หน้า : พิมพ์หน้านี้ - เจาะลึก มาดูกันว่า ธุรกิจเจ้าไหนที่ผูกขาดในประเทศไทยกันแน่

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ห้องข่าว => ข้อความที่เริ่มโดย: __SOUR_GRAPES ที่ 4 เม.ย. 20, 19:59 น

เจาะลึก มาดูกันว่า ธุรกิจเจ้าไหนที่ผูกขาดในประเทศไทยกันแน่


กระทู้: เจาะลึก มาดูกันว่า ธุรกิจเจ้าไหนที่ผูกขาดในประเทศไทยกันแน่
เริ่มกระทู้โดย: __SOUR_GRAPES ที่ 4 เม.ย. 20, 19:59 น
น่าจะเคยเเห็นข่าวเซ็นทรัลไปประมูลดิวตี้ฟรีสุวรรณภูมิ สู้กับเจ้าเก่าอย่างคิงเพาเวอร์
เคยคิดกันไหมว่า “เซ็นทรัล” เป็นเจ้าที่จะสามารถ “ผูกขาด”  ตลาดสินค้าบ้านเราได้ หรือไม่ก็เป็นผู้เล่นที่พยายามกำหนดทิศทาง ค้าปลีกบ้านเรา

เราในฐานะผู้บริโภคเราก้ออยากได้ของถูกเนอะ ออกตัวแพร้พพพ

เราเคยลองถามตัวเองกับเพื่อนๆ เวลาเราจะซื้อของอะไรที่ห้างสักอย่างเราจะไปซื้อที่ไหน กว่าครึ่ง ไม่เฉพาะที่อยู่ในกรุงเทพจะบอกว่าไปเซ็นทรัล เพราะมีหลายจังหวัดจริงๆ  (บางคนเถียงบอกบ้านฉันมีแต่โรบินสัน แต่ก็นั่นแหละไม่ว่าจะโรบินสันหรือเซ็นทรัลก็เหมือนกันเพราะมีเจ้าของเป็นคนเดียวกันจ้า) เราแค่กำลังคิดอยู่ว่า ด้วยมูลค่าของเค้าเรียกได้ว่า น่าจะใหญ่ที่สุดในประเทศ Market Cap มากกว่า 6 แสนล้านในทุกกลุ่มธุรกิจ เราจะสามารถเลี่ยงเค้าได้ไหม หรือเค้ากำลังวางแผนใหญ่อยู่ หรือจริงๆ แล้ว ธุรกิจเค้าขาดทุนแต่ต้องโตไปเรื่อยๆ ไม่สามารถถอยได้แล้ว

ล่าสุดก็เห็นว่าจะไปประมูลดิวตี้ฟรีด้วย แถมยังมีสมาคมการค้าปลีกวิ่งร้องให้อีกว่า ให้เปลี่ยน “รูปแบบสัมปทานเพื่อชาติ” อยู่ด้วย

ธุรกิจเครือเซ็นทรัลนั้นที่เรารู้ๆ กันคือครอบคลุมเกือบทุกประเภทธุรกิจ โดยเริ่มมาจากเตียงจิราธิวัฒน์ ได้อพยพจากจีนพร้อมภรรยาชื่อหวาน และบุตรชายชื่อสัมฤทธิ์ ซึ่งขณะนั้นอายุเพียง 2 ขวบ มาเปิดร้านขายของชำหรือโชว์ห่วยที่ย่านฝั่งธนบุรี ต่อมาธุรกิจได้เติบโตเจริญก้าวหน้าขึ้น เตียงและสัมฤทธ์ จึงได้ช่วยกันขยายกิจการจากร้านชำเล็กๆ มาเป็นตึกแถว 3 คูหาย่านถนนเจริญกรุง สี่พระยา ในปี พ.ศ. 2490 โดยให้ชื่อร้านว่า "ห้างเซ้นทรัลเทรดดิ้ง" จำหน่ายหนังสือและนิตยสารนานาชนิด ทั้งจากในและต่างประเทศ ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล" อันสื่อความหมายถึงความเป็นศูนย์กลางของสินค้าและบริการในธุรกิจค้าขาย โดย สัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งและสร้างตำนานความยิ่งใหญ่แห่งธุรกิจห้างสรรพสินค้าชั้นนำของคนไทย (หาอ่านในสปอยด์นะ)

