้นป้ายเรียกร้องกับนายกฯ และเป็นข่าว ต่อมาทาง บช.น. โทรศัพท์มาขอความร่วมมือให้เอาป้ายออก และมีเจ้าหน้าที่จากสำนักนายกรัฐมนตรี เข้ามาสอบถามข้อมูล  ตนได้ขอให้ลดกำลังเจ้าหน้าที่อารักขาลง และขอไม่ให้ปิดถนน และคนที่มาก็รับปากว่าจะดำเนินการให้ แต่จนมาถึงวันนี้ยังไม่มีการดำเนินอะไร หลังจากนี้คงต้องดูไประยะหนึ่งก่อนว่า จะมีใครเข้ามาช่วยเหลืออย่างไรบ้าง หากไม่มีความคืบหน้าอีก หรือยังไม่มีการดำเนินการใดๆ เหมือนกับที่ผ่านมา ทางโรงแรมได้ทำป้ายผ้าขนาดใหญ่ เพื่อเตรียมเรียกร้องกับนายกฯไว้แล้ว และจะขึ้นป้ายในวันที่ 19 พ.ย.นี้แน่นอน

สรุป คือ กิจการต่างๆ ควรปิดกิจการ ??? รึว่า นายกฯ ย้ายที่พักชั่วคราว ??? แนวทางไหนดีกว่ากัน

คำตอบ ปิดกิจการ ... ทำไม? โปรดติดตามตอนต่อไป ... q*004


กระทู้: แนวทางไหน ... ดีกว่ากัน???
เริ่มกระทู้โดย: lo (ต้นทุน) ที่ 16 พ.ย. 10, 09:26 น
คำตอบ ปิดกิจการ ... ทำไม? โปรดติดตามตอนต่อไป ... q*004
มองดูประเด็นเดียว ก็พอ ... ต้นทุนทางสังคม

ระหว่าง ตัวต้นเหตุ กับ ผู้ได้รับผลกระทบ

แบบนี้ พอมองกันออกไหม คร้าบ q*013


กระทู้: แนวทางไหน ... ดีกว่ากัน???
เริ่มกระทู้โดย: lo (ใครตัดสิน) ที่ 16 พ.ย. 10, 10:40 น
มองดูประเด็นเดียว ก็พอ ... ต้นทุนทางสังคม

ระหว่าง ตัวต้นเหตุ กับ ผู้ได้รับผลกระทบ

แบบนี้ พอมองกันออกไหม คร้าบ q*013

ต้นทุนทางสังคม ... ขึ้นอยู่กับว่า ใครมอง???

เอกชนมอง ... ถ้าเห็นว่า ต้นทุนเพิ่ม ... เขาก็จะพยายามคิดทำ คิดแก้ ... เพื่อคืนให้สังคม เพราะ ภาพลักษณ์มันเสีย

ประชาชนมอง ... มักจะพยายามเรียกร้อง รึ ให้ ... whatever ที่ต้องการ

หน่วย รปภ.มอง ... ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น แม้ว่าจะมีสมอง มีปัญญา เพราะ ต้องทำตามสั่ง

แบบที่เกริ่น มันขึ้นอยู่กับว่า ใคร เขาชื่อไร ตำแหน่งใด อยู่ในสถานะอะไรในสังคม ... เพราะ มันจะบอกดีกรีของต้นทุนและมูลค่าต้นทุน

สุดท้าย ... มันอยู่ที่จิตสำนึกของคน ว่า ...!!!!!!!!!!!!


กระทู้: แนวทางไหน ... ดีกว่ากัน???
เริ่มกระทู้โดย: lo (ชัดเจนขึ้น) ที่ 16 พ.ย. 10, 15:12 น
ต้นทุนทางสังคม ... ขึ้นอยู่กับว่า ใครมอง???

