หน้า : พิมพ์หน้านี้ - หัวเว่ย ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ที่งาน Mobile World Congress Shanghai 2016

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ห้องข่าว => ข้อความที่เริ่มโดย: prdelivery ที่ 1 ก.ค. 16, 14:32 น

หัวเว่ย ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ที่งาน Mobile World Congress Shanghai 2016


กระทู้: หัวเว่ย ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ที่งาน Mobile World Congress Shanghai 2016
เริ่มกระทู้โดย: prdelivery ที่ 1 ก.ค. 16, 14:32 น
หัวเว่ย ร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์ นำเสนอความร่วมมือที่เปิดกว้างในงาน  Mobile World Congress Shanghai 2016

เซี่ยงไฮ้--30 มิ.ย.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          - ผลักดันทั่วโลกพลิกโฉมธุรกิจไปสู่ดิจิตอล ด้วยระบบนิเวศทางดิจิตอลที่แข็งแกร่ง

          ในสัปดาห์นี้ที่งาน Mobile World Congress Shanghai (MWC Shanghai) 2016 หัวเว่ยจะเผยมุมมองเกี่ยวกับยุคแห่งการเชื่อมต่อเต็มรูปแบบ ซึ่งขับเคลื่อนโดยการเปิดกว้าง ความร่วมมือ และความสำเร็จร่วมกัน หัวเว่ย ซึ่งเป็นพันธมิตรระดับแพลตินัมของงาน จะอธิบายกลยุทธ์ในการเร่งการพลิกโฉมธุรกิจสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงแนวทางในการร่วมมือกับผู้ที่มีบทบาทในอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลที่กำลังเฟื่องฟู

          พัฒนาการที่ก้าวไกลไปอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมมือถือ นำไปสู่การเชื่อมต่อในทุกหนแห่งจนสามารถเปลี่ยนโลกทัศน์ของเรา เปลี่ยนแนวทางการดำเนินธุรกิจ และพลิกรูปแบบการบริหารเมืองและประเทศต่างๆ อินเทอร์เน็ตกำลังแผ่ขยายอาณาเขตไปทั่วโลก จึงถึงเวลาแล้วที่ผู้ให้บริการต้องคิดใหม่เกี่ยวกับธุรกิจหลัก และกำหนดบทบาทของตนเองในโลกแห่งการเชื่อมต่อ หัวเว่ยเชื่อว่าผู้ให้บริการเครือข่ายจะนำไปสู่ห่วงโซคุณค่า และจะเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สำคัญจากการพลิกโฉมธุรกิจไปสู่ดิจิตอล

          "ปัจจุบัน Internet of Things (IoT) และเทคโนโลยีคลาวด์เข้าสู่ช่วงเติบโตเต็มที่ ขณะที่วิดีโอกลายเป็นช่องทางหลักในการสื่อสาร การพลิกโฉมธุรกิจไปสู่ดิจิตอลจึงกลายเป็นประเด็นที่ทุกอุตสาหกรรมและรัฐบาลให้ความสำคัญ สำหรับปัจจัยที่กำหนดยุคใหม่นี้ ได้แก่ การทำงานร่วมกันระหว่างอุตสาหกรรมผ่านการเชื่อมต่อถึงกันอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขณะเดียวกัน แม้การปฏิวัติและวิวัฒนาการของโมเดลธุรกิจจะสะท้อนให้เห็นความท้าทายมากมาย แต่ก็นำไปสู่โอกาสมหาศาลเช่นกัน" โซว จือเหล่ย ประธาน Carrier Business Group ของหัวเว่ยกล่าว "หัวเว่ยเว่ยมุ่งมั่นที่ผลักดันขอบเขตของเทคโนโลยีที่รองรับอนาคตให้ไกลออกไป และพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งร่วมกับหุ้นส่วนของเรา เพื่อมอบการสนับสนุนที่รอบด้านให้แก่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมทั่วโลก เพื่อที่จะได้พลิกโฉมธุรกิจไปสู่ดิจิตอลและประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจ"

          สำหรับธีมของหัวเว่ยสำหรับงาน MWC Shanghai ปีนี้ ได้แก่ "Open ROADS to a Better Connected World" โดยหัวเว่ยจะเป็นเจ้าภาพเดี่ยวหรือเป็นเจ้าภาพร่วมกับ GSMA ในการประชุมอภิปราย การประชุมระดับผู้นำ และการประชุมย่อยหลายงานซึ่งเป็นที่รู้จักแพร่หลาย โดยผู้เชี่ยวชาญของหัวเว่ยจะมาแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเทรนด์เทคโนโลยี โมเดลธุรกิจ และความคืบหน้าในการพัฒนาระบบนิเวศในด้านหลักๆ อาทิ 5G วิดีโอมือถือ และ IoT หัวเว่ยได้ตั้งเป้าว่า การอภิปรายเชิงลึกเหล่านี้จะช่วยผู้ให้บริการเร่งกระบวนการพลิกโฉมธุรกิจไปสู่ดิจิตอลและเปลี่ยนแปลงบทบาทของตนเองในแง่เศรษฐกิจและอุตสาหกรรม

          เพื่อสนับสนุนให้ผู้บริการพลิกโฉมธุรกิจไปสู่ดิจิตอล หัวเว่ยจึงได้ต่อยอดนวัตกรรมโดยยึดข้อมูลเชิงลึกที่ได้รวบรวมมา เกี่ยวกับความจำเป็นด้านธุรกิจและเทคโนโลยีที่เป็นตัวผลักดันกลยุทธ์ดิจิตอลของผู้ให้บริการ เป้าหมายของหัวเว่ยคือมอบบริการและการสนับสนุนอย่างครอบคลุมทั่วถึงใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ ธุรกิจ การดำเนินงาน สถาปัตยกรรม และเครือข่าย

          การสำรวจบริการดิจิตอลคือเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของหัวเว่ยในการสนับสนุนผู้ให้บริการพลิกโฉมธุรกิจ ซึ่งการที่จะบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ได้อย่างประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับนวัตกรรมของธุรกิจดิจิตอลใหม่ใน 3 ด้านหลัก คือบริการวิดีโอ IoT และคลาวด์ หัวเว่ยผลักดันให้มีการใช้มาตรฐาน U-vMOS เพื่อสร้างประสบการณ์รับชมวิดีโอที่เหนือชั้น บริษัทจะสร้างระบบนิเวศวิดีโอที่เกิดจากการร่วมมือของหลายฝ่าย เพื่อช่วยให้ผู้ให้บริการนำเสนอบริการวิดีโอที่มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดเพื่อผู้ใช้งาน หัวเว่ยได้ดำเนินกลยุทธ์ "1+2+1" ซึ่งเปิดทางให้บริษัทได้พัฒนาโซลูชั่นธุรกิจแบบครบวงจรสำหรับสถานการณ์ที่มีการใช้งาน IoT เป็นหลัก อาทิ รถที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ สมาร์ทโฮม และการใช้งาน Narrow-band IoT (NB-IoT) สำหรับอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ ซึ่งช่วยให้ผู้บริการเครือข่ายได้เจาะตลาด IoT ซึ่งยังไม่มีใครเข้าไปมากนักเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆทางธุรกิจ ในส่วนของตลาดบริการคลาวด์ หัวเว่ยได้นำเสนอโซลูชั่น ICT ครบวงจรที่มาพร้อมพลังประสิทธิภาพของคลาวด์และเครือข่าย เพื่อช่วยให้ผู้ให้บริการกำหนดจุดยืนในการนำบริการ B2B มาเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตในยุคดิจิตอลได้ดีขึ้น

          หัวเว่ยเข้าใจในความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานไปสู่ดิจิตอลของผู้ให้บริการโทรคมนาคมทั่วโลก เพื่อตอบสนองในเรื่องดังกล่าว บริษัทจึงได้เปิดตัว Telco OS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการดิจิตอลล้ำยุคระบบแรกของอุตสาหกรรม รวมทั้งยังได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรรายอื่นๆในอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศสำหรับธุรกิจดิจิตอล และเพื่อช่วยทำให้การดำเนินงานดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบกลายเป็นจริง ด้วยการนำเสนอเครือข่าย BEST (beneficial: เป็นประโยชน์, efficient: มีประสิทธิภาพ, service-oriented: มุ่งเน้นบริการ และ transformative: เปลี่ยนแปลงได้) ตามการรับรู้ของผู้ใช้ที่ช่วยขับเคลื่อนมูลค่าการดำเนินงาน หัวเว่ยจะช่วยผู้ให้บริการโทรคมนาคมเสริมศักยภาพการแข่งขันของตนเองในตลาด ผ่านทางบริการเสียงและวิดีโอที่มีคุณภาพสูง รวมทั้งการบริหารจัดการประสบการณ์ลูกค้าที่มีประสิทธิภาพ

          เครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐานยังคงเป็นทรัพย์สินที่สำคัญของผู้ให้บริการโทรคมนาคม แต่ผู้ให้บริการกำลังได้รับแรงกดดันเพิ่มขึ้นในการทำให้เครือข่ายของตนเปลี่ยนแปลงไปสู่เครือข่าย ICT ที่บรรจบกันได้ทุกหนทุกแห่ง เพื่อให้ตอบรับกับความต้องการในยุคเศรษฐกิจดิจิตอล และเพื่อรับรองศักยภาพการแข่งขันในอนาคตของตนเองในยุคอินเทอร์เน็ต ในส่วนของเครือข่ายเคลื่อนที่นั้น หัวเว่ยใช้เทคโนโลยี 5G และ 4.5G เพื่อให้บริการลูกค้าด้วยความเร็วสูงถึง 1 Gbit/s และช่วยผู้ให้บริการเสริมความแข็งแกร่งในการนำเสนอบริการบรอดแบนด์มือถือ การขยายบริการไปยังภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรมแนวดิ่ง และช่วยให้มีการใช้งาน IoT รูปแบบใหม่ๆ ทั้งนี้ เนื่องจากเครือข่ายโทรศัพท์พื้นฐานและโทรศัพท์เคลื่อนที่ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นมากกว่าที่เคย หัวเว่ยจะให้การสนับสนุนผู้ให้บริการในการบรรลุเป้าหมายการให้บริการเต็มรูปแบบ ครบวงจร และขับเคลื่อนโดย FMC 2.0 เพื่อเปิดโอกาสทางธุรกิจเพิ่มเติม ขณะที่ผู้ให้บริการได้เริ่มพัฒนา Network 2020 ซึ่งเป็นกลยุทธ์เปลี่ยนแปลงเครือข่ายรองรับอนาคต เพื่อยกระดับความคล่องตัวและประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ในฐานะผู้บุกเบิกและนักปฏิบัติเชิงรุกในด้าน SDN และ NFV หัวเว่ยจะทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่าย เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของเครือข่ายที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์ และช่วยคิดค้นนวัตกรรมการบริการที่แปลกใหม่ได้เร็วขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างครอบคลุมสำหรับเครือข่ายของผู้ให้บริการ