Link l : https://www.ryt9.com/s/prg/36311 (https://www.ryt9.com/s/prg/36311)
น่าสนใจตรงที่ว่าปัจจุบันนี้ เซ็นทรัลครอบคลุมเยอะมาก อาทิ อสังหาริมทรัพย์ [CPN] , สินค้าอุปโภคบริโภค [CFG] ,เครือห้างสรรพสินค้า [CDG], เครือสายงานวัสดุก่อสร้าง สินค้าตกแต่งบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้า [CHG] , กลุ่มเครื่องเขียน [COL] ไปจนถึงธุรกิจโรงแรมและบ้านพักตากอากาศเลยทีเดียว [CHR] ซึ่งเป็นบริษัทที่มีเครือข่ายใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศเลยทีเดียว และอีกตัวที่ส่วนตัวไม่ค่อยประทับใจ คือ เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป หรือ CMG ที่เรียกได้ว่าเป็นตัวแทนจำหน่ายหลาย ๆ แบรนด์ในบ้านเรา แต่ service ไม่เคยประทับใจเลย ใครที่เคยซื้อของประทับ CMG จะรู้เลยว่า ไม่มีศูนย์ ไม่มีอะไหล่ ให้หาได้ง่าย ๆ เรียกได้ว่า ซื้อมาพังก็ซื้อใหม่ ใครมีประสบการณ์แชร์กันได้ สงสัย ผู้บริหารมัวแต่ไปทำค่ายเพลง ฮ่าาาาา
กลับมาตรงเรื่องดิวตี้ฟรี เดี๋ยวเราจะอธิบายว่าเราคิดอะไรอยู่
ตรงนี้เราเลยสงสัยว่า แบบนี้จะเรียกผูกขาดไหม? ถ้าสมมตินะ สมมติ การที่เค้าเรียกร้องให้เปลี่ยนสัมปทาน ดิวตี้ฟรีเป็นแบบหมวดหมู่ (ไปหาอ่านข่าวกันนะ) เค้า CMG มีสินค้าที่เหมาะสมกับหมวดหมู่ทีเค้าเรียกร้อง แล้วสรุปเค้าขายเป็น “ตัวแทนแต่เพียงผู้เดียว” ในประเทศไทย แบบนี้เรียกผูกขาดไหม เพราะเท่าที่เราเคยหาข้อมูลมา อย่างเครื่องสำอางค์ เค้าจะทำการตลาดโดยแบ่งทีมเป็นค้าปลีกในประเทศ และดิวตี้ฟรี ออกจากกัน เพราะจะได้ให้โปรโมชั่น หรือค่าตอบแทน GP ที่ไม่เหมือนกัน แต่ถ้าใครที่เคยซื้อของ ผ่านแบรนด์ของ CMG หรือ เซ็นทรัลดูแล จะรู้ได้เลยว่าแพงกว่ามากไม่รู้ทำไม ในชณะที่ถ้าได้มีโอกาสเดินทาง บางแบรนด์นั้น กลับถูกกว่ามาก ๆ อันนี้ เค้าเลยโวยวายเปล่าไม่รู้ว่า ทำให้ลูกค้าส่วนหนึ่งไม่ซื้อของเค้า กำไรเค้าลดลง เป็นต้น (ก็อย่างว่า โปรโมชั่น ลด 50% หลังจากบวกขึ้นไปแล้วเท่าไหร่ไม่รู้ อิอิ)

