หน้า : พิมพ์หน้านี้ - ยาเพร็พ PREP และยาเป๊ป PEP กัน/แก้เอชไอวี

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => คลับสุขภาพ => ข้อความที่เริ่มโดย: veerakran ที่ 22 ธ.ค. 18, 00:28 น

ยาเพร็พ PREP และยาเป๊ป PEP กัน/แก้เอชไอวี


กระทู้: ยาเพร็พ PREP และยาเป๊ป PEP กัน/แก้เอชไอวี
เริ่มกระทู้โดย: veerakran ที่ 22 ธ.ค. 18, 00:28 น
ยาเพร็พ PrEP และยาเป๊ป PEP กัน/แก้เอชไอวี

สิ่งแรกที่ต้องทำหลังจากเผชิญหน้ากับความเสี่ยงมาคือ “ตั้งสติ” จึงจะเกิด “ปัญญา” ซึ่งในปัจจุบันผู้ที่เผชิญความเสี่ยงจากการติดเชื้อเอชไอวีสามารถทานยาเป๊ป เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะลดความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวี โดยนายแพทย์วัชระ พุ่มประดิษฐ์ ที่ปรึกษามูลนิธิแพธทูเฮลท์ ประเทศไทย (PATH : path2health foundation) ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยาเป๊ปเอาไว้ว่า

ยาเป๊ป (PEP ย่อมาจาก Post-Exposure Prophylaxis) คือ ยาต้านไวรัส สำหรับผู้ที่เพิ่งผ่านการสัมผัสกับความเสี่ยงที่จะติดเชื้อเอชไอวี เช่น มีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน ถุงยางที่ใช้เกิดฉีกขาด หรือใช้เข็มร่วมกับผู้อื่น โดยจำเป็นจะต้องทานให้เร็วที่สุดภายใน 72 ชั่วโมง และต้องทานติดต่อกันประมาณ 1 เดือน

นอกจากนี้ยังมียาเพร็พ (PrEP ย่อมาจาก PreExposure Prophylaxis) ที่เป็นอีกหนึ่งตัวยาสำคัญที่สามารถป้องกันเชื้อเอชไอวีในกลุ่มผู้ที่ไม่มีเชื้อแต่มีความเสี่ยงสูง ยาเพร็พ คือ ยาต้านไวรัสที่ให้ทานเป็นประจำเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี เหมาะกับผู้ที่มีแฟนติดเชื้อเอชไอวี และต้องการมีเพศสัมพันธ์กับแฟน ผู้ที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย และผู้ที่ใช้ยาเสพติดบางกลุ่ม

ผู้ที่รับประทานยาเพร็พ ไม่ควรมองว่าเป็นวิธีแรกที่จะป้องกันเอชไอวี แต่ให้มองว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ เมื่อทานยาเพร็พเป็นประจำควบคู่ไปกับการใช้ถุงยางทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์จะช่วยทำให้สามารถป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้เป็นอย่างดี

นายแพทย์วัชระ กล่าวถึงผลกระทบของยาเพร็พที่เมื่อทานติดต่อกันเป็นประจำอาจจะส่งผลต่อการทำงานของตับไต ผู้ที่ทานยานี้ควรเช็คการทำงานของตับไตทุก 3-4 เดือนเป็นประจำ แต่อย่างไรก็ตามยังสนับสนุนให้คนไทยกินเพร็พเป็นประจำ เพราะกรณีเมาแล้วลืมสวมถุงยางอนามัย หรือเกิดฉีกขาด ก็ยังมีตัวยาเพร็พคอยป้องกันไว้อีกขั้น แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อกินเพร็พแล้วก็ยังต้องใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ เช่น โรคหนองใน โรคซิฟิลิส โรคแผลริมอ่อน โรคเริม โรคหูดหงอนไก่ เป็นต้น

“อยากให้มองการเจาะเลือดตรวจเอชไอวีเป็นเหมือนการตรวจรักษาโรคเบาหวาน”

นายแพทย์วัชระกล่าวเสริมว่าสนับสนุนให้ทุกคนตรวจเลือดอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง โดยสามารถขอรับบริการเจาะเลือดตรวจเอชไอวีได้ที่โรงพยาบาลรัฐฯทั่วไป ซึ่งหากผลเลือดเป็นบวกก็จะได้รีบทำการรักษา แต่หากเป็นลบก็จะได้ปรึกษาเรื่องการกินยาเพร็พความสนุกชั่วครู่ อาจส่งผลต่ออนาคตของคุณ อย่าให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล เพราะมันอาจนำมาซึ่งภัยร้ายที่เราไม่ทันรู้ตัว การตรวจเลือดอย่างสม่ำเสมอ และการสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ จะช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศได้


https://lovefoundation.or.th/th/ยาเพร็พ-prep-และยาเป๊ป-pep-กัน-แ/ (https://lovefoundation.or.th/th/ยาเพร็พ-prep-และยาเป๊ป-pep-กัน-แ/)