เอกชนมอง ... ถ้าเห็นว่า ต้นทุนเพิ่ม ... เขาก็จะพยายามคิดทำ คิดแก้ ... เพื่อคืนให้สังคม เพราะ ภาพลักษณ์มันเสีย

ประชาชนมอง ... มักจะพยายามเรียกร้อง รึ ให้ ... whatever ที่ต้องการ

หน่วย รปภ.มอง ... ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น แม้ว่าจะมีสมอง มีปัญญา เพราะ ต้องทำตามสั่ง

แบบที่เกริ่น มันขึ้นอยู่กับว่า ใคร เขาชื่อไร ตำแหน่งใด อยู่ในสถานะอะไรในสังคม ... เพราะ มันจะบอกดีกรีของต้นทุนและมูลค่าต้นทุน

สุดท้าย ... มันอยู่ที่จิตสำนึกของคน ว่า ...!!!!!!!!!!!!

ดังที่เกริ่นไว้ถึง "ต้นทุนทางสังคม" เกรงว่า จะมีคนไม่เข้าใจ มันไปเกี่ยวอะไรกับ การอารักขาบุคคลสำคัญ
เอาง่ายๆ เมื่อมีเหตุเกิดขึ้น อันเป็นผลมาจาก ตัวต้นเหตุ แต่ผู้ได้รับผลกระทบเชิงลบ (จากเหตุที่เกิดขึ้น) เป็นอีกบุคคลหนึ่ง (รึ บุคคลอื่น) ฉะนั้น ความสูญเสีย (ผลกระทบเชิงลบ) ที่เกิดขึ้นกับสังคม อันเนื่องมาจากการประทำใดการกระทำหนึ่ง จึงถือเป็น "ต้นทุนทางสังคม ..." พอเข้าใจ๋ (อธิบายไปไปมามา ชัก งง เอง) ... เอาเป็นว่า ถือว่าเข้าใจก็แล้วกัน (สรุปง่ายดีจัง) ... โดย สากล ย่อมจะต้องลดต้นทุนทางสังคม โดยอาจจะต้องชดเชย ส่วนของต้นทุนทางสังคมที่เพิ่มขึ้น ให้กับ ผู้ได้รับผลกระทบตามต้นทุนที่เกิดขึ้น (งง อีกแล้ว) ... อย่างที่กล่าว มันอยูที่จิตสำนึกของคน ที่จะยอมจ่าย ชดเชย รึไม่ .....


กระทู้: แนวทางไหน ... ดีกว่ากัน???
เริ่มกระทู้โดย: lo (ออกฟอด) ที่ 17 พ.ย. 10, 22:39 น
ดังที่เกริ่นไว้ถึง "ต้นทุนทางสังคม" เกรงว่า จะมีคนไม่เข้าใจ มันไปเกี่ยวอะไรกับ การอารักขาบุคคลสำคัญ
เอาง่ายๆ เมื่อมีเหตุเกิดขึ้น อันเป็นผลมาจาก ตัวต้นเหตุ แต่ผู้ได้รับผลกระทบเชิงลบ (จากเหตุที่เกิดขึ้น) เป็นอีกบุคคลหนึ่ง (รึ บุคคลอื่น) ฉะนั้น ความสูญเสีย (ผลกระทบเชิงลบ) ที่เกิดขึ้นกับสังคม อันเนื่องมาจากการประทำใดการกระทำหนึ่ง จึงถือเป็น "ต้นทุนทางสังคม ..." พอเข้าใจ๋ (อธิบายไปไปมามา ชัก งง เอง) ... เอาเป็นว่า ถือว่าเข้าใจก็แล้วกัน (สรุปง่ายดีจัง) ... โดย สากล ย่อมจะต้องลดต้นทุนทางสังคม โดยอาจจะต้องชดเชย ส่วนของต้นทุนทางสังคมที่เพิ่มขึ้น ให้กับ ผู้ได้รับผลกระทบตามต้นทุนที่เกิดขึ้น (งง อีกแล้ว) ... อย่างที่กล่าว มันอยูที่จิตสำนึกของคน ที่จะยอมจ่าย ชดเชย รึไม่ .....

พวกจบจาก ฟอร์ด ฟอร์ด มันจะรู้??? ... ถ้าไม่ get สังสัยว่า คงได้แค่ใบ cer  q*013 ... มิงั้น เอาใบ ปรินยา ไปต้ม แล้วดื่มแทนเบีย ... รึ ตำราเรียน คงเก่าเก็บ q*020