เราอยากได้ของราคาดี โอเค ม๊ายยยยย
อันนี้แถม...
และในช่วงเวลาปลายปีที่ผ่านมาเซ็นทรัลก็ได้บริการตัวหนึ่งมาคือบริการ “Vat Refund” ซึ่งเป็นจุดรับคืนภาษีมูลค่าเพิ่มในเมืองสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นบริการสาธารณะที่สามารถมาขอรับคืนภาษีฯ จากสินค้าที่ซื้อจากผู้ประกอบการในระบบ VAT Refund ทุกราย โดยจะคืนเป็นเงินสดในสกุลเงินบาทเท่านั้นเพื่อให้นักท่องเที่ยวนำกลับมาจับจ่ายใช้สอยได้ทันที (กว่าจะได้มาก้อโวยวายเยอะเหมือนกัน ผ่านสมาคมค้าปลีก)

https://www.prachachat.net/marketing/news-228947 (https://www.prachachat.net/marketing/news-228947)


ข้อสังเกตของเราคือ เซ็นทรัลมีทั้งขนส่งมีสินค้าส่งออกไปขายต่างประเทศ มีสินค้านำเข้ามาขาย และยังมี Vat refund ในมือแล้ว การที่ได้ธุรกิจดิวตี้ฟรีมาอยู่ในมือจะทำให้เซ็นทรัลกลายเป็นเสือติดปีกและมีโอกาสทางธุรกิจเพิ่มขึ้นอีกเยอะมากทันที อันนี้เราเลยเกรงว่าท้ายที่สุดเครื่องสำอางค์ที่เราเคยซื้อได้ราคาดีในดิวตี้ฟรี จะหมดไป ฮือออออ


(https://www.brandbuffet.in.th/wp-content/uploads/2019/01/CentralGrab.jpg)

แถมตอนนี้ ในสถานการณ์โควิท19 และการประกาศเคอฟิว กักตัวให้คนอยู่ในบ้าน ไม่แพร่เชื้อ ทำให้ยักษ์ใหญ่แพลตฟอร์มส่งอาหารอย่าง Grab เข้ามาตีตลาดแข่งกับเจ้าเดิมบุกเบิกในไทยอย่าง Lineman แต่ดูเหมือนกระแสGrab จะแรงมว๊ากกก เพราะอะไรหรอ...ก็เล่นเอาเปรียบทั้งร้านค้า ทั้งผู้บริโภค และกระทั่งพนักงานส่งอาหารของต้น ด้วยการประกาศขึ้นGP30%เป็น35% และมีการขอเพิ่มค่าส่งอีก10บาทให้คนขับ ทั้งที่จริงๆแล้ว คนขับไม่ได้ พอกระแสดราม่าเกิดก็อ้างว่าปรับลดเป็น30% ซึ่งแต่เดิมก็30% อยู่แล้ว คำว่าลดไม่มีอยู่จริง พอมาไล่ดูดีๆ ก็ร้องอ๋อออออออออ....อ..อ่างล้านตัว Grab คือ เครือเซ็นทรัล Link : https://www.brandbuffet.in.th/2019/01/central-group-invested-grab-thailand-to-delivery-on-demand-service/ (https://www.brandbuffet.in.th/2019/01/central-group-invested-grab-thailand-to-delivery-on-demand-service/)


(https://d8xxy3dl0iwm6.cloudfront.net/wp-content/uploads/2020/03/90925857_2260530134256315_8373116564064436224_n.jpg)


บอกตรงๆ ว่าเหมือนโดนซ้ำเติมกับสถานการณ์แบบนี้ สงสารตัวเอง สงสารร้านค้าร้านอาหาร สงสารคนส่งอาหาร เอาเปรียบกับชาวบ้านตาดำๆเหลือเกิน
Link : ดราม่ารับวิกฤต “แกร็บ” เพิ่ม GP ร้านค้า เพิ่มค่าส่ง สั่งน้อยเก็บเพิ่ม แต่คนขับไม่ได้เพิ่ม.
 https://positioningmag.com/1270942